ขออภัยที่หายไปนานมากกกกกกกกก กลับมาแล้วพร้อมบทสรุปของ Circle Murder อีกราว 4 ตอน พร้อมพบกับ คดีใหม่ที่ยากกว่าเดิม เร็ว ๆนี้

ตอนที่ 25

               ธีรสินตัดสินใจกดหมายเลขโทรศัพท์ไปยังคน ๆ หนึ่ง รอสายอยู่เกือบ 10 วินาทีก่อนที่จะมีเสียงตอบรับจากปลายสาย  ความจริงเขาไม่กล้าแม้กระทั่งจะโทรหา  แต่เขาทนไม่ได้อีกต่อไป..

               “ผมคิดถึงคุณ..”

               “...” ปลายสายเงียบ

               “ทำไมคุณไม่ยอมรับโทรศัพท์ผม..”

               “...”

               “เราจะเจอกันได้ไหม ที่ไหนก็ได้ ที่เดิมก็ได้  แค่คุยกันก็พอ ไม่ต้อง..”

               “เราสองคน..” ปลายสายเอ่ยตัดบทขึ้นเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเศร้าหมอง  เป็นเสียงผู้หญิงวัยประมาณ 30 กว่าปี

               “..อะไร  เราสองคนทำไม”

               “เลิกติดต่อกันจะดีกว่า..” เสียงนั้นสั่นเครือ แต่ก็แน่วแน่

               “เธอ..เธอพูดอะไร  จูเลีย  หมายความว่าไง”

               “แทน  ลูกชายของฉัน  ตอนนี้..นอกจากจะขาพิการแล้ว สมองยังได้รับความกระทบกระเทือน  ความทรงจำระยะสั้นขาดหาย ช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาขาดห้วงไป  เขาจำหนึ่งเดือนที่ผ่านมาแทบไม่ได้  จำไม่ได้ว่าเคยทำกายภาพจนเกือบจะเดินได้เป็นปกติอยู่แล้ว..”

               “จูเลีย..”

               “เราต้องเริ่มต้นใหม่  ดังนั้น..ฉันจึงต้องให้เวลากับลูกให้มาก ๆ”

               “แต่..”

               “ยุติความสัมพันธ์ของเราสองคนแต่เพียงเท่านี้เถอะนะ ฉันขอร้อง  วันนั้น..วันที่แทนตกบันไดลงมา  ฉันมั่นใจว่าแทนต้องเห็นเราสองคน  แทนคงช็อคมากและพลั้งตกบันไดแถมยังโดนกระถางต้นไม้ตกใส่”

               “แต่เขาพิการ เดินไม่ได้ จะพลั้งตกบันไดเมื่อไหร่ก็ได้ ”

               “มันเป็นความผิดของฉันที่ไม่ดูแลแทนให้ดี  แม้แต่เอากระถางดอกไม้ไปวางไว้ตรงบันไดก็ประมาทเกินไป”

               “มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลย”

               “ต่อจากนี้ไปฉันจะต้องดูแลลูกให้ดีกว่านี้ ไม่ให้..”

               ธีรสินถอนหายใจแรงจนจูเลียได้ยินชัดเจน “นั่นก็เป็นลูกของผมนะ  แทนเป็นลูกของผมเหมือนกันนะ”

               “...” มีเสียงสะอึกสะอื้นเล็กน้อยจากปลายสาย

               “แทนเป็นลูกของเรานะ ไม่ใช่ของเธอกับทัดไชย  เด็กคนนั้นเกิดจากน้ำเชื้อของผม  จากการขอร้องของเธอเองไม่ใช่หรือไง  ที่ถ้าทัดไชยมีลูกไม่ได้ เธอก็จะ..”

               “แทนเป็นลูกของฉันกับทัดไชย”

               ธีรสินรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่อก คำพูดของจูเลียเหมือนมีดเล่มบางแต่แหลมคมเสียดแทงเข้ากลางอกของเขา

               “เราสามคนเป็นพ่อแม่ลูกกัน  ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนได้”

               “ทำไม..คุณบอกเองไม่ใช่หรือไงว่าที่ทนอยู่แบบนี้ก็เพื่อแทน  ตอนนี้ผมเสนอทางเลือกให้คุณอยู่กับผมไง  โดยเอาแทนซึ่งก็เป็นลูกของผมมาอยู่ด้วย  มันไม่มีอะไรผิดเลยนะ”

               “แทนรักพ่อเขามาก  เขาคือพ่อของแทนนะ  เขาทำหน้าที่พ่อ  คุณเองก็มีลูกชายอีกคน  สำหรับแทนให้เขามีพ่อเป็นทัดไชยไม่ได้หรือ..”

               มีดอีกเล่มทิ่มแทงลึกเข้าไปตรงหัวใจ  ธีรสินพูดอะไรไม่ออก

               “นะคะ ฉันขอร้อง”

               “แต่คุณหมดรักหมอนั่นแล้วไม่ใช่หรือ..”

               “เราเป็นครอบครัว  ฉันคนเดียวที่ผิด  ผิดที่ไปยุ่งกับคุณ ครั้งแรกยังพอทน  แต่มีครั้งต่อ ๆ มาเรื่อย ๆ  มันผิด ไม่สมควร  ต่อจากนี้ไปฉันจะต้องทำสิ่งที่ถูกต้องเสียที เข้าใจฉันนะ”

               ปลายสายตัดสายทิ้งไปดื้อ ๆ

               ธีรสินชะงัก เหมือนอยู่ดี ๆ มีดสองเล่มถูกดึงออกพร้อมกัน เลือดที่มองไม่เห็นทะลักออกมาและไหลรินออกจากตัว  ดวงตาเอ่อท้นด้วยน้ำตา เขาทรุดเข่าลงบนพื้นพรมในห้องนั่งเล่น ยังคงแนบโทรศัพท์มือถืออยู่ที่หู เขาพูดใส่โทรศัพท์ทึกทักเอาว่าปลายสายยังคงฟังอยู่ “..เธอควรเป็นของฉันก่อนมันด้วยซ้ำ  ถ้าเราได้อยู่ด้วยกัน ฉันสามารถเลี้ยงดูแทนได้อย่างดี  ดีกว่าไอ้ทัดไชยนั่นหลายร้อยเท่า..”

               เด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นอันกว้างขวาง มองเห็นธีรสินนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นพรม

               “พ่อเป็นอะไรหรือครับ แล้วคุยอยู่กับใคร...” เสียงลูกชายของธีรสินดังมาจากด้านหลัง

               ธีรสินสะดุ้งนิดหนึ่ง รู้ตัวว่ามีน้ำตาไหลอาบสองแก้ม เขาจึงไม่หันหน้าไปมองลูกชาย “เพื่อนที่ทำงานน่ะ พอดียุ่งนิดหน่อย”

               “ทำไมถึงต้องนั่งแบบนั้นด้วยครับ”

               “หาของน่ะ  คลิปหนีบกระดาษมันหล่น  ไม่เป็นไรหรอก  คุณย่าให้มาตามหรือ”

               “ใช่ครับ คุณย่าให้มาตามไปทานข้าวเย็น”

               ธีรสินพยักหน้า ก่อนหันหน้ากลับมาทางสระว่ายน้ำด้านข้างตัวบ้าน “เดี๋ยวตามไปนะ..”

               ท้องฟ้ายานเย็นสีหม่นหมองด้านนอก มีเสียงครืนใหญ่ ตามด้วยเม็ดฝนตกลงบนผืนน้ำในสระว่ายน้ำ  ดูเหมือนแม้แต่ท้องฟ้าก็เยาะเย้ยเขาที่ต้องตกอยู่ในสภาพทนทุกข์แบบนี้

 

               จูเลียเก็บโทรศัพท์มือถือลงในกระเป๋าถือ แบนสายตามองลูกชายที่นอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้  ลูกชายที่ไม่ได้ทำผิดอะไร แต่กลับต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้  เริ่มตั้งแต่ถูกรถชนจนเสียขา  มาตอนนี้สมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง

               เสียงเม็ดฝนกระทบบานกระจกหน้าต่าง เธอเพิ่งรู้สึกว่าในห้องมืดเกินไปจึงเดินไปกดสวิตซ์ไฟ  หันมองสามีของเธอที่นอนหลับอยู่บนโซฟาอีกด้านของห้องพักผู้ป่วย

               น้ำตาของจูเลียไหลรินขณะมองใบหน้าใสซื่อของทัดไชย..

               “ฉันทำผิดขนาดนี้ แต่คุณก็ยังให้อภัย..แล้วจะให้ฉันจากคุณไปได้ยังไง..”

               ทัดไชยงัวเงียลืมตาตื่นขึ้น เห็นจูเลีย ภรรยาอันเป็นที่รักมองเขาอย่างอ่อนโยน เขาฝืนลืมตาทั้ง ๆ ที่ง่วงแสนง่วง ยิ้มตอบพร้อมกับเอ่ยทักทาย “สวัสดี วันนี้ทำงานเหนื่อยหรือเปล่า  ขอโทษทีที่ผมเผลอหลับไป..”

               ...

               ทิวากรมีบาดแผลใหญ่จากการถูกยิงที่ต้นขา บัดนี้ความเจ็บปวดทรมาณแผ่ทั่วขา รู้สึกได้แม้ร่างกายอยู่นิ่งไม่ขยับเขยื้อน  ตำรวจสองนายลงมาจากรถตำรวจที่จอดอยู่ข้างบ้านร้าง ถือปืนจ่อเล็งพร้อมกับวิ่งเข้ามาทางทั้งสองคน คือ ทิวากร ปราการและไอคิว

               ดูเหมือนทิวากรหน้าซีดลง เขาคิดว่าเขาคงต้องถูกจับกุมจริง ๆ ต้องถูกขังคุกโทษฐานเจตนาฆ่าคน  ขืนเป็นแบบนี้แล้ว แทน ลูกชายของเขาจะอยู่อย่างไร

               ตำรวจสองนายมองดูสภาพร่างกายของคนร้ายก่อนที่จะสอดแขนเข้าใต้รักแร้พยุงขึ้นยืน ทิวากรรู้สึกเจ็บแปลบที่ต้นขาได้แต่กัดฟันทน

               “ขอถามอีกข้อได้หรือเปล่าครับ” จู่ ๆ ไอคิวเอ่ยถามขึ้น “..อาจจะดูใจร้ายที่รื้อฟื้นเรื่องที่คุณคงไม่อยากจำแต่ว่า..ยังไงก็จำเป็นต้องถาม”

               “ว่ามาสิ”

               “ทำไมภรรยาของคุณถึงถูกฝังอยู่ภายในเสา ในตึก Advance Restoring”

               ทิวากรแทบทรุดทั้งยืน เข่าอ่อนปวกเปียกจนนายตำรวจสองคนต้องพยุงร่างให้ยืนขึ้น น้ำตาร่วงหล่นพรั้งพรูพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน

               เขาร้องไห้โฮอยู่นานราว 2-3 นาที..

               ไอคิวเห็นแบบนั้นยิ่งหน้าเสีย เขารู้สึกผิดที่ถามคำถามนั้นไป..

               “ผมขอโทษ ถ้าคุณไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร เอาไว้คุณพร้อมเมื่อไหร่ค่อยสารภาพกับตำรวจเรื่องนี้” ไอคิวใจดีกับฆาตกรเกินไปจนปราการนึกขัดใจ

               ทิวากรได้แต่พยักหน้า ก้าวเท้าเดินตามแรงส่งที่ตำรวจสองนายพยุงเดินไปที่รถ..

Comment

Comment:

Tweet

Recommend