Phukradeung

Muder in Phukradeung #48 (End of case)

posted on 14 Oct 2008 14:24 by iqdetective  in Phukradeung

ตอนที่ 48
สองปีห้าเดือนก่อน..
วาดฝันจับกล้องถ่ายรูปในมือแน่นพลางก้าวเท้าทีละนิดเพื่อให้ร่างของตัวเองอยู่ริมขอบสระที่สุด  มีเสียงเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนมาให้เธอระวัง  แต่ยังไม่ทันสิ้นเสียงนั้น เท้าของเธอก็ลื่นพรวดลงไป
ท่อนขาครูดกับก้อนหินหยาบบริเวณ นั้นจนไปถึงกางเกงยีนส์สี่ส่วน สุดท้ายหลังเธอกระแทกกับขอบหิน กล้องถ่ายรูปหลุดมือกระเด็นไปด้านหลังตกอยู่หมิ่นเหม่ระหว่างก้อนหินกับน้ำในสระ เธอพลิกตัวในเสี้ยววินาทีเพื่อจับก้อนหินเท้าตะเกียกตะกายอยู่ใต้น้ำ รับรู้ได้ถึงหินแหลมคมเบื้องล่าง  พร้อมกับแผดเสียงดังลั่นสระอโนดาต
สองมือคว้าแง่งหินตรงนั้นได้..ใจเบาหวิวและเหมือนจะหลุดลอยออกไปจากร่าง  เธออยู่ในท่านั้นโดยไม่พยายามถีบตัวเองขึ้นมา เพราะยังคงอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จนมีมือหนึ่งยื่นมา..
“จับมือไว้..”
เธอรู้สึกตัวรีบปล่อยมือหนึ่งจากก้อนหิน แล้วคว้ามือนั้นไว้  เจ้าของมือออกแรงดึงอย่างสุดชีวิตพาเอาร่างของเธอค่อย ๆ ตะเกียกตะกายมานอนกองอยู่ริมสระ เสื้อผ้าเปียกโชก..
เธอหอบหายใจเหมือนกำลังทดแทนอาการอึ้งเหวอเมื่อครู่..
“ขอบคุณค่ะ..”
ระหว่างนั้นเพื่อนหญิงที่พูดเตือนเธอก็ร้องโวยวายอยู่ไม่ห่าง
“ไม่เป็นไรครับ..” อานันท์กล่าว “คุณเจ็บหรือเปล่า..”
วาดฝันจึงรู้สึกตัวเดี๋ยวนั้นว่าที่ขารู้สึกเจ็บแสบเป็นอย่างมาก เธอพยายามพลิกขาตัวเองดูก็พบว่ามีรอยครูดและเลือดกำลังไหลซึมออกมาจากน่องทั้งสองข้าง
“ตายแล้ว..เลือดออกเยอะเลย” เพื่อนหญิงกล่าว “เด่ยวฉันจะไปตามคนอืนมาช่วยนะ”
พูดจบเพื่อนของเธอก็วิ่งห่างออกไป ทิ้งให้เธออยู่กับเขาสองคน พร้มอกับบรรดาสายตาของนักท่องเที่ยวคนอื่นที่จ้องมอง..
“ลุกไหวมั้ยครับ”
เธอพยักหน้า จากนั้นเอามือดันพื้นพร้อมกับยันขาขึ้น แต่ปรากฏว่ามันทำให้เธอเจ็บมากขึ้นจนเสียหลักก้นกระแทกพื้นหิน
อานันท์เห็นแบบนั้นจึงเอามือช้อนใต้รักแร้ของเธอข้างหนึ่งแล้วช่วยพยุงเธอให้ยืนขึ้น
“ไปนั่งพักตรงนั้นดีกว่า ล้างแผลด้วยน่ะครับ” เขาชี้ไปที่ก้อนหินก้อนใหญ่ใต้ต้นสนสูงตระหง่านอยู่ไม่ห่าจากสระอโนดาตมากนัก
อีกไม่กี่นาทีต่อมาหลังจากทุลักทุเลเดินเขย่งเท้า..เธอกับเขาก็มานั่งลงตรงบนพื้นที่ปกคลุมด้วยใบสนแห้ง  เขาเอาเป้สะพายออกมาจากหลังเอาคว้าเอากระดาษทิชชูม้วนหนึ่งออกมา เทน้ำในขวดน้ำลงไปบนกระดาษทิชชูที่ดึงออกมาส่วนหนึ่งแล้วซับลงบนน่องของเธอ
เธอรู้สึกแสบแต่ก็กัดฟันทน
เศษดินเล็กน้อยและสีแดงของเลือดปรากฏอยู่บนกระดาษทิชชูมากมายกว่าที่เธอคิด  เธอมองมือของเขาที่ยังคงเช็ดแผลให้ แล้วค่อยเลื่อนสายตาเพื่อมองหน้าเขาให้ชัดเจน
“กินยาแก้ปวดซะก่อนนะครับ  พอดีผมมีติดตัวมา” เขาล้วงเอาซองยาในกระเป๋าเป้ด้านหน้าออกมา แล้วคัดเอายาแก้ปวดออกมาสองเม็ดยื่นให้
“ขอบคุณค่ะ..เอ่อ..ฉันเช็ดแผลเองก็..”
“ไม่เป็นไรครับเรื่องเล็กน้อย”
พอเขาตัดบทแบบนั้นเธอจึงต้องเงียบลงมองเขาเช็ดแผลให้จนสะอาด..
“มาที่นี่ครั้งแรกหรือครับ”
“ค่ะ..”
“ผมก็เพิ่งมาครั้งแรกเหมือนกัน”
“มา..กับเพื่อนหรือคะ”
“มาคนเดียวครับ..ตอนแรกว่าจะมากับน้องชาย  แต่พอดีน้องผมติดเข้าค่ายก็เลยต้องมาคนเดียว”
“หรือคะ”
อานันท์รวบเอากระดาษทิชชูเปื้อนเลือดมาขยำรวมกันอย่างไม่รู้สึกรังเกียจ
...
“นั่นคือ..ครั้งแรกที่ฉันพบกับพี่ชายของเธอ” วาดฝันยังคงคุกเข่าตรงหน้าโยนิน ก้มหน้านิ่ง “หลังจากนั้นเราก็คุยกันเรื่อยมา  จนเพิ่งมารู้ว่าเราสองคนเรียนอยู่ที่เดียวกัน และสอบเข้าพร้อมกันด้วย”
...
อานันท์วางแก้วน้ำสองแก้วลงบนม้านั่งยาวหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง  เวลาพ่นลมหายใจ ไอร้อนสีขาวจากปากปรากฏออกมาชัดเจน
“หนาวแบบนี้น่าจะมีน้ำอุ่นนะ” เธอมองแก้วน้ำ
“ตรงนี้มองเห็นดาวชัดมากเลยนะครับ  ถ้าเทียบกับที่กรุงเทพแล้วต่างกันลิบลับเลย”
อานันท์และวาดฝันเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน..ในขณะที่เธอกำลังเคลิบเคลิ้มกับดวงดาวที่ระยิบระยับบนท้องฟ้า  อานันท์ก็หันมามองใบหน้าของเธออย่างเต็มตา..
“มีเรื่องนึงผมอยากจะบอก”
วาดฝันค่อย ๆ หันมามองเขา  ใบหน้าทั้งสองอยู่ห่างกันแค่คืบ “ หคะ..”
“ผมตามคุณมา..”
“หือ..”
“ผมตาคุณมาที่นี่..ที่ภูกระดึง”
“เอ๋..” วาดฝันแปลกใจ “ตามมา..”
“พอผมรู้ว่าคุณกับเพื่อน ๆ จะมา ผมก็รีบจองตั๊วเพื่อตามคุณมาเที่ยวที่นี่”
วาดฝันอ้าปากค้าง..
“จริง ๆ แล้ว..” อานันท์หลุบใบหน้าลงต่ำ “ผมเห็นคุณตั้งแต่ที่มหาวิทยาลัยแล้วล่ะครับ”
“นาย..”
“ผม..เฝ้ามองคุณมาตั้งแต่ตอนเข้าปีหนึ่งใหม่ ๆ แล้ว  แต่ก็ไม่กล้าที่จะเข้ามาทักทายซะที”
“นายเองหรอกหรือ..”
คราวนี้อานันท์เป็นฝ่ายแปลกใจบ้าง “อะไรครับ”
“นายนี่เองที่เป็นคนส่งการ์ดแปลก ๆ มาให้เป็นประจำ”
อานันท์ยิ้มเขิน..
“..ฉันชอบนะ การ์ดพวกนั้น  ฉันเก็บมันเอาไว้ทุกใบ  มีแต่ใบแรกเท่านั้นที่ฉันทิ้งมันไปเพราะยังรู้สึกแปลก ๆ  แต่ตั้งแต่การืดใบที่สองฉันก็เก็บมันเรื่อยมา  ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่เรียนวิศวะอย่างเธอจะเขียนอะไรได้ดีขนาดนั้น..ยังกับเรียนอักษรมาอย่างนั้นแหละ”
อานันท์ยิ่งยิ้มเขินมากขึ้น..
“ปล่าวหรอก..ผมพูดให้น้องชายผมฟัง  แล้วก็วานให้น้องผมช่วยเขียนให้มันสวยขึ้นน่ะครับ”
...
โยนินนึกขึ้นได้ทันที..
“การ์ดพวกนั้น..พี่บอกแบบนั้นหรือ..ที่จริงแล้วคนที่ได้รับการ์ดพวกนั้นก็คือเธอหรือ”
วาดฝันพยักหน้า..
“ตลอดเวลาที่เราคบกัน อยู่ด้วยกัน..พี่ชายของเธอมักจะเล่าเรื่องของเธอให้ฟังอยู่บ่อย ๆ  เล่าทุกอย่างตั้งแต่เธอเกิด  เล่าทุกอย่างที่เขาทำร่วมกับเธอ..พี่ของเธอน่ะ..รักเธอมากเลยนะ”
โยนินนิ่งอึ้ง..แต่แล้วก็ส่ายหน้าไม่ยอมรับ..
“ตั้งแต่พี่ไปคบกันคนพวกนั้น พี่ก็เริ่มเปลี่ยนไปไม่เหมือนก่อนอีกแล้ว  เปลี่ยนไปเป็นอีกคนอย่างง่ายดาย..”
“ไม่ใช่นะ..เรื่องนั้นเป็นเพราะอานันท์ไม่อยากให้เธอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกธารินต่างหาก   ไม่อยากแม้แต่จะให้เธอเห็นหน้าคนสามคนนั่น  ไม่อยากจะให้เธอรู้จักเลยด้วยซ้ำ”
โยนินนิ่งเงียบ..
“ตัวฉันเองก็ยังถูกปกปิดเรื่องนี้มาโดยตลอด..ถูกห้ามไม่ให้ไปบ้านเขาที่ต่างจังหวัด..แต่ว่า  จนแล้วจนน้รอด  อานันท์ก็ตกที่นั่งลำบากจนต้องมาขอร้องฉันให้ช่วยทุจริตการสอบให้กับธาริน”
โยนินเหล่มองเธออย่างใคร่อยากจะรู้ในทันที..
“เพราะเขาไม่มีทางเลือก  เขาบอกว่าถ้าไม่ทำแบบนี้  ที่บ้านก็อาจจะต้องถูกทำร้าย..เลยมาขอร้องฉันที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักธารินให้ช่วยเรื่องนี้..”
“ธารินขู่จะทำร้ายครอบครัวของโยนินน่ะหรือ” อามันดาเอ่ยถามขึ้น พลางย่อตัวลงเตะที่ไหล่วาดฝันอย่างไม่รู้สึกรังเกียจ
“..ฉันขอโทษนะ..” วาดฝันเอี้ยวตัวไปมองอามันดา “ขอโทษทุกคน..ฉันยอมเรียนซ้ำเพื่อมาอยู่รุ่นเดียวกับโยนิน..หลังจากที่รู้ข่าวว่าอานันท์ตายเพราะตกเหว ฉันก็สงสัยธารินเป็นคนแรกว่าต้องมีส่วนทำให้เขาตาย จากนั้นก็ตามสืบเรื่องของธารินเรื่อยมา  จะทำแบบนั้นได้ก็ต้องเข้ามาเรียนซ้ำ อยู่ใกล้โยนิน..และคอยมองธารินอยู่ห่าง ๆ”
“เพื่อแก้แค้น” โยนินประชด
วาดฝันเงียบไปครู่หนึ่ง “..เพื่อนายด้วย..”
โยนินมองเธอ..
“ฉันอยากดูแลนายแทนอานันท์  ฉันจึงทำแบบนี้..เป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้อานันท์ที่เสียไปแล้วได้” วาดฝันหลั่งน้ำตาออกมา
โยนินเองก็มีน้ำตาซึมออกมาเช่นกัน “ไม่จำเป็น..”
“โยนิน..”อามันดาทำเสียงดุ
“ฉันไม่ใช่เด็ก ที่จะต้องมีใครมาดูแล แล้วก็ไม่ได้ไม่เอาไหนอย่างที่เธอมอง..แล้วคิดหรือไงว่าการฆ่าคนเพื่อพี่ชายของฉัน..เพื่อฉัน แล้วจะทำให้ฉันซาบซึ้งใจ..”
วาดฝันร้องไห้หนักขึ้นเป็นเท่าทวี..
“โยนินพูดอะไรออกมาน่ะ..” อามันดาลุกขึ้นยืนตะคอกใส่หน้าเขา “นายไม่รับรู้ถึงความรักของวาดฝันเลยหรือไง”
“ด้วยการฆ่าคนแบบนั้นน่ะหรือ..ความรัก”
อามันดาเงื้อมือตบหน้าเขา..แม้แต่ราเมษเองก็ตกใจที่อามันดามีอารมณ์ร้อนขึ้นมา..
“เลิกทำตัวไร้ความหมายแบบนี้ซะทีเถอะ..นายปล่อยปละละเลยความรู้สึกของคนอื่น  นายแกล้งยอมทำตามคนอื่น  แกล้งไม่รู้สึกรู้สมเวลาโดนต่อว่าโดนดูหมิ่นจากคนอื่น..นายอยากให้หัวใจของนายชินชากับเรื่องพวกนี้  แต่ว่าพวกเราไม่ได้อยากจะชินชาไปกับนายด้วยนะ  ทุกครั้งที่ไม่ว่าจะฉัน วาดฝัน หรือราเมษว่านาย สั่งให้ นายหยุดออกความเห็นหรืออะไรก็ตามที่ดูเหมือนนายไม่มีตัวตน ดูเหมือนแกล้งแบบไม่คิดอะไรมาก..พวกเราหวังลึก ๆ ว่านายจะตะโกนด่ากลับออกมา หวังให้นายระเบิดอารมณ์ออกมา  จะได้เลิกทำตัวไร้ความหมายอย่างที่ทำมาตลอดเวลาที่เราคบเป็นเพื่อนกัน”
โยนินจับที่แก้มตัวเอง..เบนหน้าไปทางอื่น
“มัวแต่คิดว่าตัวเองด้อยค่า เทียบกันพี่ชายตัวเองไม่ได้ ตอนพี่ชายอยู่ก็เทียบไม่ได้ พอพี่ชายตายไปเงาของพี่ชายก็ยังตามหลอกหลอน..ว่าตัวเองไม่เอาไหน  เพราะพี่ชายทำทุกอย่างเพื่อนาย แต่นายไม่เคยได้ทำอะไรเลย..”
“พูดพอรึยัง” โยนินหันมาจ้องอามันดา
วาดฝันค่อยลุกขึ้นหวังจะห้ามเพื่อนทั้งสอง..ไอคิวนิ่งกอดอกแน่นโดยไม่พูดอะไร
“ฉันเข้าใจที่เธอพูดดี..แต่ไม่ว่ายังไงมันก็เปลี่ยนเรื่องที่วาดฝันฆ่าคนตายไม่ได้หรอกนะ  วาดฝันแก้แค้นให้พี่จนถึงกับต้องฆ่าคนสามคน..ใช้ฉันเป็นเครื่องมือ ใช้ทุกคนเป็นเครื่องมือ”
โยนินหลั่งน้ำตาออกมา ปากบิดเบี้ยว
“ใครจะยอมรับไหวล่ะ”
ไอคิวถอนหายใจเฮือกใหญ่ พ่นไอร้อนออกจากปาก
“ถ้าอย่างนั้นพี่ขอถามข้อเดียว..”
โยนินมองไอคิวทั้งน้ำตา..
“วาดฝันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รักนาย..สิ่งที่ทำให้เธอประทับใจในตัวพี่ชายนายก็คือข้อความที่นายเขียนแทนพี่ชาย..เพราะแบบนั้นวาดฝันจึงตัดสินใจยอมคบกับนาย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันผิด..คำถามคือ  นายจะยังเป็นเหมือนเดิมกับเ ธอหรือเปล่า..”
โยนินหลุบตาลงต่ำ หยดน้ำตาร่วงหล่นสู่พื้น..ขณะที่วาดฝันมองเขาอยู่เบื้องหลัง..
ทุกคนนิ่งเงียบ มองโยนินเป็นตาเดียว..
โยนินพยักหน้าช้า ๆ ก่อนตอบคำถาม “..เหมือนเดิม..” เขาเงยหน้ามองไอคิว “เหมือนเดิมไม่มีวันเปลี่ยนแปลง..”
วาดฝันยิ้มทั้งน้ำตา..อามันดาโผเข้ากอดอย่างยินดี..ผ่านไปเกือบนาที  วาดฝันทำท่าจะจับต้นแขนโยนิน แต่เขากลับก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง
“ผมกลับเต้นท์ได้รึยัง” โยนินหันไปทางเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจีงพยักหน้าให้เขาไปได้..
“ผมเหนื่อยแล้วก็ง่วงเต็มที..ขอตัวกลับก่อนนะครับ” โยนินบอกทุกคน จากนั้นจึงเดินไปทางประตูศูนย์ฯ จงใจหยุดเดินโดยไม่หันกลับมามอง “ฉันจะรอนะ..” 
วาดฝันร้องไห้อีกครั้ง มองโยนินเดินลับไปจากสายตา..
ไอคิวเหลียวหลังหันไปมองโยนิน  จากนั้นจึงหันกลับมามองวาดฝัน “ทำผิดก็ต้องรับโทษนะ..เพื่อน ๆ ของเธอก็ยังเหมือนเดิมกับเธอ ไม่มีใครเปลี่ยนแปลง..พี่เองก็จะเอาใจช่วยให้เธอผ่านพ้นมันไปให้ได้”
วาดฝันยิ้มรับ..แล้วปรายตามองเจ้าหน้าที่สองคนที่เดินเข้ามา..
...
อานันท์ค่อย ๆ เลื่อนมือวางลงบนมือของวาดฝันที่ยังคงเหม่อมองดาวดวงบนท้องฟ้า  เธอสะดุ้งนิดหนึ่ง มองอานันท์..
อานันท์จึงดึงมือกลับอย่างเคอะเขิน..ขยับตัวไปมาบนม้านั่งหน้าศูนย์ ฯ
วาดฝันถอนใจเบา ๆ เงยหน้ามองอีกครั้ง..
“เค้าบอกว่าตอนลงภูน่ะมันลำบากกว่าตอนขึ้นภูซะอีก...ไว้ค่อยจับมือฉันตอนลงภูก็แล้วกันนะ..”
 
 
..จบดคี..
 
 
*ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามไ อคิวมาโดยตลอดครับ พิมพ์ผิดหรือพลาดประการใดต้องขออภัย..เนื้อเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นทั้งสิ้น  ไม่มีบุุคคลในเรื่องอยู่จริง..
 
พบกับฉากจบที่ต่างออกไ ปแ ละเพิ่มเติมในรวมเล่ม (ถ้ามีโอกาสนั้นนะ)
 ...พบกับคดีต่อไป เร็ว ๆ นี้ครับ

Muder in Phukradeung #47 (ภาคไขปริศนา 6)

posted on 13 Oct 2008 10:43 by iqdetective  in Phukradeung
ตอนที่ 47
ไอคิวล้วงเอาของสิ่งหนึ่งออกมาจากห่อของหลังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์..
“กระป๋องน้ำอัดลมนี่ไงครับ” เขาเอ่ยพร้อมชูมันขึ้นให้ทุกคนเห็น
“ระเบิดกระป๋องน่ะหรือ” พลนาทมองกระป๋องในมือไอคิว “วาดฝันใช้ระเบิดกระป๋องระเบิดที่ตรงนั้นเพื่อฆ่านิกรหรือ  นายจะบอกว่านิกรโดนระเบิดตายอย่างนั้นน่ะรึ”
“ไม่ใช่ครับ..นิกรไม่ได้โดยระเบิด ทุกคนก็คงเห็นว่าร่างกายของนิกรไม่ได้ถูกระเบิด แต่โดนตีด้วยของแข็งจนร่วงหล่นจากเหวไปเท่านั้นครับ  แต่ที่ผมกำลังจะบอกก็คือวาดฝันใช้ระเบิดนี่ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจต่างหาก”
“เข้าใจ ๆ” อามินดาพยายามนึก “ระเบิดครั้งแรกตรงที่พวกเราปูเสื่อนั่นก็เพื่อให้เกิดเสียงดังขึ้น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากบรรดานักท่องเที่ยวอย่างนั้นใ ช่มั้ยล่ะ”
“อื้ม..ถูกต้องเลยล่ะ” ไอคิวยิ้ม “ระเบิดครั้งแรกทำเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่อยู่ตามจุดต่าง ๆ รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าในร้านค้ามารวมตัวหรือหันเหความสนใจไปที่จุดที่เกิดระเบิดเท่านั้น   จึงทำให้บริเวณหน้าผาเกือบตลอดแนวไม่มีผู้คน  วาดฝันจึงสามารถที่จะเรียกนิกรเพื่อไปฆ่าได้อย่างง่ายดาย
นิกรเองก็คงจะตกใจที่อยู่ดี ๆ เกิดระเบิดขึ้น ซึ่งคงเป็นไปตามที่พสกบอก พอเห็นวาดฝันเขาจึงน่าจะรู้ในทันทีว่าเธอเป็นฆาตกร  แต่ว่าก็สายเกินไป  เขาโดนทุบที่ศีรษะและถูกผลักลงไปทันที”
โยนินกำหมัดแน่น และทุบลงไปที่เสากลางศูนย์ ฯ ด้วยความโกรธ..
“จากนั้นเธอก็ลงไปดูให้แน่ใจว่าเขาได้ตายไปจริง ๆ และก็จัดการกับศพเขาโดยการนำเชือกเส้นเล็กหรือเส้ นเอ็นหนาไปคล้องที่คอและลำตัวเพื่อการยกร่างของศพขึ้นมาให้พวกเราได้เห็นตอนไปถึง”
“โดยระเบิดอีกลูกอย่างนั้นหรือ” ราเมษพอจะวิเคราะห์ตามไอคิวได้บ้าง
“ครับ..วาดฝันเอาระเบิดกระป๋องลูกที่สองไปไว้ใต้ก้อนหินก้อนหนึ่งใกล้หน้าผาที่มีน้ำหนักเท่ากันหรือมากกว่าน้ำหนักตัวของนิกร  แล้วโยงเส้นเอ็นจากศพของนิกรที่อยู่เบื้องล่างมาพันรอบก้อนหิน จากนั้นใช้เศษใบไม้และดินโปรยลงไปเพื่อบดบังเส้นเอ็น  พอพวกเรามาถึงก็รอจังหวะและใช้กลไกอัตโนมัติเพื่อระเบิดก้อนหินให้ร่วงหล่นลงเหวพร้อมกับยกร่างนิกรขึ้นมาให้เราได้เห็นอยู่ชั่วอึดใจ  แต่พอเส้นเอ็นรับน้ำหนักไม่ไหวจึงขาด ทำให้ร่างของนิกรร่วงลงไปอีกครั้ง  และทำให้สภาพศพยิ่งบอบช้ำกว่าเดิม ยากต่อการสืบสวนยิ่งขึ้น”
วาดฝันมองไอคิวอย่างรู้สึกทึ่งอยู่ไม่น้อย ที่สามารถเล่ารายละเอียดได้อย่างคล่องแคล่ว  แต่เธอต้องข่มความชื่นชมนั้นไว้ เมื่อไอคิวจ้องตอบกลับด้วยสายตาเย็นชาหลังอธิบายจบ
“ผมเล่าถูกต้องหรือเปล่าครับ” ไอคิวถามอย่างเป็นต่อ
“เฮอะ..นึกว่าหลักฐานอะไร” วาดฝันมองด้วยสายตาดูแคลน “ก็แค่กระป๋องน้ำอัดลมเปล่า ๆ ที่ไม่ใช่ของฉัน  ฉันยอมรับว่าที่เธออธิบายมามันก็ดูสมเหตุสมผลดีอยู่หรอก  แต่ว่าคนที่ทำไม่ใช่ฉันน่ะสิ”
“เธอจะปากแข็งไปถึงเมื่อไหร่” โยนินตะคอกใส่เธอทันที “ทุกอย่างมันก็เห็นชัดอยู่แล้ว”
“แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าฉันเป็นคนทำ แล้วจะมาปรักปรำฉันได้ยังไง” วาดฝันโต้กลับ แต่มีน้ำตารื้นออกมาเพราะไม่คิดว่าโยนินจะพูดแบบนั้น
โยนินจึงหันไปทางไอคิว “พี่ไอคิวมีหลักฐานหรือเปล่า”
วาดฝันหันไปตาม รู้สึกเจ็บปวดใจที่โยนินอยากใ ห้เธอจนมุมเหลือเกิน..
“มีครับ..” ไอคิวตอบ 
นั่นทำให้วาดฝัยเซถอยจนไหล่กระทบกับไหล่ของโยนิน และโยนินเองก็เผลอประคองตัวเธอด้วยความเป็นห่วง..แต่พอเธอกลับมายืนได้อีกครั้งเขาก็รีบผละมือออก
“ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ..” ไอคิวกล่าว “แต่มีเพียงอย่างเดียวที่เธอไม่น่าทำมันลงไป  นั่นคือการทิ้งเครื่องช็อตไฟฟ้า”
แม้แต่วาดฝันเองก็ยังงุนงงว่าไอคิวต้องการจะบอกอะไร
“เธอตอบคำถามผมสักหน่อยได้มั้ยล่ะ”
“ว่ามาสิ..”
“เธอฆ่าธารินหรือเปล่า”
วาดฝันขมวดคิ้วอย่างสงสัย “..ไม่”
“เธอฆ่าพสกหรือเปล่า”
“ไม่..”
“เธอฆ่านิกรหรือเปล่า”
“ไม่..”
“เธอระเบิดก้อนหินหรือเปล่า”
วาดฝันรู้สึกรำคาญที่ไอคิวใช้วิธีนี้กับเธอ เธอสูดหายใจแรง ๆ แสดงอาการไม่พอใจ “ไม่”
“เธอช็อตธารินกับพสกหรือเปล่า”
“ไม่..” วาดฝันเสียงดัง
“เธอได้แตะต้องเครื่องช็อตไฟฟ้าหรือเปล่า”
“ไม่..” เธอตะคอกใส่หน้า
ทว่าภายในเสี้ยววินาทีที่หลุดปากตอบปฏิเสธออกไปเธอก็ระลึกได้ว่าไอคิวทำสำเร็จกับเกมตอบคำถามนี้
“แสดงว่าที่เครื่องช็อตไม่มีลายนิ้วมือเธอใช่หรือเปล่า”
วาดฝันไม่ตอบ หน้าซีดและปากสั่น..
เครื่องบอกอุณหภูมิอิเล็กทรอนิกส์ที่ติดอยู่ที่เสากลางศูนย์บอกอุณหภูมิเป็น 10 องศาเซลเซียส ซึ่งหมายความว่าภายนอกอาคารต้องหนาวกว่านี้ 1-2 องศาเซลเซียส
วาดฝันทรุดลงจนโยนินต้องประคองอีกครั้ง
ไอคิวหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าออกมาจากห่อของ
“เกือบสำเร็จแล้วล่ะ..” ไอคิวกล่าวกับเธอ “ถ้าตอนนั้นที่ทุกคนพยายามหาเครื่องช็อตไฟฟ้าในเต้นท์ เธอไม่โยนมันเข้าไปใต้เต้นท์  ถ้าเธอทิ้งมันไปไหนต่อไปหรือโยนลงเหวให้มันหายสาบสูญไปก็คงจะไม่ผิดพลาดแบบนี้  บางทีคงคิดว่าจะยังอยากใช้มันกับนิกรเป็นรายสุดท้ายก่อนโยนทิ้งไปจริงก็ได้...เธอก็เลยลืมไปว่ารอยนิ้วมือของเธอติดอยู่บนเครื่งอช็อตไฟฟ้าเต็มไปหมด..ถ้าเธอยืนกรานว่าไม่เคยได้สัมผัสหรือแตะต้องเครื่องช็อตไฟฟ้าของธารินเลย เหตุผลเดียวที่มีรอยนิ้วมือของเธอติดอยู่ก็คือ..”
วาดฝันก้มหน้านิ่งอยู่ในอ้อมแขนของโยนิน
“เธอเป็นฆาตกร..”
โยนินสัมผัสได้ว่าร่างกายของวาดฝันกระตุกเบา ๆ เพราะเธอกำลังพยายามสะกดกลั้นน้ำตา..
“เธอฆ่าธาริน พสกและนิกร  พยายามป้ายความผิดให้อามินดา และใช้ปูมหลังของครอบครัวสิมิลาเสริมให้อามินดาดูน่าสงสัย ใช้นิสัยของอามินดาและอามันดาเป็นเครื่องมือให้ทั้งสองทะเลาะกัน  คาดหวังให้ราเมษกลายเป็นผู้ต้องสงสัยอีกคน เนื่องจากธารินเคยให้เงินและข่มขู่เรื่องพ่อของเขาที่ป่วยเป็นโรคเอดส์  นอกจากนั้นยังหวังให้พลนาทถูกสงสัยเป็นอันดับสาม เพราะเป็นน้องชายของคนที่อยู่ร่วมเหตุกาณ์ที่ผายินดีและเป็นเพื่อนกับพี่ชายของโยนิน  ต่อจากนั้นก็เกิดผลพลอยได้ที่ทำให้โยนินกลับมาสงสัยผมที่ดันทุรังเข้ามาร่วมเดินทางด้วย”
“ไม่น่าเชื่อ..” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเอ่ยลอย ๆ “เธอคิดถึงขั้นนั้นเลยหรือนี่”
“โดยที่ไม่มีใครสักคนสงสัยตัวเธอเองที่เป็นแค่ผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่เกินตัว และชอบดุด่าโยนินแฟนตัวเอง” 
“เพราะอะไร..” โยนินถามเธอ ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้ใบหน้าของเธอ “ทำไมถึงทำเรื่องแบบนี้ได้”
ทว่าวาดฝันกลับนิ่งเงียบ พยายามคลายมือของโยนินที่ประคองออกแล้วคุกเข่าลงกับพื้น ตรงหน้าโยนิน
“ขอโทษนะโยนิน..ฉันรักพี่ชายของเธอ”
วินาทีนั้นโยนินเกิดอาการชาไปทั่วร่าง  อามันดาหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่รู้ตัว  ขณะที่คนที่เหลือต่างงุนงงกับสิ่งที่เธอบอก
“เพราะฉันรักพี่ชายของเธอมากเหลือเกิน  ฉันจึงอยากแก้แค้นสามคนนั่น..อยากให้มันตายไปซะ”
“เธอกับพี่ของโยนินเป็นคนรักกันอย่างนั้นหรือ” ราเมษเอ่ยถามขึ้น
วาดฝันพยักหน้าช้า ๆ “ฉันขอโทษ..ทุกคน..ฉัน  ยอมเป็นแฟนกับโยนิน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นน้องชายของคนที่ตัวเองรักก็เพราะหาโอกาสแก้แค้น”
โยนินถอยหลังจนชนบอร์ดแสดงแผนที่ด้านหลัง “นี่เธอ..ไม่ได้รักฉันหรือ”
วาดฝันเงียบ..
“เธอรักพี่..ใช้ฉันเป็นเครื่องมือเพื่อพี่..เห็นฉันเป็นไอ้โง่อย่างนั้นรึไง..ทำไมต้องพี่ด้วยล่ะ  ทำไมพี่ทำอะไร ๆ ก็มีคนรักคนชอบไปหมด..แล้วฉันล่ะ” โยนินหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความคับแค้นใจ “ฉันล่ะ..เพราะฉันไม่เหมือนพี่อย่างนั้นสิ  ฉันไม่ได้เก่งไม่ได้เพอร์เฟ็คเหมือนพี่ของตัวเอง  ฉันมันไม่เอาไหนในสายตาของใครต่อใคร..”
วาดฝันส่ายหน้าซ้ำไปซ้ำมา..
...
“เล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ย” พลนาทกล่าว “..เรื่องของเธอกับพี่ชายของโยนิน”
เป็นครั้งแรกที่วาดฝันเงยหน้ามองพลนาทด้วยสายตาอ่อนโยน..พลนาทเองก็เหมือนโยนินที่น้อยเนื้อต่ำใจที่มีพี่ชายที่เก่งกว่าตัวเอง..
“..เมื่อสองปีก่อน..ห้าเดือนก่อนเหตุกาณ์ที่ผายินดีจะเกิด  ฉันเจอเขาที่นี่..ที่ภูกระดึงแห่งนี้” เธอกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความทรงจำ...

Recommend