Circle murder #24 (TAN) ภาคไขปริศนา 6

posted on 01 Dec 2010 18:25 by iqdetective
 ตอนที่ 24 TAN
ว่าไงนะ..ที่ไอคิวพูดนั่นเป็นความจริงหรือ !
ปราการที่หลบซ่อนอยู่มุมผนังของบ้านร้างจ้องมองไปทางไอคิวตาไม่กระพริบ
จูเลียที่พูดถึง..ผู้หญิงคนนั้นเป็นชู้กับธีรสินอย่างนั้นหรือ..ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าในแฟ้มข่าวเก่า ๆ เกี่ยวกับตัวธีรสินและบริษัท Advance Restoring ก็น่าจะเคยจับภาพผู้หญิงชาวรัสเซียได้บ้างสิ..นี่ถือเป็นข่าวใหม่ที่ยังไม่มีที่ไหนเคยเปิดเผยมาก่อน..แต่ว่าธีรสินก็เสียชีวิตไปแล้ว จะเล่นข่าวนี้ไปก็คงไม่มีประโยชน์..
แต่ถ้าเป็นเรื่องของการเกี่ยวพันกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนี่ก็ว่าไปอย่าง  การเปิดเผยว่าธีรสินแอบคบภรรยาคนอื่น จนเป็นสาเหตุให้ถูกฆาตกรรมน่าจะกลายเป็นข่าวดังครึกโครมเลยทีเดียว..
จู่ ๆ ไอคิวเบนสายตามาสบตาชั่วเสี้ยววินาทีหนึ่ง  เหมือนชายหนุ่มรู้ว่ารุ่นพี่กำลังคิดอะไรอยู่..
“..จูเลียไม่เกี่ยว..” ทิวากรเอ่ยขึ้น เขายังคงคุกเข่ากับพื้นและฟุบหน้าลงมองพื้นดินแตกระแหง กำมือทั้งสองข้างแน่น “อย่าเอาจูเลียมาเกี่ยวกับเรื่องนี้  เธอตายไปแล้ว  จะเอาคนตายมาเกี่ยวด้วยทำไม” ประโยคสุดท้ายเขาพูดกึ่งตะคอกเงยหน้ามองฝั่งตรงข้าม
“..ขอโทษครับที่ต้องพูดเรื่องภรรยาของคุณ..” ไอคิวก้มศีรษะนิดหนึ่งเป็นเชิงสำนึกในสิ่งที่ตัวเองกล่าว “..แต่ในเมื่อคุณไม่ยอมรับสักทีว่าคุณเป็นทัดไชยและเป็นคนก่อเรื่องทั้งหมด ผมจึงจำใจต้องเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูด..”
ทิวากรนิ่งเงียบ..
“แปลว่าต่อให้ฉันฝืนเถียงเธอยังไง ก็ไม่มีทางที่ฉันจะพ้นผิด เอาตัวรอดไปได้อย่างนั้นใช่มั้ย”
ไอคิวหลุบตาลงมองพื้น เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่กล้าสบตาทิวากรในวินาทีนี้ “..ครับ”
“..ถ้าอย่างนั้น..ฉันขอถามว่าเธอรู้หรือเปล่า” ทิวากรค่อย ๆ ยืนขึ้น “ว่าเรื่องทั้งหมดเริ่มจากตรงไหน ดำเนินไปยังไง และจบลงตรงไหน”
ไอคิวมองมือว่างเปล่าทั้งสองของทิวากร “คุณหมายถึง..คดีฆาตกรรมต่อเนื่องทั้งหมดที่คุณวางแผนขึ้นงั้นหรือครับ”
ทิวากรพยักหน้า แต่แล้วก็ชะงัก รู้ว่าตัวเองเผลอยอมรับไปแล้ว
“ผมอธิบายอีกครั้งก็ได้..แต่ว่าหลังจากที่คุณมอบตัวแล้วได้หรือเปล่าครับ”
มอบตัวหรือ..ทิวากรจ้องไอคิวเขม็ง..ใครจะบ้าไปมอบตัวกับตำรวจ  ไม่มีทางหรอก
ฉับพลันนั้น ทิวากรสอดมือข้างขวาเข้าไปด้านในช่องโหว่ของผนังบ้านร้าง คว้าเอาชะแลงเหล็กออกมาและออกแรงวิ่งเต็มที่พร้อมกับง้างชะแลงเหล็กเฉียงเหนือหัวไหล่ด้านซ้าย
ไอคิวรู้ตัวว่าถูกจู่โจมก็เมื่อทิวากรพุ่งตรงมาได้ครึ่งหนึ่งของระยะทางระหว่างตัวเขากับบ้านร้างเรียบร้อยแล้ว ชั่วเสี้ยววินาทีนั้นไอคิวเห็นว่าชะแลงถูกยกสูงขึ้นด้านซ้ายของลำตัวทิวากร เขาจึงควรหลบไปทางซ้ายมือของตัวเอง  ทิวากรฟาดชะแลงเฉียงลงเป็นรัศมียาวยื่นออกจากลำตัวเกือบสองเมตร
ชะแลงเหล็กเกี่ยวเข้ากับกางเกงยีนส์ของไอคิวตรงน่องขาขวา และฉุดรั้งให้ไอคิวเสียหลักหน้าคะมำลงกับพื้นดิน ไอคิวพลิกตัวประจันหน้าโดยพลัน ยกปืนจ่อเล็งไปยังหน้าอกของทิวากร รู้สึกเจ็บแปลบบริเวณน่อง
..แกไม่กล้ายิงหรอก..
“ฉันไม่มีทางยอมเข้าคุกหรอก” ทิวากรตะคอก
“..แต่กอนที่คุณจะวางแผนฆาตกรรมนี่ คุณเองก็บอกตัวเองว่าต้องเตรียมใจเอาไว้ไม่ใช่หรือ..”
ทิวากรชะงัก..ไอคิวไม่น่าจะมาหยั่งรู้จิตใจของตัวเองได้
“..ส่วนมากฆาตกรที่ฆ่าคนเพื่อแก้แค้นให้ภรรยาและลูกของตัวเองก็ล้วนคิดแบบนี้..ว่าต้องมีสักวันที่ถูกจับได้ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นจริงก็ถือว่าแก้แค้นได้สำเร็จแล้ว..”
“..แต่ฉันไม่ยอมเข้าคุกหรอก” เขาลดเสียงต่ำลง
“ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าคุณยังมีห่วง..” ไอคิวเริ่มรู้สึกเจ็บมากขึ้น “..คุณอาจกำลังห่วงลูกชายของคุณ ซึ่งยังพึ่งตัวเองไม่ได้”
ทิวากรรู้สึกว่าตัวเองประเมินเด็กหนุ่มคนนี้ผิดไปจริง ไอคิวรู้แทบจะทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำ.. แต่เพราะรู้มากแบบนี้ เขาจึงไม่ลังเลใจที่จะหวดชะแลงลงที่มือข้างที่ไอคิวกำปืนเอาไว้แน่น..
ทันทีที่ชะแลงกระทบข้อมือไอคิว ไกปืนถูกเหนี่ยวด้วยสัญชาติญาณ กระสุนพุ่งตัดตรงไปยังไหล่ด้านขวาที่ทิวากรใช้ออกแรงหวดชะแลง แต่มันแค่ถากโดนผิวเนื้อใต้เสื้อ ไม่ได้พุ่งทะลุหัวไหล่เข้าไป
ส่วนไอคิวเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อตเข้าไปในกระดูก ปืนหล่นลงพื้นอย่างง่ายดาย ข้อมือเจ็บปวดอ่อนเปลี้ย..
แต่แล้วทิวากรกลับพุ่งทะยานล้มเกยตัวไอคิว ชะแลงที่เคยตีข้อมือไอคิวหลุดตกลงข้างลำตัวไอคิวอย่างฉิวเฉียด  ปรากฏรุ่นพี่ปราการยืนง้างเท้าอยู่แทนที่
ปราการไม่รอใช้ ก้มหยิบชะแลง ก้าวข้ามลำตัวไอคิวง้างเท้าเตะซ้ำเข้าที่ใบหน้าบริเวณกกหูของทิวากร สองมือจับชะแลงแน่นหวังฟาดลงกลางหลังทิวากร
ไอคิวรีบยกเท้าทั้งสองข้างรับแรงฟาดนั้น ชะแลงกระทบพื้นรองเท้าผ้าใบ เข่างอกลับรับแรงปะทะ แต่ก็เพิ่มความเจ็บปวดที่น่อง
“รุ่นพี่ อย่า!”
“จะมาห้ามทำไม มันคิดจะฆ่านายนะ” ปราการหันไปดุไอคิวแว่บหนึ่ง
“เค้าไม่ได้คิดจะฆ่า เค้าแค่จะหนี”
“จะยังไงก็ช่าง..” ปราการรีบคว้าปืนที่ตกข้างลำตัวไอคิวเช่นกัน มือข้างซ้ายมีชะแลงเหล็ก มือข้างขวามีปืน
“อย่างยิงนะ” ไอคิวรีบห้าม “ถ้าเค้าตายไปแล้วลูกเค้าจะอยู่ยังไง”
ปราการเริ่มหัวเสีย “นายจะมาเห็นใจฆาตกรอะไรตอนนี้  หมอนี่มันวางแผนฆ่าคนไปถึง 4 คน”
ทิวากรที่เสียหลักร่างคะมำ พ่นน้ำลายเปื้อนเลือดใส่พื้นดิน หันมองปราการด้วยแววตาแค้นเคือง “พวกนั้นมันสมควรตายอยู่แล้ว”
“ใครจะสมควรตายหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่แกมาตัดสิน” ปราการเตะใบหน้าทิวากรอีกครั้ง คราวนี้ทิวากรพลิกตัวหงายขึ้นตามแรงเตะ ปากและซี่ฟันมีเลือดเต็ม
“พอได้แล้วพี่ปราการ”
“..ฉันไม่มีแรงอีกแล้ว..” ทิวากรเอ่ยออกมา  เขามองปราการด้วยสายตาว่างเปล่า มือสองข้างแผ่ออกบนพื้นดิน
ปราการชะงัก แต่ก็ลังเลกับท่าทีที่เปลี่ยนไปฉับพลัน..
ดวงตาของทิวากรเหม่อลอยมองท้องฟ้า ที่บัดนี้สว่างเรื่อด้วยแสงสีขาวอ่อนนุ่มปนสีส้ม “..ฉันยังไม่อยากเข้าคุกตอนนี้..ขอแค่ตอนนี้  ขอเวลาสักพักก่อนได้หรือเปล่า”
“ทำไม” ปราการถามห้วน ๆ ไม่มีวี่แววเห็นใจ
สายตาของทิวากรกลับมองมองปราการ “..เพื่อลูกชายน่ะ  เข้าใจใช่ไหม ถ้านายมีลูกนายคงเข้าใจ”
ปราการแปลกใจที่อยู่ดี ๆ ร่างกายชาชั่วแล่น เขานึกถึงสมัยเด็กของตัวเองในฐานะที่เคยเป็นลูกชาย “แต่บังเอิญว่าฉันไม่มีลูก”
“ลูกของฉันพิการ..” ดวงตาของทิวากรเอ่อท้นด้วยน้ำตา
ไอคิวที่กำลังพยายามพยุงร่างตัวเองนั่งยอง ๆ มองทิวากรทันที เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกชายของทิวากรพิการ
“ขาพิการ พูดไม่ได้  พิการทางร่างกายและจิตใจ”
ได้ยินเสียงล้อรถบดพื้นถนนดินลูกรังมาแต่ไกล..
ตำรวจกำลังมา..ปราการเป็นคนส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือไปบอกก่อนหน้านี้..
“พี่ปราการเรียกตำรวจหรือ” ไอคิวถามเชิงตำหนิ “แบบนี้ความผิดของเขาจะหนักขึ้นนะครับ”
“ให้ตายสิ..ฉันไม่เข้าใจเธอเลย  ทำขนาดนี้แล้วยังจะมาห่วงฆาตกรอย่างฉันทำไม” ทิวากรถามแบบไม่ต้องการคำตอบ ยังคงมองท่องฟ้า
ไอคิวลุกขึ้นยืน หันหลังมองไปทางต้นเสียงที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์
“ตอนที่ถูกขังอยู่ที่นี่กับคุณ ผมสัมผัสได้ว่าคุณน่าจะเป็นคนดี  และด้วยเหตุผลนั้นทำให้ไม่ได้เอะใจทีจะคิดสงสัยคุณ  และยิ่งเห็นคุณตายต่อหน้ายิ่งสะเทือนใจ  แม้จะเจ็บใจเล็กน้อยที่มารู้ที่หลังว่านั่นเป็นแค่ละครตบตา  ผมจึงรู้สึกเห็นใจคุณพอ ๆ กับเจ็บใจที่โดนหลอก”
ไอคิวเห็นรถตำรวจคันหนึ่งแล่นตรงเข้ามาในระยะ 200 เมตร เขาหันกลับมามองทิวากร
“คุณมาที่นี่วันนี้เพราะคิดว่าตัวเองทิ้งหลักฐานบางอย่างไว้ ซึ่งนั่นก็คือเลือดปลอม และเศษอุปกรณ์ต่อพ่วงกล้องวงจรปิด นั่นคือขั้วต่อโมเด็มที่หลุดหายไป”
ไอคิวล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์หยิบขั้วต่อโมเด็มออกมา
ทิวากรแบนสายตาจ้องมองขั้วต่อโมเด็มในมือของไอคิว “เธอได้มันมตอนไหน”
“หลังจากถูกลักพตัว ผมกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อหาหลักฐาน” ไอคิวบอกเขาแบบไม่ปิดบัง “และก็เจอขั้วต่อโมเด็มนี้  ผมเดาว่าทั้งสายโทรศัพท์และขั้วนี้คุณไม่ได้ซื้อใหม่ คุณอาจจะขอยืมลูกชายของคุณมา”
“ทำไมถึงรู้” ทิวากรมีสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย
ไอคิวหมุนพลิกมองสิ่งที่ยังในมือ “ลูกชายของคุณใช้คัตเตอร์กรีดชื่อตัวเองแสดงความเป็นเจ้าของอยู่”
ทิวากรชะงักงัน เขาไม่เคยสำรวจขั้วต่อโมเด็มที่ว่าอย่างละเอียดเลย ถึงแม้จะพอรู้พฤติกรรมการชอบเขียนชื่อแสดงความเป็นจ้าของกับสิ่งของต่าง ๆ ของลูกชาย
“มีตัวอักษรภาษาอังกฤษ 3 ตัวง่าย ๆ ว่า  ที เอ เอ็น(TAN)” ไอคิวมองรอยกรีดนั้นแล้วบอกทิวากร
 

Comment

Comment:

Tweet

Recommend