ตอนที่ 28 กรอบรูปวางเปล่า (จบคดี)

           ตึก Advance Restoring ..

           เมื่อเดือนก่อน พลุสวยงามถูกจุดขึ้นบนยอดตึกแห่งนี้  ผมได้แต่เฝ้าดูมันอยู่ในบ้านที่ห่างออกไปเกือบ 2 กิโลเมตร  ผมมองลอดผ่านหน้าต่างห้องนอน ซึ่งอยู่เหนือโต๊ะคอมพิวเตอรของผม  ทีแรกผมไม่คิดอะไร แค่รู้สึกว่าใครกันมาจุดพลุเอาวันนี้เวลานี้ จุดเพื่ออะไร ต้องการสรรเสริญใครหรือเฉลิมฉลองอะไรหรือไว้อาลัยให้ใครกัน..

         แต่ต่อมาอีกประมาณ 10 นาที พลุถูกจุดขึ้นใกล้ ๆ บ้าน..ตรงบริเวณโรงเรียนใกล้ ๆ บ้าน เหมือนต้องการตอบรับพลุที่ถูกจุดบนยอดตึกนั้น

         หรือว่านี่อาจจะเป็นพลุไว้อาลัย.. 

         ผมรู้ว่าแม่ชอบพลุมากแค่ไหน พ่อเคยพาแม่ไปดูพลุสองต่อสองบ่อยมากแค่ไหน 

         นี่พ่อของผมจุดพลุนี่ขึ้นมาเพื่อไว้อาลัยแม่หรือ.. 

         แล้วทำไมต้องจุดที่ตึกนั้นด้วยล่ะ  ตึกนั้นมีอะไรอย่างนั้นหรือ.. 

ooooooooooooo

           ชั้น 29 ของตึก Advance Restoring ซ่อมแซมและปรับปรุงเสร็จเรียบร้อย เป็นบริเวณพื้นที่กว้างโล่ง ยังไม่ได้ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงานใด ๆ เพราะธีรสินผู้เป็นเจ้าของได้เสียชีวิตไปเสียก่อน..

           สองด้านยาวของตึกไม่ได้ถูกก่อด้วยปูนหนาทึบ แต่เป็นกระจกใสเคลือบด้วยแผ่นฟิล์มป้องกันรังสี UV ทำให้ถึงแม้ไม่ต้องเปิดไฟแสงจากดวงอาทิตย์ก็สาดส่องเข้ามาทำให้ดูสว่างทั้วทั้งบริเวณ  มีเสาจำนวน 10 ต้นตามแนวยาว สองด้าน ลึกเข้าไปด้านในสุดเป็นผนัง ติดกรอบรูปขนาดใหญ่ว่างเปล่า ยังไม่มีรูปภาพอยู่ภายในกรอบรูป

           ไอคิวเดินก้าวเท้ายาวผ่านเสาแต่ละต้นเข้าไปด้านในสุด แสงแดดสาดส่องร่างเขาจนเกิดเป็นเงาทอดยาวบนพื้นไม้ขัดมัน เบื้องหน้ากรอบรูปขนาดใหญ่นั้น ปรากฏร่างของลูกชายของทัดไชยคุกเข่าเงยหน้ามองกรอบรูปว่างเปล่าประหนึ่งกำลังจิตนาการภาพที่จะถูกนำมาใส่เอาไว้ด้านใน..

           ต่างจากไอคิวที่หยุดเดินยืนอยู่ด้านหลังแทน  เขาจินตนาการว่ากรอบรูปนั้นเป็นเหมือนจอขนาดใหญ่ที่พร้อมจะถูกฉายภาพเคลื่อนไหว  ภาพต่าง ๆ พรั่งพรูออกมาจากหัวสมองของเขา เริ่มตั้งแต่วันแรกที่เขาถูกลักพาตัวจนมาถึงวันนี้ที่เขาไปเยี่ยมบ้านทัดไชยเพื่อพบแทนผู้เป็นลูกชายและพาเขามาที่ตึกแห่งนี้

           แสงแดดเริ่มเปลี่ยนสีจากขาวกลายเป็นเหลืองทอง  เงาของทั้งไอคิวและแทนค่อย ๆ ยาวขึ้น มองเห็นดวงอาทิตย์สีส้มนอกตึกอยู่ในระดับสายตา

           แม้จะเป็นพื้นที่โล่งแต่กระจกถูกปิดทุกด้าน ทำให้ไม่มีอากาศถ่ายเท ไอคิวจึงเริ่มรู้สึกร้อนอบอ้าว เหงื่อที่หลังเปียกชุ่ม  แทนเองก็เช่นกัน เม็ดเหงื่อไหลเอื่อย ๆ จากหน้าผากลงสู่หัวตาจนดูคล้ายเป็นน้ำตา..

           “..วันนั้นเองที่ผมเริ่มเอะใจว่าพ่อต้องกำลังทำอะไรอยู่  พอผมเห็นพลุนั่น และนับมันได้จำนวน 29 ครั้งผมก็เริ่มเอะใจว่าอาจจะใช่พ่อที่เป็นคนทำ”

           แทนหลุบตาลงต่ำมองพื้น เม็ดเหงื่อร่วงจากหัวตาลงสู่พื้นเช่นกัน

           “29 ครั้งคืออายุของแม่ตอนที่แม่ท้อง ตอนนั้นแม่ดีใจมากที่ท้อง..แม่บอกแบบนั้น  แม่บอกว่าแม่เป็นคนมีลูกยาก แต่ก็มีผมตอนอายุ 29 ดังนั้นเลข 29 จึงเหมือนเลขมงคลสำหรับแม่  และบางทีก็อาจจะมีอีกความหมายแฝง..”

           หัวไหล่ของแทนกระตุกครั้งหนึ่ง มีเสียงลมหายใจร้อนจนไอคิวได้ยิน

           “เลข 29 อาจจะหมายถึงชั้น 29 ของตึกนี้..ชั้นนี้ ตึกนี้ที่กลายเป็นที่ฝังศพของแม่”

           “..ถ้าอย่างนั้นนายก็คงพอรู้ใช่มั้ยว่า คุณธีรสินกับแม่ของนายเคยคบหากัน..”

           แทนพยักหน้า..

           “ผู้ชายคนนั้นบอกว่ารักแม่  แต่ก็เป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวที่สุดคนหนึ่ง  อยากได้แม่มาเป็นของตัวเอง  จนสุดท้ายก็ฆ่าแม่ตาย”

           “นายคิดว่าคุณธีรสินฆ่าแม่อย่างนั้นหรือ” ไอคิวรู้สึกสลดหดหู่  แทนจะเคยรู้บ้างไหมว่าเขากำลังกล่าวหาพ่อแท้ ๆ ของตนว่าเป็นคนฆ่าแม่แท้ ๆ

           แทนส่ายหน้าช้า ๆ “ไม่ฆ่าก็เหมือนฆ่า..” แทนลุกขึ้นยืน หันหน้ามาทางไอคิว “ผมพึ่งรู้เรื่องที่น่าตกใจ  เป็นเรื่องที่ทำให้ผมช็อคมากที่สุดในชีวิต และก็ทำให้ชีวิตผมอาจต้องพลิกผัน..”

           “นี่นายรู้หรือ” ไอคิวตกใจ “ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไมนายยังกล่าวโทษคุณธีรสิน”

           “คุณแม่บังคับให้ผู้ชายคนนั้นฆ่าคุณแม่” แทนสวนขึ้นทันควัน

           “อะไรนะ” ไอคิวตกใจอีกหน เขาไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน

           “ที่นี่ บนชั้นนี้  คุณแม่ขอให้คนที่ชื่อธีรสินยิงเธอ”

           “นี่มัน..เรื่องจริงหรือ” ไอคิวพยายามเรียบเรียงเรื่องราว “แล้วนายรู้มั้ยว่าทำไม”

           แทนยิ้มจืดจาง “เพื่อปกปิดบาปหนา...แม่ไม่ต้องการมีชีวิตอยู่  แม่ไม่สามารถทนรับสภาพที่เป็นอยู่ได้ เพราะฉะนั้นเพื่อยอมรับและปกปิดบาปหนาครั้งนั้น  แม่จึงไม่อยากมีชีวิตอยู่”

           “บาปหนาที่ว่านั่นคืออะไร” ไอคิวถามอย่างหวั่น ๆ เพราะกลัวคำตอบของแทน

           ดวงตาของแทนรื้นด้วยน้ำตา  น้ำตามากมายเอ่อท้นดวงตาจนไม่สามารถปกปิดความโศกเศร้าทุกข์ทรมาณของเด็กหนุ่มได้อีกต่อไป..

           “บาปหนาของแม่ก็คือผม”

           ไอคิวแน่ใจแล้วว่าแทนต้องรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว รู้ว่าเขาเป็นลูกชายของธีรสิน..ธีรสินคนที่ฆ่าจูเลียผู้เป็นแม่  และถูกทัดไชยผู้เป็นเสมือนพ่อฆ่าอีกเช่นกัน

           “พี่คงรู้แล้วถึงได้ทำหน้าแบบนี้  ความจริงพี่คงอยากบอกผมว่าผมเป็นลูกใครกันแน่  แต่ก็คงไม่กล้ากลัวผมจะรับไม่ได้  แต่ว่าโชคร้ายที่ผมรู้เสียก่อน”

           “อืม..ใช่แล้วล่ะ ธีรสินเป็นพ่อของนาย เนื่องจากคนที่มีลูกยากจริงนั้นคือทัดไชย ไม่ใช่แม่ของนาย”

           แทนพยักหน้า น้ำตาร่วงหล่น เขาปาดน้ำตาด้วยต้นแขน จากนั้นกล่าวต่อหน้าไอคิว “หลังจากมีข่าวออกไปว่าธีรสินเสียชีวิต  แค่เพียงสองวันก็มีทนายประจำตัวมาหาผมที่บ้าน  เขายื่นแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งแล้วบอกว่านี่เป็นพินัยกรรมที่ระบุว่าผมเป็นผู้รับมรดกจากธีรสิน  เพียงแค่นั้นผมก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร  ความสงสัยทั้งหมดตั้งแต่ที่ว่าทำไมธีรสินต้องมาหาแม่ที่บ้านบ่อย ๆ เวลาพ่อไม่อยู่  ทำไมธีรสินต้องจูบแม่ในคืนนั้นที่ผมพลั้งตกบันได  ทำไมพ่อถึงต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟและขู่ว่าจะใช่กำลังกับแม่ถ้าแม่ไปหาธีรสิน  ทุก ๆ อย่างกระจ่างแจ้งแค่กระดาษแผ่นเดียวที่เรียกว่าพินัยกรรม”

           “..ถ้านายรู้อย่างนั้นแล้วก็เลิกโกรธเกลียดคุณธีรสินเถอะ..”

           “..ทนายคนนั้นบอกว่าที่จริงแล้วธีรสินรักแม่มาก  แล้วแม่เองก็รักธีรสินมาก  ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ยอมมีอะไรจนมีผม  แต่เพราะแม่เองก็รักพ่อมากเช่นกัน  และธีรสินจำเป็นต้องไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น  แม่จึงยอมแต่งงานกับพ่อ  ตลอดเวลาที่แม่แต่งงานกับพ่อ แม่ไม่เคยเสียใจที่ตัดสินใจแต่งงาน  มีแค่เพียงเรื่องเดียวที่แม่ต้องทนทุกข์คือการมีลูกให้พ่อไม่ได้  สรุปว่าทั้งพ่อและแม่เป็นคนมีลูกยากทั้งคู่  สองคนมาเจอกันก็ยิ่งทำให้การมีลูกยากขึ้นไปอีก  ในระหว่างที่แม่ต้องทุกข์ใจที่มีลูกให้พ่อไม่ได้  ธีรสินก็ยื่นข้อเสนอที่ไม่น่าเป็นไปได้ให้แม่..”

           “...”

           “ถ้าอย่างนั้นเธอลองมีลูกกับฉันสิ  ฉันรับรองว่าเธอต้องมีลูกได้แน่..ทนายคนนั้นบอกว่าเขาแอบได้ยินตอนที่ทั้งสองคุยกันบนชั้นนี้”

           “แปลว่าแม่นายกับธีรสินลอบเป็นชู้กัน  นั่นคือความผิดบาปที่แม่ของนายไม่อาจให้อภัยตัวเอง”

           แทนพยักหน้ารับแกน ๆ ..

           “จนแม่รู้ตัวว่าท้อง  แม่จึงบอกกับธีรสินว่าขอหยุดพฤติกรรมเลวทรามลักลอบเป็นชู้กันเสียที  แต่ธีรสินไม่ยอม  แม้จะมีข้อตกลงกันแล้วว่าลูกที่เกิดมาจะต้องเป็นลูกของพ่อก็ตาม  แต่เอาเข้าจริง ๆ ธีรสินก็ทำใจยอมรับข้อตกลงที่ตัวเองเสนอมาให้ไม่ได้...จนเรื่องกลายมาเป็นแบบนี้  ผมมีพ่อชื่อทัดไชย มีแม่ชื่อจูเลีย  มีคนชื่อธีรสินเป็นใครก็ไม่รู้ที่มาติดพันแม่  ส่วนผมได้ดวงตาสีฟ้ามาจากแม่  ได้คิ้วหนาตรงมาจากธีรสิน”

           แทนน้ำตาไหลรินอีกครั้ง..มองไอคิวอย่างหมดแรง

           ไอคิวจะเดินไปประคอง แต่แทนกลับเดินถอยหลัง

           “เป็นพี่ ๆ จะสงสารใคร จะสมเพชใคร..” แทนเอ่ยถาม

           ไอคิวส่ายหน้าไม่อยากตอบคำถามนี้  แทนยืนอยู่ระดับกรอบรูปพอดิบพอดี  เหมือนกับว่าภาพที่ควรจะอยู่ในกรอบรูปนี้ธีรสินคงตั้งใจให้เป็นภาพของลูกชายแท้ ๆ ของตัวเอง

           “คนแรก คุณพ่อที่ชื่อทัดไชย  พ่อที่แสนดี รักเมียรักลูกอย่างสุดหัวใจ  โดยที่ไม่รู้เลยว่าลูกนั้นไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของตัวเอง  ยอมกลายเป็นฆาตกรฆ่าคนวางแผนฆาตกรรมซับซ้อนเพื่อลงโทษคน ๆ หนึ่งที่คิดว่าได้ลงมือฆ่าเมียตัวเองไป”

           “...” ไอคิวส่ายหน้าช้า ๆ..

           “คนที่สอง คุณแม่ที่ชื่อจูเลีย  แม่ที่แสนดี แม่ที่รักลูกอย่างสุดหัวใจ ทุ่มเทเวลาทั้งหมดเพื่อลูกชาย  รักสามีจนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีลูกตามความปรารถนาของสามี  มีความรู้สึกผิดบาปที่ทำเรื่องน่าอับอายอย่างการมีชู้ จนต้องหาทางปลดปล่อยด้วยการตาย”

           “...อย่า..” ไอคิวเอ่ยออกมาเบา ๆ

           “คนที่สาม คุณพ่อแท้ ๆ ที่ชื่อธีรสิน  ผู้ชายที่มีรักมั่นคง แต่ก็เห็นแก่ตัวในเวลาเดียวกัน  ยอมสละลูกชายให้คนอื่น  ทนเฝ้ามองลูกชายที่อยู่กับคนอื่น ลูกชายอีกคนต้องตายไปเพราะความโง่เขลาเสียไตไปหนึ่งข้าง  ความหวังเดียวคือลูกชายคนนี้  แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีวันที่ลูกชายคนนี้จะยอมรับ”

           “..นายอย่าพูดอีกเลย..พอแล้ว”

           “ทำไมล่ะ พี่ไม่อยากฟังความจริงหรือไง..พี่อยากรู้ความจริงมากไม่ใช่หรือไง..” แทนยิ้มเศร้าหมอง

           “..เปล่า  พี่แค่..”   ไอคิวพูดไม่ออก

           “คนที่สี่...” แทนมองหน้าไอคิว  เด็กหนุ่มต้องการเอาชนะไอคิว ไม่สนใจกับการทำให้ตัวเจ็บปวด “..คือตัวผมเอง”

           ไอคิวเบือนหน้านี้ สายตาพลันมองไปยังดวงอาทิตย์กลมโตสีส้ม

           “เด็กลูกครึ่งขาเป๋คนหนึ่ง อยู่ในสภาพสังคมที่ดูไม่เข้ากับเด็กทั่วไป  มีพ่อที่น่ารักชื่อทัดไชย แต่กลับไม่ใช่พ่อแท้ ๆ แถมยังใจโหดเหี้ยมเกินคนวางแผนฆาตกรรมซับซ้อนทำให้คนต้องตายไปถึง 6 คน  มีแม่ที่น่ารักชื่อจูเลีย เป็นลูกครึ่งรัสเชีย มีใบหน้าที่สวยงามแต่กลับมีความทุกข์ใจที่มีลูกให้สามีไม่ได้ จนต้องลอบเป็นชู้กับคนรักในอดีตอีกคนจนให้กำเนิดผมมา  ทำให้รู้สึกผิดบาปไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้  สุดท้าย..เด็กคนนี้กลับมารู้เอาตอนโตว่ามีพ่อแท้ ๆ ชื่อธีรสินที่เป็นชู้กับแม่ ถึงแม้จะรู้ว่าพ่อคนนี้รักลูกชายมากแต่ก็ทำใจยอมรับได้ยาก และต้องถูกฆ่าตายด้วยพ่อชื่อทัดไชยที่เข้าใจผิดว่าได้ฆ่าแม่ตายอย่างไม่ไยดี  ซึ่งแท้ที่จริงแล้วแม่ต่างหากที่เป็นคนขอร้องให้ฆ่า..” เสียงของแทนสั่นเครือ มือกำแน่นอยู่ที่อกข้างซ้ายและทุบเบา ๆ

           “..คงเป็นนาย..” ไอคิวตอบ ขณะที่ยังมองดวงอาทิตย์ “นายอยากให้พี่ตอบแบบนี้หรือเปล่า”

           แทนทรุดตัวลงคุกเข่าอีกครั้ง..ไหล่กระตุกตัวงอ มือทุบหัวใจที่เจ็บปวด

           “แน่นอนว่าคนที่อยู่ย่อมน่าสงสารกว่าคนที่ตายไปแล้ว  คนที่อยู่ต้องแบกรับเรื่องราวทั้งหมดเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยวางปล่อยมันทิ้งออกไปจากอก..นายคิดแบบนั้นใช่มั้ย”

           “...”

           “แต่ว่าทุกคนต่างก็เสียใจ ไม่ใช่เฉพาะครอบครัวนายหรอกนะ คนอื่น ๆ อย่าง 6 คนที่ตายไปเพราะแผนฆาตกรรมของพ่อเธอก็น่าสงสารไม่แพ้กัน ทั้งตัวพวกเขา ทั้งครอบครัวของพวกเขา  ทุกคนต่างก็เสียใจ  ความเสียใจมันเกิดกับทุกคนไม่มีละเว้น  นายยังโชคดีกว่าคนเหล่านั้นด้วยซ้ำที่มีคนที่รักนายขนาดนี้”

           “...”

           “แค่หนึ่งสัปดาห์” ไอคิวหันกลับมามองแทนที่คุกเข่าก้มหน้า “พี่ให้เวลานายเศร้าโศกเสียใจให้พอ  แต่ว่าแค่หนึ่งสัปดาห์...ต่อจากนั้นนายต้องกลับมาดำรงชีวิตอยู่อีกครั้งบนโลกความเป็นจริง ในฐานะไหนก็ได้ที่นายอยากจะเป็น นายจะต้องมีชีวิตอยู่เพื่อตอบแทนคนสองคนที่ตายเพื่อนาย และตอบแทนทัดไชยที่อยู่เพื่อนายมาตลอด สร้างฐานะให้มั่นคงด้วยมรดกที่นายมี รอวันกลับมาของทัดไชยพ่อของนาย  วันที่เขาพ้นโทษ..”

           “..ขอบคุณครับ..” แทนเอ่ยสั้น ๆ

           “ตึกนี้กลายเป็นของนาย..ตรงกรอบรูปนี้เคยมีศพแม่ของนายถูกฝังอยู่ นายมาเพื่อเคารพดวงวิญญาณของแม่ พ่อแท้ ๆ ของนายอยากจะรั้งแม่ของนายไว้แม้กระทั้งร่างไร้วิญญาณจึงตั้งใจฝังร่างของแม่นายไว้ที่นี่ แต่อดีตก็คงตามหลอกหลอนไม่เลิก พ่อแท้ ๆ ของนายเลยหาเรื่องสร้างชั้น 29 เพื่อเอาร่างของแม่นายออกมาแล้วเอาไปฝังไว้ใกล้ ๆ รั้วบ้านของนาย  อย่างน้อยก็ให้วิญญาณแม่ของนายอยู่ใกล้ ๆ นาย แม้จะไม่กล้าบากหน้ายื่นร่างไร้วิญญาณให้แก่ทัดไชย แต่ขอแค่ฝังเอาไว้ใกล้ ๆ ก็ยังดี  พ่อแท้ ๆ ของนายคงคิดแค่นั้น  โชคไม่ดีที่ฝังไม่ลึกพอ สุนัขจรจัดจึงขุดร่างและกระดูกแม่ของนายขึ้นมาจนเป็นเหตุให้ทัดไชยพบจี้ห้อยคอ..พี่เดาว่าอย่างนั้น..

           “ความแค้นไม่ได้ช่วยอะไร  ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิด  เห็นเจตนาดีของอีกฝ่ายผิดไปจนทำให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ทัดไชยเองสมควรได้รับโทษ นายควรจะยอมรับตรงนี้ เพราะเขาใช้ความแค้นส่วนตัว และขอยืมความแค้นของคน 6 คนเป็นเครื่องมือ เขาคงคิดว่าคน 6 คนเองก็สมควรตายเช่นกัน ดังนั้นจึงอ้างความคิดตัวเองขอยืมความแค้นของทุกคนมาก่อแผนฆาตกรรม

           พระอาทิตย์กำลังตกดิน ถ้าอยากเจอแม่ของนายก็อยู่ที่นี่จนมืด บางทีแม่นายอาจจะปรากฏตัวมาไขความกระจ่างทั้งหมดให้นายก็ได้..”

           “ผมจะอยู่..” แทนเหลียวมองกรอบรูปว่างเปล่า หันกลับมาทางไอคิว “ขอบคุณพี่มาก  แม้จะเจอพี่แค่วันสองวันแต่ดูเหมือนผมจะเชื่อใจพี่มาก  สงสัยคงเพราะผมเป็นลูกคนเดียวที่อยากมีพี่ชาย”

           ไอคิวหันมาสบตาแทน ยิ้มอย่างเศร้าหมอง “..พี่เองก็เคยมีน้องชาย  แถมรักน้องคนนี้มากด้วย  แต่โชคไม่ดี น้องชายพี่อยู่ได้ไม่นาน..ลาก่อนนะ หวังว่าคงได้เจอกันอีก”

           ไอคิวกล่าวคำลาเพียงแค่นั้น..เขาเดินกลับผ่านเสาตามทางด้านยาวของชั้น 29 หายไปทางประตู มีเสียงลิฟท์ที่ขึ้นมารับ..พาเขาลงไปยังชั้นล่างของตึก Advance Restoring..

           ประตูลิฟท์เปิดออก ปราการที่รออยู่ตรงดิ่งเข้ามาหา “เป็นอะไร ทำไมตาแดง ๆ”

           ไอคิวกระพริบตาถี่ “ไม่มีอะไรครับ  ผมแค่คิดถึงน้อง..”

 

           แค่ไม่กี่นาทีที่ไอคิวจากไป ท้องฟ้ามืดลงอย่างรวดเร็ว ดวงอาทิตย์ลับหายไป ชั้น 29 ที่เคยส่องสว่างกลับมืดสนิท  แทนนั่งชันเข่าอยู่ตรงหน้ากรอบรูปว่างเปล่า..

           มีลมวูบหนึ่งผ่านตัวเขาจากด้านหลังจนทำให้ขนลุก ทั้ง ๆ ที่หน้าต่างทุกบานปิดสนิท เหงื่อที่เคยไหลเพราะอากาศร้อนอบอ้าว บัดนี้กลับหนาวเย็นอย่างประหลาด

           กรอบรูปว่างเปล่าตรงหน้าแทน ส่องแสงเรืองรอง บางทีอาจต้องแสงจันทร์พอดี  ปรากฎภาพเลือนรางของหญิงชาวรัสเซีย เหมือนภาพเขียนสมัยโบราณที่วาดโดยจิตกรมีฝีมือ..

           หญิงชาวรัสเซียยิ้มให้เด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างอ่อนโยน..

จบคดี

 

ขอขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามทุกคนมา ณ ที่นี่ด้วยนะครับ พบกันใหม่กับ case ต่อไปเร็ว ๆ นี้

Comment

Comment:

Tweet

Recommend