Circle murder #26 (Live Camera) ภาคไขปริศนา 8

posted on 19 Jun 2011 20:53 by iqdetective

ตอนที่ 26 Live Camera

               หนึ่งสัปดาห์ต่อมา..

               ขอบตาของไอคิวดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัด เขาก้าวลงจากรถเป็นคนสุดท้าย  รถตำรวจจอดอยู่หน้าบ้านสองชั้นหลังหนึ่ง  ตำรวจหนึ่งนายกับปราการหันมามองไอคิว

               “นายพร้อมนะ” ปราการเป็นฝ่ายเอ่ยถาม

               ไอคิวเงยหน้ามองชั้นสองของบ้านเหนือรั้วปูนเตี้ย ๆ “พร้อมครับ” เขากระชับเป้ใบเก่าแนบข้างลำตัว เหมือนต้องการให้แน่ใจว่าของที่อยู่ข้างในไม่ได้หายไปไหน

               นายตำรวจเดินไปกดกริ่งหน้าบ้าน  แต่แล้วนึกได้ว่าไม่ควรกด “เราเข้าไปเลยจะดีกว่านะครับ”

               ปราการยื่นกุญแจบ้านที่ได้มาจากคนร้ายให้ตำรวจ  ประตุเหล็กเลื่อนเปิดออก  ทั้ง 3 คนจึงเดินเข้าไป พร้อมกับได้ยินเสียงตะโกนแตกพร่าดังจากในบ้าน

               “พ่อกลับมาแล้วเหรอ”

               ภาพนั้น..ภาพของคน ๆ หนึ่งที่เห็นตรงหน้า..

               ไอคิวเอาแขนแนบเข้ากับเป้แน่นขึ้น จมูกแดงเรื่อ กลอกตาไปมาให้น้ำตาที่กำลังเอ่อเหือดแห้งไป..

               แทน..เด็กหนุ่มวัย 13 ปีที่เพิ่งเสียงแตกหนุ่ม เดินด้วยไม้ค้ำยันกระโผลกกระเผลกตรงออกมาจากในบ้าน  เด็กหนุ่มเปลี่ยนรอยยิ้มสดใสเป็นความฉงนสงสัย มองชายแปลกหน้า 3 คนที่บุกเข้ามาในบ้าน

               “เธอผอมเกินไป” ปราการโพล่งลอย ๆ ออกมา “เด็กคนนี้ผอมเกินไป”

               ไอคิวรู้สึกว่าแทนกำลังประมวลความคิดจากบุคคล 3 คนที่เห็นตรงหน้า มีตำรวจ  คนที่ท่าทางเหมือนนักข่าว เพราะมีป้ายสื่อติดอยู่ที่หน้าอก กับชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง

               “แล้วพ่อล่ะ” แทนมองตำรวจ มองต่ำลงไปที่กุญแจในมือของตำรวจ

               “พ่อของเธอ ตอนนี้อยู่ที่โรงพัก” ตำรวจพูดจาตรงไปตรงมา เขาไม่อยากเสียเวลา “เขาถูกตัดสินจำคุกข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนา”

               รูม่านตาของแทนขยายใหญ่ขึ้นจนไอคิวมองเห็นได้ ไอคิวรีบกระโจนเข้าคว้าตัวแทนก่อนที่จะหงายหลังล้มลงกับพื้นได้ทันท่วงที  ไม้ค้ำยันกระเด็นกระดอนไปด้านข้าง

               “หมายความว่าไง” ดวงตาสีฟ้าและน้ำตาลของแทนจ้องเขม็งไปที่ตำรวจ “หมายความว่าไง..”

               ตำรวจถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ที่เรามาวันนี้ก็เพื่อจะขอดูภายในบ้านสักหน่อย”

               แทนส่ายหน้า..

               “ถ้าเธออยากเจอพ่อของเธออีกครั้ง  ขอความกรุณาให้ความร่วมมือด้วยนะ..”

 

               10 นาทีต่อมา..

               ภายในบ้านของทิวากร ซึ่งก่อนมีผู้อาศัยกันอยู่ 3 คน พ่อแม่ลูก มีทิวากร จูเลียและแทน  กรอบรูปที่ตั้งอยู่หลังตู้และผนังบ้านบ่งบอกได้ว่าครอบครัวนี้รักกันมากแค่ไหน  มีรูปที่ถ่ายด้วยกัน 3 คนมากมาย ต่างเวลา ต่างสถานที่ แต่ก็ยังมี 3 คนอยู่ในรูป จะดูแตกต่างที่บางรูปแทนยืน บางรูปแทนนั่งบนเก้าอี้เข็น

               ไอคิวเหลือบมองฉากกั้นตรงบันได ตรงที่ๆเคยมีกระถางดอกไม้ประดับ แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นตุ๊กตาเรซินตัวเล็ก ๆ เรียงราย

               “เธอกำลังทำอะไรอยู่หรือ” นายตำรวจมองไปยังห้องครัว เห็นผักกาดและมะเขือเทศวางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง

               “ทำอาหารกินเอง” แทนตอบซื่อๆ

               “ตั้งแต่พ่อเธอไม่อยู่รึ”

               “ผมทำเองมาตลอดตั้งแต่แม่จากไป แต่บางครั้งพ่อก็ทำให้กิน ส่วนมากซื้อเอามากกว่า”

               “อย่างนั้นหรือ” นายตำรวจเออออ

               พอหมดคำถาม ทั้ง 4 คนอยู่ในความเงียบกันนานเกือบ 10 วินาที  ปราการและตำรวจนายนั้นสบตาไอคิวซึ่งรออยู่แล้ว  แทนเองก็เหมือนจะรู้ว่าคนถัดไปที่จะเริ่มต้นสนทนากับตัวเองคือชายหนุ่มคนนี้

               “เธอรู้เรื่องที่พ่อของเธอวางแผนฆาตกรรมหรือเปล่า..” ไอคิวยิงคำถามตรงประเด็น จนแม้แต่ปราการกับนายตำรวจเองก็คาดไม่ถึง

               แทนหลุบตาลงต่ำ ไม่กล้าสบตาไอคิว ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วเบา “พอทราบบ้างครับ”

               “รู้อะไรแค่ไหนบ้าง”

               “ก็..รู้ว่าพ่อกำลังวางแผนบางอย่างที่สำคัญ พ่อพูดว่าบางอย่างที่สำคัญ  ผมเคยแอบเปิดดูลิ้นชักโต๊ะทำงานของพ่อในห้องนอน เห็นแผนภาพวงกลม มีชื่อคน 5-6 คน มีประวัติ มีที่อยู่ และมีสถานที่อยู่ในนั้น”

               นายตำรวจพยักหน้าพอใจที่สละเวลามาบ้านทิวากรในวันนี้ อย่างน้อยเบาะแสกับแรงจูงใจอาจถูกเปิดเผยโดยลูกชายของทิวากร

               “เธอรู้เลยเหรอว่านั่นคือแผนการฆาตกรรม”

               “ทีแรกไม่รู้ แต่พอคิดแบบสุดโต่ง ทุกอย่างมันก็ดูลงล๊อค มันดูเป็นแผนฆาตกรรมได้ ผมเลยเชื่อว่าพ่อกำลังวางแผนฆาตกรรม”

               “แล้วพ่อเธอรู้ไหมว่าเธอรู้”

               “ไม่รู้หรอก..”

               “เธอไม่คิดจะห้ามปรามพ่อของเธอเลยเหรอ”

               แทนส่ายหน้า “ไม่รู้สิครับ บอกไม่ถูก  ผมคิดแค่ว่าพ่อคงมีเหตุผลของพ่อ  ผมเองก็ทนเห็นพ่อยืนเหม่อลอยไม่เป็นตัวของตัวเองหลังแม่เสียชีวิตไม่ได้เหมือนกัน ถ้าเรื่องที่พ่อวางแผนมันทำให้พ่อหายเป็นแบบนั้นได้  ก็ปล่อยให้พ่อทำไป”

               เด็กอายุ 13 ปีคิดแบบนี้หรือ..ปราการจ้องมองใบหน้าไร้เดียงสาของแทน

               “เธอรู้จักคนชื่อธีรสินไหม”

               “..ใช่ชื่อที่อยู่ในแผนนั้นหรือเปล่า” แทนเงยหน้ามองไอคิว

               “อืม..ใช่”

               “ไม่ทราบครับ  ผมไม่ทราบรายชื่อที่อยู่ในแผนของพ่อเลยสักคน”

               ไอคิวถอนหายใจเบา ๆ เด็กคนนี้ไม่รู้ว่าธีรสินคือพ่อจริง ๆ ของตัวเอง แล้วพ่อที่เลี้ยงดูมาอย่างทิวากร ฆ่าพ่อจริง ๆ ของตัวเอง  ขืนให้เด็กคนนี้รู้  หัวใจบอบบางคงแตกสลาย

               “ขอบใจมากนะ หมดเรื่องที่จะถามแล้วล่ะ” ความจริงไอคิวมีอะไรจะถามอีกพอสมควร แต่ทว่าเขาไม่อยากทำให้เด็กคนนี้กระทบกระเทือนจิตใจไปมากกว่านี้อีก “พี่ปราการกับคุณตำรวจมีอะไรอีกมั้ยครับ”

               ทั้งสองคนส่ายหน้าช้า คงรู้สึกแบบเดียวกัน

               “แต่เราจำเป็นต้องขอถ่ายรูปเธอและบ้านของเธอนะ”

               แทนพยักหน้ารับ

               นายตำรวจหยิบกล้องดิจิตอลอันเล็กจากกระเป๋ากางเกงออกมา ยกขึ้นถ่ายแทนรูปเดียว จากนั้นจึงหันไปถ่ายส่วนอื่น ๆ ของบ้าน

               “จากนี้ไปผมจะทำยังไง” แทนเอ่ยออกมา สายตาส่งมายังไอคิว “พ่อต้องติดคุกใช่หรือเปล่า  แล้วผมจะทำยังไง”

               ดวงตาที่รื้นด้วยน้ำตาของแทนส่งความโศกเศร้ามายังไอคิวจนเขาเองต้องมีน้ำตาซึม

               “พี่ก็ตอบไม่ได้..แต่คิดว่าพ่อของเธอคงเตรียมใจรับการมาถึงของวันนี้ และคงเตรียมอะไรไว้ไม่ให้เธอลำบากต่อจากนี้”

               น่าเสียดายที่แทนไม่ได้เป็นลูกตามกฎหมายของธีรสิน ไม่อย่างนั้นทรัพย์สินของธีรสินคงตกมาถึงแทนบ้าง

               “เอ๊ะ..หรือว่าจะมี” ไอคิวหันควับไปทางปราการ

               “ถ้าอย่างนั้นก็ดีหน่อย” แทนพูดลอย ๆ ไอคิวหันกลับมาที่แทนอีกครั้ง “พิการแบบนี้คงทำอะไรไม่ได้นอกจากขอทาน”

               “อย่าดูถูกตัวเองแบบนั้นสิ” นายตำรวจละจากการถ่ายรูปหันมาพูดกับแทน “เธอเก่งคอมพิวเตอร์ไม่ใช่หรือ เดี๋ยวนี้มีบริษัทที่รับคนพิการเป็นพนักงานทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งขยันทำงานกว่าคนปกติธรรมดาเสียอีก  ฉันจะลองถามดูให้”

               “ขอบคุณมากครับ” แทนยกมือไหว้

               “ทำอะไรกินล่ะ ให้ช่วยมั้ย” ปราการเอ่ยขึ้นอย่างสงสาร

               “ไม่เป็นไรครับ ผมทำบ่อยแล้ว” แทนยิ้ม และเหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “ความจริง..ผมเคยช่วยพ่อดูไลฟ์แคม”

               “ไลฟ์แคมหรือ” นายตำรวจหันมาอย่างสนใจ

               “ครับ ที่เอากล้องเว็บแคมตัวเล็ก ๆ ไปติดที่อื่น แล้วดูจากที่นี่”

               “แปลว่าวันนั้นเธอดูอยู่งั้นหรือ” ไอคิวถามอย่างตื่นเต้น

               “วันนั้น..”

               “เมื่อหลายวันก่อน พ่อเธอช่วยให้เฝ้าดูไลฟ์แคมใช่มั้ย แล้วก็ขอยืมสายแลนของเธอไปด้วย”

               “ใช่ครับ แต่สายแลนพ่อคงเอาไปเอง ไม่ได้ขอยืมผม”

               “ใช่..ที่บ้านร้างนั่นล่ะ ภาพในกล้องคงมืดหน่อย แต่คงใช้โหมดไนท์ช๊อตช่วยได้ ในภาพคงเห็นเหมือนมีกรงเหล็กขังใครสักคนอยู่ใช่มั้ย”

               “ใช่ครับ ตอนนั้นผมคิดแต่ว่าพ่อคงเริ่มแผนการของพ่อแล้ว  ตอนแรกผมนึกกลัวว่าพ่อจะฆ่าคนที่อยู่ในนั้นต่อหน้าไลฟ์แคม  แต่คิดไปคิดมาพ่อคงไม่ทำอย่างนั้น คงไม่อยากให้ผมเห็นอะไรแบบนั้น คงแค่ต้องการสั่งสอนใครสักคน”

               “คนที่เธอเห็นนั่นคือพี่เอง” ไอคิวบอก

               แทนตกตะลึง “อะไรนะครับ พี่เหรอ”

               “พี่ถูกพ่อของเธอจับตัวไปขังไว้ที่นั่น เพื่ออำพรางคดี”

               “..ผมดูไม่ออกว่าเป็นใคร  หรืออาจจะไม่ได้สนใจว่าหน้าตาเป็นยังไง”

               “ดีเลย..” ไอคิวจ้องแทนเขม็ง “เธอเฝ้าดูไลฟ์แคมตลอดเลยหรือเปล่า จนถึงเกือบเช้าเลยหรือเปล่า”

               “เปล่าครับ  ผมเองก็ไม่แน่ใจ ผมเห็นคนที่ถูกขัง อ้อ..ก็คือพี่สินะครับ  ผมเห็นพี่พยายามใช้เหล็กยาวเจาะผนังปูน  ผมเองยังแอบลุ้นว่าจะทำสำเร็จหรือไม่  จนพี่ทำสำเร็จ หายเข้าไปในผนัง จากนั้นก็ไม่มีอะไรอีก ผมเลยไปนอน แต่ก็เปิดทิ้งไว้”

               “เธอได้บันทึกไว้หรือเปล่า”

               “บันทึกครับ เพราะว่าพ่อบอกให้บันทึกไว้ให้ได้ตลอด อย่างน้อยให้ได้สัก 24 ชั่วโมง”

               “ดีมากเลย อย่างน้อยเราก็มีหลักฐาน”

               “หา..หลักฐาน” แทนหน้าเจื่อนลง

               “เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่ให้หรอกนะ แทน” นายตำรวจเอ่ยขึ้น “เธอจำเป็นต้องให้เรา แต่มันก็เป็นแค่หลักฐานเสริม  ยังไงพ่อของเธอก็ต้องติดคุก”

               นายตำรวจพูดจาเชือดเฉือนเหลือเกิน ไอคิวหันไปสบตาอย่างไม่ค่อยพอใจก่อนหันกลับมาพูดกับแทน “บางทีอาจจะไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าพ่อของเธอสั่งให้บันทึก มันคงจะต้องมีอะไรมากกว่านั้น  บอกได้หรือเปล่าตอนเช้าเกิดอะไรขึ้น”

               “หมายถึงอะไรครับ เกิดอะไรขึ้น”

               “ในไลฟ์แคมน่ะ ตอนใกล้ฟ้าสาง ตอนเช้า เกิดอะไรขึ้นในนั้น”

               แทนเหมือนเพิ่งจำได้ เขาทั้งตกใจและสงสัยในคราวเดียวกัน “พ่อถูกยิง..ใช่แล้ว พ่อถูกยิง แต่ว่า”

               “แต่ว่าหลังจากนั้นพ่อก็โทรมาหาเธองั้นใช่มั้ย”

               “ใช่ครับ พ่อโทรมาถามว่าเห็นแล้วใช่มั้ย  ไม่ต้องห่วงพ่อไม่เป็นอะไรหรอก”

               “ตอนนั้นพ่อเธอแสดงละครว่าโดนยิง ฉันเองที่อยู่ในห้องกรงเหล็กก็คิดว่าพ่อเธอตายไปจริง ๆ”

               “ใช่ครับ จากนั้นก็มีผู้ชายสองคนมาอุ้มพ่อออกไปจากบ้าน”

               “เป็นคนที่พ่อของเธอจ้างมาให้ทำเหมือนอุ้มศพออกไป  เรื่องจบแค่นั้น ละครที่พ่อแสดงจบแค่นั้น  แต่ว่าที่พี่อยากรู้ก็คือคืนวันนั้น เธอคงหลับไปแล้ว  พี่อยากรู้ว่ามีใครออกมาจากห้องกรงเหล็กนั้นหรือเปล่า”

               “เอ๋..ไม่น่ามีนะครับ  ไฟล์มีเซฟไว้ผมลองเอามาเปิดดูผ่าน ๆ แต่ก็ไม่เห็นมีใครเดินออกมาจากกรงเหล็กนั่นเลย”

               “เดี๋ยวนะ ขอรื้อฟื้นความจำนิดนึงได้มั้ย” ปราการขัดขืน “มันยังไงนะ”

               ไอคิวหันไปอธิบายทันที “..พอผมทำลายผนังด้านห้องกรงเหล็กเข้าไปในห้องมืดๆด้านหลังได้ ผมก็เจอกับคุณทิวากรถูกมั้ยครับ ผมพยายามช่วยคุณทิวากรที่ติดอยู่ในบ่อน้ำ  แต่ไม่สำเร็จแล้วหลับไปเพราะกินอาหารที่คุณทิวากรวางยาสลบไว้  ช่วงเวลานั้นคุณทิวากรต้องวางแผนหนีออกมาจากบ้านร้างโดยผ่านทางช่องที่ผมเพิ่งสร้างและออกมาจากห้องกรงเหล็กเพื่อออกไปจัดการกับธีรสิน  ซึ่งถูกระบุว่าเสียชีวิตในเวลานั้น  แต่ว่า..” ไอคิวหันมองแทน “ถ้าแทนบอกว่าไม่เห็นใครออกมาในช่วงเวลานั้น ก็แปลว่าคุณทิวากรไม่ได้หนีออกมาจากห้องมืด เขาก็มีสิทธิ์แก้ต่างเรื่องการอ้างที่อยู่ได้”

               “ต้องดูให้แน่ใจ” นายตำรวจมองหน้าแทน “ขอดูไฟล์นั่นเดี๋ยวนี้เลยได้ไหม”

               ชั่วอึดใจต่อมา แทน ไอคิว ปราการ และตำรวจอยู่บนชั้นสองในห้องนอนของแทน มีจอคอมพิวเตอร์อยู่เบื้องหน้า  แทนใช้เม้าส์ลากแถบเล่นไฟล์วิดีโอไปตรงตำแหน่งหลังเหตุการณ์ที่ไอคิวหายเข้าไปในบ้านร้าง

               ความเงียบเกิดขึ้นนายหลายนาที..

               “ไม่มี..เป็นไปได้ยังไง” ไอคิวโพล่งออกมาอย่างลืมตัว “คุณทิวากรไม่ได้ออกมา  ถ้าอย่างนั้นธีรสินถูกฆ่าได้ยังไง”

               “เพราะแบบนี้ทัดไชยหรือทิวากรนั่นถึงบอกให้ลูกชายบันทึกเก็บไว้  เพราะมีไม้ตายแบบนี้หรือ”

               นายตำรวจแทรกขึ้น “นี่สรุปว่า ทิวากร มีหลักฐานการอ้างที่อยู่ว่าไม่ได้ไปฆ่าธีรสิน อยู่แต่ในบ้านร้างพร้อมกับนายอย่างนั้นหรือ”

               “ใช่..หลักแหลมมาก” ไอคิวกัดฟันจ้องไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แทนเงยหน้ามองอย่างงุนงง “คุณทิวากรคาดเดาว่าเราต้องมาสืบเรื่องต่อที่บ้าน ต้องเจอลูกชายของเขา ต้องรู้ว่าแทนจะบอกเรื่องที่เก็บไฟล์เอาไว้ แล้วเราก็จะรู้จากไฟล์นี้ว่าเขาไม่ได้ออกไปจากบ้านร้าง..พ่อเธอนี่ฉลาดมากเลยนะ”

               แทนยิ้มเยาะอยู่กลาย ๆ “ขอบคุณครับ”

               “แต่ไม่เป็นไร  ยังไงพี่ก็ต้องรู้ให้ได้  ว่าพ่อเธอออกไปจัดการกับธีรสินยังไง”  ไอคิวกล่าวออกมาอย่างหนักแน่น ทั้ง ๆที่ในใจเองก็หวั่นว่าอาจจะพิสูจน์เรื่องนี้ไม่ได้    

Comment

Comment:

Tweet

Recommend