ตอนที่ 21 กระท่อมที่ถูกเผา
ทิวากรหัวเราะฟึดฟัดพ่นลมหายใจออกมา ไอคิวกล่าวนัยว่าเพราะคิดว่าเขาตายไปจึงเกิดแรงฮึดให้ค้นหาความจริงของคดีนี้ต่อจนมาพบว่าเขาเองนั่นแหละที่เป็นฆาตกรและเป็นคนวางแผนทั้งหมด แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม เขาไม่มีทางที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ
“เท่านี้เองรึ  เท่านี้ก็บอกว่าฉันเป็นฆาตกร แค่เพียงรอยเลือดที่ไม่ใช่ของฉัน แค่นั้นรึ” เขาจ้องมองไอคิวผ่านแสงจากไฟฉาย ที่ตอนนี้แสงไม่เจิดจ้าเหมือนเมื่อหลายนาทีก่อน “แล้วเรื่องทัดไชยฟื้นคืนชีพมาฆ่าธีรสินล่ะจะว่ายังไง จะดันทุรังบอกว่าผีมาฆ่าคนงั้นหรือ”
“เรื่องนั้นง่ายมาก” ไอคิวแย้งทันควัน  เมื่อหลายนาทีก่อน ตอนที่ปราการโผล่เข้ามาเขากำลังจะอธิบายเรื่องทัดไชยฆ่าธีรสินอยู่แล้ว “แต่คุณเองต้องยอมรับเสียก่อนว่า ทิวากรกับทัดไชยคือคน ๆ เดียวกัน”
“ฉัน..” ทิวากรทำท่าจะโต้ แต่ไอคิวแทรกทันที
“ถึงแม้คุณจะไปทำให้หน้าตาคุณเปลี่ยนไป แต่ยังไงซะ ผมก็มองออกว่าคุณคือทัดไชย  คุณธีรสินที่ถูกคุณฆ่าตายไปก็เหมือนกัน เขามองออกตั้งแต่แรกเห็นคุณว่าคุณคือทัดไชย ไม่ใช่คนใหม่ที่ชื่อทิวากร”
“หมอนี่..ไปทำศัลยกรรมรึ” ปราการชี้ด้วยชะแลง
“คงไม่ถึงกับตั้งใจไปทำศัลยกรรมหรอกครับ เขาคงเกิดอุบัติเหตุจนได้รับบาดแผลใหญ่บนใบหน้า จึงต้องให้แพทย์ศัลยกรรมมากกว่า แต่ก็อาศัยเหตุการณ์นั้นเปลี่ยนแปลงให้ใบหน้าไม่คล้ายคนเดิม..ไม่มากก็น้อย”
“ไม่ต่างกันมากหรอก” ปราการเอ่ย “แค่ดูรูปเปรียบเทียบก็รู้แล้ว  ถ้าเปลี่ยนทรงผม ไว้หนวดก็ว่าไปอย่าง”
“ทัดไชยคนเดิมนั้นประสบอุบัติเหตุขับรถชนต้นไม้ แต่ผมคิดว่าคุณคงจงใจอยากจะขับชนต้นไม้มากกว่า หลังจากที่สูญเสียครอบครัวที่รักไป”
เป็นครั้งแรกที่ชายผู้สวมเสื้อฮูดสีดำหลบสายตาจากไอคิวด้วยความสลดหดหู่
“เอาเป็นว่าผมสมมติว่าทิวากรคือทัดไชยก็แล้วกันถ้าคุณไม่อยากจะยอมรับ ทัดไชยเองก็ไม่ได้ตาย เหมือนกับที่ทิวากรเองก็ไม่ได้ถูกยิงตายต่อหน้าผม”
“แกล้งตายอีกแล้วรึ”  ปราการมองคนตรงข้าม ดันชะแลงไปติดหน้าอกเขา
“ลองคิดดูสิครับว่าทัดไชยคนนี้ตายยังไง”
“ไฟคลอกตาย โดนเผากระท่อมทั้งเป็น”
“ใช่ครับ นั่นล่ะแผนแกล้งตายของเขา ให้ธีรสินผู้เกือบจะเป็นฆาตกรฆ่าเขาเข้าใจว่าฆ่าเขาได้สำเร็จ”
“ทัดไชยอะไรนั่นถูกไฟคลอกตายไหม้เกรียมไปพร้อมกระท่อมนั่นแล้ว ไม่มีแผนการอะไรทั้งนั้น” ทิวากรตะคอก “แกไม่รู้หรือไงว่าตำรวจไปที่เกิดเหตุและพบซากกระดูกของทัดไชย”
ไอคิวเหลือบตามองขึ้นไปบนหลังคา พยายามนึกบางอย่าง แล้วจึงกลับมามองทิวากรอีกครั้ง “กระท่อมที่เผาทัดไชยนั้นเป็นกระท่อมกลางนาเวิ้งว้างไร้ผู้คน”
“แล้วไง” ทิวากรไม่เข้าใจ  อยู่ดี ๆ ไอคิวก็เปลี่ยนเรื่อง
“กระท่อมนั้นห่างจากชุมชนใกล้เคียงที่สุดประมาณ 10 กิโลเมตร นั่นหมายความว่ากระท่อมนั่นแทบไม่มีคนสนใจไยดี ไม่ว่ามันจะอยู่หรือจะโดนเผาทิ้ง”
“นายต้องการจะบอกอะไร ไอคิว” ปราการเองก็ไม่เข้าใจสิ่งที่ได้ยิน
“แปลว่ากระท่อมนั่นอาจจะไม่มีทางถูกพบว่าเหลือแต่ซาก หรือแม้แต่เหลือแต่ซากก็คงไม่มีใครสนใจ อาจจะคิดว่าอากาศร้อนจัดจนเกิดไฟลุกหรือชาวบ้านชาวนาเผลอจุดตะเกียงทิ้งไว้หรือทิ้งมวนยาสูบใกล้กระท่อม  เพราะฉะนั้นระยะเวลาตั้งแต่กระท่อมถูกเผาไปพร้อมกับทัดไชยกับวันเวลาที่พบศพย่อมต้องห่างกันอย่างน้อยเป็นสัปดาห์”
ทิวากรถลึงตามองไอคิวด้วยความตระหนก ขณะเดียวกับที่ไอคิวเลื่อนไฟฉายไปส่องใบหน้าเขา  เขาไม่อาจจะเชื่อได้ว่าไอคิวก็รู้กลอุบายนี้ด้วย
“ด้วยระยะห่างของวันที่เผากับวันที่พบตามความเป็นจริงคือประมาณ 7-8 วัน ซึ่งก่อนหน้านั้น 1 วันเอื้อกูลถูกพิมายฆ่าพอดี”
“เอื้อกูลงั้นหรือ” ปราการกลอกตาไปมา แต่ยังคงระวังความเคลื่อนไหวของทิวากร “นี่หมายความว่าศพเอื้อกูล..”
ไอคิวพยักหน้าตอบ “ใช่แล้วล่ะครับ นั่นคือศพของเอื้อกูล”
“อะไร.ศพของเอื้อกูลอะไร ทำไม” ทิวากรแสร้งถามเพื่อเร่งเร้าให้ไอคิวพูด “เอื้อกูลมาเกี่ยวอะไรด้วย”
“เอื้อกูลถูกพิมายใช้มีดแทงแล้วถีบตกบึงน้ำ คุณพอจำได้มั้ยครับ”
“ก็..ถ้าดูตามหนังสือพิมพ์ล่ะก็ใช่” ทิวากรตอบแบบปกป้องตัวเองว่าเขาเป็นแค่บุคคลผู้ไม่เกี่ยวข้องที่แค่อ่านข่าวในหนังสือพิมพ์
“แต่ทว่าศพของเอื้อกูลไม่ได้ถูกค้นพบในบึงน้ำ เดาว่าอาจจะถูกสัตว์ที่อาศัยอยู่แถวนั้นกินไปเรียบร้อย ที่เชื่ออย่างนั้นเพราะตำรวจเจอเศษชิ้นเนื้อบางส่วนบริเวณรอบบึงน้ำ
ฟังให้ดีคุณทิวากร สิ่งที่ผมกำลังจะบอกก็คือ กฤติกรเผาร่างของทัดไชยไปพร้อมกระท่อม แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือแผน ทัดไชยหลบหนีออกมาด้านหลังกระท่อมก่อนที่เพลิงจะโหมลุกไหม้ แอบหลบอยู่ที่ใดที่หนึ่งใกล้ ๆ ซึ่งมีกระท่อมเพลิงบดบังสายตาทำให้กฤติกรมองไม่เห็น กฤติกรขับรถออกไปจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว และคิดว่าทัดไชยคงมอดไหม้ไปเรียบร้อย
อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาพิมายฆ่าเอื้อกูลและถีบร่างลงบึงน้ำ
ยามดึกใกล้รุ่งสางซึ่งนับเป็นอีกวัน ทัดไชยไปที่บึงน้ำและนำร่างของเอื้อกูลขึ้น ทัดไชยเฉือนชิ้นเนื้อบางส่วนออกจากร่างเอื้อกูลแล้วโยนไปรอบบึง จากนั้นขนศพเอื้อกูลมายังกระท่อมที่มอดไหม้แล้ว
โยนศพของเอื้อกูลไปกลางซากเถ้าถ่าน โยนหลังคาหญ้าแฝกที่เตรียมไว้ทับไปอีกชั้น แล้วจุดไฟเผา..”
ทิวากรหลบสายตามองไปยังประตูด้านหลังบ้านร้างด้านหลังไอคิว เขาแน่ใจแล้วว่าไอคิวรู้แผนการของเขาทั้งหมดจริง ๆ ไม่มีอะไรเลยที่เขาจะโต้แย้งได้อีก..
“ทัดไชยคนนั้น ได้ใช้แผนเปลี่ยนศพเอื้อกูลกับตัวเองทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างที่คุณเรียกว่าฟื้นคืนชีพให้เป็นไปได้  ทัดไชยยังคงอยู่ และดำเนินแผนการต่อจนครบวงกลม..” ไอคิวกล่าว
ทิวากรยังคงเหม่อมองออกไปทางประตูบ้านร้าง ด้านนอกไม่ได้มืดเสียทีเดียว ท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงินเข้ม มองเห็นทิวต้นไม้สีดำสนิทตัดกันกับท้องฟ้า นี่คงจะใกล้รุ่งสาง หรือไม่เมฆก็คงสลายทำให้พระจันทร์สาดแสงได้เต็มที่
ทิวากรมองเห็นภาพตัวเองกำลังเข็นเก้าอี้เข็น เปิดประตูกระจกเลื่อนไปด้านข้าง ก้าวออกไปตรงระเบียงยาวของชั้นสองของบ้าน หันมาทางคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เข็น
“คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง เค้าเรียกขึ้น 15 ค่ำ” ปราการยิ้มบอก
“...”
“ใช่แล้ว..เราสองคนชอบไปนั่งดูพระจันทร์เต็มดวงบนยอดตึก”
“...”
“ตึกนั้นไง เห็นมั้ย..” เขาชี้ตรงไปยังตึกหนึ่ง
“...”
“ได้สิ ไว้มีโอกาส เดี๋ยวจะพาไป..”
จู่ ๆ ภาพความทรงจำนั้นถูกสีดำกลบสนิท แล้วปรากฏฉากอีกฉากเป็นทุ่งนาโล่งมีกระท่อมอยู่เพียงหลังเดียว เขาได้กลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้งแทบสำลัก
ทิวากรนั่งอยู่บนขอนไม้เล็ก ๆ กลางทุ่งนา ห่างออกประมาณ 50 เมตรมีควันลอยสูงขึ้นสู่อากาศ นั่นคงมาจากซากกระท่อมร้าง กระท่อมหายไป เหลือแต่เถ้าถ่านที่คุกรุ่น
พอเลื่อนสายตามองตามควันที่ลอยไปอย่างอิรสะ ดวงจันทร์กลมโตเปล่งแสงเหลืองนวลอยู่ตรงหน้า
บรรยากาศยามโพล้เพล้ กับบรรยากาศใกล้รุ่งสาง บางทีก็คล้าย ๆ กัน
“ข้างนอกนั่นพระจันทร์เต็มดวงหรือเปล่า” ทิวากรเอ่ยถามขึ้น
“ว่าไงนะ” ปราการยื่นหน้ามองอีกฝ่าย
ไอคิวยืนนิ่ง หลังจากเพิ่งอธิบายแผนการของทิวากรจบไป
“คืนนี้ขึ้น 15 ค่ำไม่ใช่หรือ ข้างนอกนั่นพระจันทร์เต็มดวงหรือเปล่า”
ไอคิวทำท่าจะเหลียวหลังไปมองทางประตูคล้อยตามสิ่งที่ทิวากรอยากรู้ ตอนที่มาที่บ้านร้างนี้เขาไม่ได้สังเกตว่าพระจันทร์อยู่ตำแหน่งไหน
“นายจะอยากรู้ไปทำไม” ปราการหันมองตามไอคิว
เสี้ยววินาทีนั้นเอง มีเสียงทุ้มหนักดังขึ้น ทิวากรจับปลายชะแลงดันสุดแรง  ร่างของปราการถูกกระทุ้งหนักอึ้งเพียงครั้งเดียวหงายหลังชนผนังกรงเหล็กแล้วฟาดลงบนพื้น..ห้องกรงเหล็กทั้งห้องสั่นสะเทือน..

Comment

Comment:

Tweet

Recommend