ตอนที่ 23 จูเลีย
 
  3 ปีก่อน..
ในซอยเล็ก..ในตรอกลึก..ในบ้านสองชั้นหลังเล็กมีพื้นที่แค่เพียง 45 ตารางเมตร..บ้านเก่าโทรม แต่ถูกทาสีสดใสให้ดูใหม่ขึ้น ..บนชั้นสอง ห้องในสุดทางเดิน..บนเก้าอี้เข็น หน้าจอคอมพิวเตอร์..
เด็กชายวัย 10 ขวบกำลังนั่งจ้องจอมอนิเตอร์ไม่วางตา  ภาพเคลื่อนไหวในจอปรากฏตัวการ์ตูนเคลื่อนไหว ที่ถูกบังคับด้วยปลายนิ้วขึ้นลง
ประตูห้องเปิดออก แม่ของเด็กชายเรียกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ลงไปข้างล่างเถอะ อีกเดี๋ยวคุณพ่อก็จะมาแล้วนะ”
“..ครับ” เด็กชายหันไปตอบ
“จะให้แม่พาลงไปหรือจะลงไปเอง”
“เดี๋ยวแทนลงไปเอง..หืม..แม่ทำไก่น้ำแดงเหรอ” เด็กชายทำจมูกย่นสูดกลิ่นที่โชยมาจากชั้นล่าง
“ใช่..ก็เห็นบ่นอยากกินไม่ใช่เหรอ  แม่ก็ทำให้แล้ว  หม้อใหญ่เลยนะคงกินได้หลายมื้อเลย”
“แล้ววันนี้พ่อไม่ต้องทำงานล่วงเวลาเหรอครับ” เด็กชายกดปุ่มปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วถีบเท้าเบาๆ กับขอบโต๊ะให้เก้าอี้เข็นเลื่อนไปด้านหลัง เบี่ยงล้อให้หมุน 90 องศาตรงกับประตูที่ผู้เป็นแม่ยืนอยู่ 
จูเลียยิ้มรับ หยิบไม้เท้าที่พิงผนังข้างประตูยื่นให้ลูกชายที่เข็นพาตัวเองเข้ามาใกล้
“แม่ลงไปก่อนเลย”
“จ้ะ..” จูเลียหันหลังกลับเดินออกไป เธอเข้าใจความรู้สึกของลูกชายที่ไม่อยากให้เธอได้เห็นความพยายามแบบตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยขาเพียงข้างเดียวและไม้เท้าพยุงแทนขาข้างที่ขาดไป
แทนได้โครงหน้ามาจากจูเลียผู้เป็นแม่ และได้ผมสีดำ และดวงตาสีน้ำตาลจากผู้เป็นพ่อ ทำให้แทนซึ่งอายุ 10 ขวบดูน่ารักหล่อเหลากว่าเด็กคนอื่น ๆ
ถ้าหากแทนไม่เสียขาข้างขวาไป  เขาคงโตขึ้นเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ
ขณะที่จูเลียลงมาจัดเตรียมอาหารมื้อเย็นบนโต๊ะอาหาร  แทนก็พยายามด้วยตนเองที่จะลงบันไดลงมาชั้นล่าง
มีเสียงเปิดประตูด้านหน้าบ้าน แทนจึงเข้าใจว่าพ่อของเขากลับมาแล้ว จึงรีบพยุงร่างตัวเองลงบันไดที่ละขั้น  เสียงรองเท้าดังกึกเดินเข้าไปในห้องครัว ดูไม่เหมือนเสียงรองเท้าที่คุ้นเคยของพ่อของเขา
แทนรู้สึกแปลกใจ..นั่นใช่พ่อของเขาหรือเปล่า..
พื้นชั้นสองอยู่ตรงกลางของความยาวของบันไดพอดี  แทนนั่งลงแล้วงุดหน้ามองลองผ่านราวบันไดไปทางห้องครัว
ประตูห้องครัวเปิดอ้า มองเห็นส่วนหนึ่งของโต๊ะอาหาร  เห็นแม่ของยืนหันหลังให้พร้อมกับผู้ชายอีกคนที่ถูกบัง..ไม่สิ..แทนพยายามเพ่งมองว่าแม่ของเขาและผู้ชายอีกคนกำลังทำอะไร
ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกัน  สูงกว่าแม่  สูงกว่าพ่อ  และเอาหน้าก้มลง  สองมือจับศีรษะของแม่..
กำลังจูบแม่อยู่หรือ !
ไอ้ผู้ชายคนนั้นกำลังจูบแม่อยู่..ทำไมแม่ไม่ขัดขืนเลย  แม่ทำอะไรบ้างสิ  ใช่..แม่ต้องผลักผู้ชายคนนั้นออกไป
จูเลียผลักอกชายผู้มาเยือนจนหลังของเขาชนขอบโต๊ะ “คุณทำอะไรน่ะ..พอซะที”
“ผมคิดถึงคุณจนจะบ้าตายอยู่แล้ว” ชายคนนั้นบอก
“แต่ไม่ใช่ที่นี่ !”
ชายคนนั้นไม่สนใจ จับศีรษะของจูเลียแล้วประกบปากอีกครั้ง  จูเลียพยายามถอยหนีห่าง
“กลับมาแล้วที่รัก..” เสียงหนึ่งดังขึ้น
ทั้งแทน จูเลีย และชายอีกคนตกใจพร้อมกัน  แต่แทนสะดุ้งโหยง มือที่เกาะราวบันไดลื่นไถล หน้างุดลงต่ำ ไม้เท้าตกพาดขอบบันไดเสียงดัง
แทนกลิ้งไม่เป็นท่าตกจากบันไดลงสู่พื้นชั้นล่างท่านอนคว่ำ ขาข้างหนึ่งยังพาดขั้นบันได ส่วนอีกข้างที่ไม่มีกดลงพื้น ศีรษะกระแทกขอบผนังปูนสูง 1 เมตรที่กั้นเป็นส่วนของบันได ด้านบนขอบผนังปูนประดับด้วยกระถางต้นไม้และกรอบรูป  ไม้เท้ากระเด็นกระดอนไปตีกระถางกล้วยไม้ แล้วฉุดเอาทั้งกระถางหล่นลงมาตรงศีรษะของแทน..
เจ้าของบ้านต้องตกใจไปพร้อม ๆ กันกับสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาเห็นภรรยาตัวเองอยู่กับผู้ชายอีกคน และอีกเพียง 2 วินาทีถัดมาเสียงดังโครมครามก็เกิดขึ้น เห็นลูกชายของเขานอนกองกับพื้น
หางตาและแก้มของทิวากรกระตุกถี่..
แสงแรกของดวงอาทิตย์ค่อย ๆ เผยให้รอบข้างสว่างเรื่อขึ้นจากสีดำกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม จากสีน้ำเงินเข้มกลายเป็นสีทองเรืองรอง  น่าแปลกที่ทิศตะวันออกที่ดวงอาทิตย์ขึ้นนั้นอยู่ด้านหลังไอคิวพอดิบพอดี
ทำยังกับว่าไอ้เด็กนั่นเป็นผู้ให้แสงสว่างจากความมืดมนอย่างนั้นแหละ !
เหงื่อผุดขึ้นตามหน้าผากของทิวากรไม่ลดละ มือข้างหนึ่งของเขาจับอยู่ที่ขอบผนัง ดวงตาจับจ้องอยู่ที่ไอคิวไม่วางตา 
“หลังจากที่ผมหลับไป” ไอคิวกล่าว พร้อมกับมองสีหน้าของทิวากรที่บัดนี้ต้องแสงอาทิตย์กลายเป็นสีส้มแดง “คุณก็ค่อย ๆ ปืนออกจากบ่อน้ำ  คุณมีกำลังพอที่จะปีนออกมา แต่คุณก็แกล้งว่าไม่มีแรงเพราะถูกขังอยู่ในบ่อด้วยอาหารที่จำกัด  แน่นอน คุณรู้อยู่แล้วว่าต้องออกไปทางไหน แม้ในห้องจะมืด  แต่คุณก็รู้ว่าตำแหน่งที่ผมพังผนังนั้นอยู่ตรงไหน  คุณออกมาจากทางนั้น  ทางห้องกรงเหล็ก ใช้กุญแจที่คุณเก็บซ่อนไว้กับตัว ไขประตูกรงเหล็ก และออกไปจากบ้านร้าง”
ทิวากรยังคงนิ่งฟัง
“คุณกะเวลาเอาไว้แล้วว่าคุณจะแอบออกมาจากบ้านร้างเมื่อไหร่ ดังนั้นเมื่อคุณออกมาก็มีรถที่คุณจ้างวานมารอรับอยู่แล้วเรียบร้อย”
สีหน้าของทิวากรดูเซื่องซึมลง บางทีอาจเป็นเพราะใบหน้าที่ต้องแสงอาทิตย์อาจทำให้รู้สึกเช่นนั้นก็เป็นได้  หรือบางที..ทิวากรอาจจะกำลังเหม่อลอยคิดอะไรอยู่..
ไอคิวทำท่าจะกล่าวต่อแต่ก็ต้องหยุด เมื่อเห็นสายตาของทิวากรเหม่อลอยมองข้ามตัวเขาไปยังดวงอาทิตย์ที่กำลังค่อย ๆ เผยจากพื้นดิน
“ยังไงล่ะ” ทิวากรเอ่ยขึ้น ขณะที่ดวงตายังคงเหม่อมองดวงอาทิตย์ “..ว่าต่อไปสิ”
ไอคิวคลายปืนในมือ  สายตาเหลือบเห็นรุ่นพี่ปราการที่ยืนแอบอยู่มุมบ้านร้าง  จากมุมนั้นปราการสามารถเห็นด้านข้างของทิวากรที่ยืนพ้นออกมาจากผนังด้านไม่กี่เซนติเมตร
ไอคิวอ่านปากของปราการที่พยายามจะพูดแบบไร้เสียง  ปราการบอกให้เขารีบ ๆ บอกว่าเขามัวทำอะไรอยู่ รีบจัดการฆาตกรซะ..
แผ่นหลังของไอคิวอุ่นขึ้น คงเป็นเพราะแสงอาทิตย์  เขามองตรงไปยังทิวากร ทำเป็นไม่สนใจรุ่นพี่ปราการ “จากนั้นคุณก็ตรงไปหาคุณธีรสิน ไปยังอาคาร advance restoring ปลอมตัวเป็นคนงานก่อสร้าง  เตรียมหน้ากากไอ้โม่ง  ขึ้นไปยังดาดฟ้าด้วยลิฟท์ขนของ  เอาพลุที่แอบซ่อนไว้อย่างดีบนดาดฟ้าออกมาเรียง   จากนั้นกลับออกจากอาคาร เปลี่ยนชุดที่ไหนสักแห่ง  กลับเข้ามาในอาคารอีกครั้งในนามของทัดไชย  ตรงไปหาธีรสินที่ห้องทำงานชั้น 28  จากนี้ผมเดาเอาว่าคุณคงไปบอกคุณธีรสินทำนองว่าให้คอยดูคืนวันนั้น ว่าคุณจะจุดพลุบนอาคาร  แต่คุณธีรสินคงไม่ยอม และคอยดูว่าคุณจะทำได้จริงหรือเปล่า”
“แต่ฉันก็ทำได้จริง” ทิวากรพูดโพล่งออกมา เบนสายตาจากดวงอาทิตย์ที่แผดสีส้มสดแสบตามองไปยังไอคิว “รปภ.ที่นั่นแย่มาก  ไม่ต้องใช้อุบายอะไรมากก็ขึ้นไปบนดาดฟ้าได้ง่ายดาย”
ไอคิวรู้สึกแปลกใจ “..นี่แปลสว่าคุณยอมรับแล้วอย่างนั้นหรือ”
ทิวากรยิ้มเยาะ “ฉันขึ้นไปจุดพลุ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับธีรสินตายหรือไง  ที่บอกว่าทำได้  ก็แค่ขึ้นไปจุดพลุบนยอดตึก Advance Restoring ได้ก็เท่านั้น”
“แต่คุณธีรสินก็ถูกฆ่าตายในช่วงเวลานั้น เพราะฉะนั้นมันจะไม่บังเอิญไปหน่อยหรือที่คุณจะจุดพลุในเวลาเดียวกัน”
“เรื่องบังเอิญเกิดขึ้นได้เสมอ” ทิวากรมองไอคิวอย่างไม่สะทกสะท้าน
ไอคิวเหลืออด อยู่ดี ๆ ทิวากรคนนี้ก็สีหน้าเศร้าหมองและก็เปลี่ยนมาเลือดเย็นอีกหน “ผมว่าจะไม่พยายามพูดถึงเรื่องนี้เพื่อบีบให้คุณยอมรับสารภาพ แต่ในเมื่อคุณยังคงดึงดัน ผมก็จำเป็นต้องพูด”
“แกจะมาไม้ไหนอีก”
ไอคิวสูดหายใจลึก ๆ พยายามรวบรวมสติและทำใจให้เย็นลง “..ราว 2-3 ปีก่อเกิดฆาตกรรมหญิงชาวรัสเซียคนหนึ่งชื่อจูเลีย..”
อาการตื่นตะลึง..ไอคิวคาดเดาได้เลยว่าเมื่อเขาพูดประโยคนี้ออกไปทิวากรต้องมีอาการตะลึงอย่างเห็นได้ชัด  และมันก็เป็นจริง  ทิวากรตอนนี้ใบหน้าถมึงตึงจ้องมองไอคิว ดวงตาเบิกกว้าง ปากเม้มเน้น  แต่พอไอคิวจ้องมองแบบเกมจ้องตา  ฝ่ายทิวากรจำต้องหลบสายตาไปทางอื่น
“คืนวันที่คุณจุดพลุ คืนวันที่คุณธีรสินตาย คืนวันนั้นคุณจุดธูปหน้าเสาต้นหนึ่งบนชั้น 29 ของอาคาร Advance Restoring”
“หยุดพูด..” 
“จนบัดนี้ก้านธูปก็ยังคงอยู่บนชั้น 29 นั่น” ไอคิวก้าวเดินเข้าใกล้ทิวากรอีก 2-3 ก้าว
“หยุดพูดเรื่องนี้..” ทิวากรหันมองจ้องไอคิวอีกครั้ง
“ทั้งพลุและธูป คุณจุดเพื่อไว้อาลัยให้แด่จูเลีย ภรรยาชาวรัสเซียของคุณ”
“ฉันบอกให้หยุดพูด !” ทิวากรตะคอก ดวงตาและจมูกแดงเรื่อ
“เสาต้นนั้นเป็นเสาหลอก มันไม่ได้ทำหน้าที่ค้ำโครงสร้างของอาคาร  แต่มันมีไว้เพื่อซ่อนศพของจูเลีย หญิงชาวรัสเซียที่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณธีรสินเจ้าของตึก !”
ทิวากรอ้าปากค้าง  เขาไม่คิดว่าไอคิวจะรู้เรื่องนี้  เขาทรุดเข่าลงบนพื้น ดวงตากลอกไปมามองฝ่ามือทั้งสองของตัวเอง จากนั้นก็ร้องไห้โฮออกมา..

Comment

Comment:

Tweet

Recommend