ตอนที่ 19 : (แผนซ้อน) ภาคไขปริศนา 1
 
ดินสอถูกขีดเขียนเป็นตัวอักษรหวัด ๆ มีลูกศรโยงจากวงกลมที่เป็นเหมือนแผนภูมิหรือแบบแผนอะไรสักอย่าง วงกลม 5 วงเล็กเรียงล้อมวงกลมใหญ่ ภายในวงกลมแต่ละวงถูกกำกับด้วยคำ 2-3 พยางค์ อาจจะเป็นชื่อบุคคล
ภายในห้องขนาด 4 x 4 ตารางเมตร มีเพียงแสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่ให้ความสว่าง โต๊ะทำงานตั้งอยู่กลางห้อง ด้านหลังที่เห็นไม่ชัดเพราะแสงสว่างไปไม่ถึงพอมองเห็นได้ว่าเป็นตู้หนังสือเรียงชิดผนัง 2 ตู้ ผนังอีก 3 ด้านมืดมิดมองไม่เห็นว่ามีอะไรอยู่บ้าง
เขากำลังบรรยายความคิดออกมาเป็นตัวหนังสือ เขากำลังขีดเขียนแผนภาพที่ประกอบด้วยวงกลมหลายวง เขาใช้ปลายดินสอกดที่ขมับเพื่อเค้นความคิด เขาเคาะดินสอเสียงดังกึก ๆ ลงบนกระดาษ เขาใช้เวลาตั้งแต่ 1 ทุ่มถึงเที่ยงคืนจดจ่ออยู่กับกระดาษแผ่นนี้แผ่นเดียว แต่ถ้าหากรวมเวลาที่คิดแผนนี้อยู่ในหัวแล้ว มันนานร่วมสัปดาห์ และท้ายที่สุด บนหัวกระดาษ เขาบรรจงเขียนคำ ๆ หนึ่งลงไป..
แผนการฆาตกรรมแบบวงกลม Circle murder
เขาวางดินสอลงบนโต๊ะ เอามือกอดอกเพ่งมองแผนการของเขา มันสมบูรณ์แบบ มันจะต้องสมบูรณ์แบบ..
แต่ทำไมกัน..ทำไมไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนหนึ่งถึงได้รู้แผนการนี้ได้อย่างง่ายดาย
คนที่เขาอยากให้ตายได้ตายไปเรียบร้อย รวมทั้งคนอีก 4 คนที่สมควรตายก็ได้ตายไปด้วยเหมือนกัน ทุกอย่างกำลังจะราบลื่นไร้ที่ติ แต่ทว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่อยู่ตรงหน้านี่มันกำลังทำทุกอย่างพัง
แกรู้จริง ๆ แน่หรือ...หรือว่าแกก็แค่พูดออกมาอย่างนั้นเพื่อให้ฉันไขว้เขว เพื่อให้จิตใจของฉันระส่ำระส่าย คิดว่าแผนการถูกตีแตกกระจายได้ง่าย ๆ แต่ยังไงก็ตามถึงแกจะรู้จริง ๆ ยังไงซะ ไอ้คนพวกนั้นก็ไม่อาจฟืนคืนชีพขึ้นมาได้อีกหรอก ถึงแม้ฉันจะต้องรับผลจากการกระทำครั้งนี้ ฉันเองก็ยินดีไม่ใช่หรือ ฉันคิดทางเลือกนี้เอาไว้แล้วนี่ ว่าถ้าถูกจับได้ขึ้นมาล่ะก็ ฉันจะต้องทำยังไง..
แกไม่มีวันรู้ ไม่มีวันเข้าใจ ว่าทำไมฉันต้องทำแบบนี้ แกก็แค่วัยรุ่นคนหนึ่ง สุขสบาย ไม่ได้ทุกข์ร้อนเหมือนคนอายุเกือบ 40 อย่างฉันนี่ ไม่ได้มีห่วง ไม่ได้มีภาระ ไม่ได้มีแก้วตาดวงใจเหมือนอย่างที่ฉันมี แกจะรู้อะไร
นอกจากรู้สึกท้าทายที่ได้แฉแผนการของฉันให้เป็นที่กระจ่างก็เท่านั้น..
 
oooooo
 
ระหว่างคนทั้งสอง ไอคิวและชายผู้สวมเสื้อฮูดสีดำ ต่างนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาอยู่นานร่วม 10 วินาที ฝ่ายไอคิวใจเต้นตึกตัก ไม่รู้ว่าอยู่ดี ๆ ฝ่ายตรงข้ามจะเลือดเดือดกระโจนเข้ามาทำร้ายอีกหรือเปล่า
“Circle murder” เขาเอ่ยออกมา “มันเป็นยังไง ไหนลองบอกมาสิว่าไอ้แผนของฉันที่แกเรียกว่า Circle murder น่ะมันเป็นยังไง”
แน่นอนคนร้ายต้องรั้งเวลา ไอคิวรู้ข้อนี้ดี คนร้ายต้องการหยั่งเชิง ต้องการความแน่ใจ ต้องการรู้ว่าแผนที่ตัวเองคิดมันผิดพลาดตรงไหน ต้องการรู้ว่าไอคิวรู้จริงหรือเปล่า
ไอคิวไม่ละสายตาจากฝ่ายตรงข้าม ภายใต้ความมืดสลัวในบ้านร้าง มีเพียงแสงจากไฟฉายที่เขาถืออยู่เท่านั้นที่ทำให้เขาเห็นความเคลื่อนไหวและไม่รู้ว่าเมื่อไหร่แสงจากไฟฉายจะหมดไป เขาสูดลมหายใจอย่างช้า ๆ รวบรวมสติ  พยายามคลายความกังวลออกไปจากใจ
“มีคน 5 คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ธีรสิน พิมาย กฤติกร เอื้อกูล และทัดไชย” ไอคิวเอ่ยชื่อคน 5 คนและจงใจหยุดแค่นั้นเพื่อดูการตอบสนองของอีกฝ่าย 
แต่อีกฝ่ายกับนิ่งเฉยไม่แสดงทีท่าอะไรออกมา..
“ธีรสินเป็นนักธุรกิจ เจ้าของบริษัทก่อสร้างใหญ่โตแห่งหนึ่ง พิมายเป็นเด็กนักศึกษาธรรมดา ๆ คนหนึ่ง กฤติกรเป็นผู้ประกาศข่าวชื่อดังที่ใคร ๆ ก็รู้จัก เอื้อกูลเป็นนักศึกษาเช่นกันและเป็นเพื่อนกับพิมายด้วย สุดท้ายทัดไชย เป็นครูโรงเรียนมัธยมปลายคนหนึ่ง
ในบรรดา 5 คนนี้มีความเกี่ยวข้องกันอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งการตายของทั้ง 5 คนที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันเลย กลับเกี่ยวข้องกันโดยที่หนังสือพิมพ์หรือผู้อ่านก็ไม่ได้สงสัยถึงความเกี่ยวข้องนี้ เพราะมันดูเหมือนการตาย และการฆ่ากันตายปกติธรรมดาอย่างที่หนังสือพิมพ์มีข่าวประเภทนี้อยู่เป็นประจำ
มีความแค้นของคน 5 คน แต่ละคนแค้นอีกคนอย่างไม่อาจให้อภัยได้ พอมีใครมาจุดเชื้อไฟ หรือเสนอทางเลือกที่เอื้อให้แก้แค้น คน 5 คนนั้นก็พร้อมยอมทำเพื่อลบล้างบาดแผลลึก ๆที่ฝังไว้มานานในใจตนออกไป
ผมของเริ่มจากธีรสินก็แล้วกัน
ธีรสินถูกทัดไชยฆ่าตาย ทัดไชยที่มีความแค้นต่อธีรสินเรื่องธุรกิจและครอบครัว ลงมือฆ่าธีรสินด้วยการเหนี่ยวไกปืนในห้องทำงาน ในตึก Advance Restoring ของเขาเอง คืนนั้นทัดไชยวางแผนและบุกเข้าไปถึงชั้นที่ธีรสินทำงานโดยที่สามารถหลบหลีกสายตาของ รปภ. ไปได้  ขึ้นไปยิงธีรสิน แม้จะร้องขอให้ไว้ชีวิต แต่ทัดไชยก็ยิงอย่างไม่ปราณี แถมยังขึ้นไปจุดพลุเฉลิมฉลองสังเวยแด่ครอบครัวตัวเองด้วย
แต่แล้ว ไม่รู้ว่ากรรมสนองหรือเพราะแผนการ ทัดไชยเองกลับถูกกฤติกรฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม ด้วยการเผาทั้งเป็นที่กระท่อมร้างกลางนา ร่างไหม้เกรียม ผิวหนังมอดไหม้แทบไม่เหลือ กฤติกรล่อลวงนัดพบกับทัดไชย เพราะทัดไชยรู้ความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ของกฤติกร เรื่องที่เคยฆ่าคนตายเมื่อหลายปีก่อน หากความลับนี้ถูกเปิดเผย ชีวิตผู้ประกาศข่าวชื่อดังของเขามีอันต้องจบแน่นอน
แต่ว่ากฤติกรเองก็หารู้ไม่ว่า ด้วยเรื่องความลับที่เขาเคยฆ่าคนตายนั้น มีทายาทของคนที่ตายไปเก็บงำความแค้นรอวันสะสางเขาอยู่ตลอดเวลา นั่นคือเอื้อกูล ลูกชายคนเดียวของครอบครัวที่กฤติกรฆ่าตายโดยการจัดฉากทำให้รถยนต์เสียหลักตกเหว เอื้อกูลย้อนรอย ใช้วิธีการเดียวกันกับที่กฤติกรเคยใช้กับพ่อแม่ของเขา จัดฉากทำเป็นหมือนกฤติกรฆ่าตัวตายให้นั่งอยู่ในรถของเขาแล้วเคลื่อนลงเหวสู่ทะเลเบื้องล่าง
เอื้อกูลเองก็ไม่รอด ด้วยความคึกคะนองของเขาทำให้ต้องโดนฆ่า เขาขโมยเงินเพื่อนไปต่อหน้าต่อตาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวว่าเงินนั้นสำคัญต่อเพื่อนมากแค่ไหน เพื่อนคนนั้นก็คือพิมาย คนที่ยอมขายไตของตัวเองเพื่อแลกกับเงินแสนเพื่อไปจุนเจือครอบครัวที่กำลังยากลำบาก เอื้อกูลหลอกล่อพิมายให้ไปที่บึงน้ำใกล้บ้านหวังจะฆ่า แต่กลับถูกพิมายฆ่าเสียเอง พิมายใช้มีดแทงเอื้อกูลแล้วถีบลงบึงน้ำอย่างไม่ใยดี
และก็สุดท้าย..คราวนี้เรื่องดูจะเป็นไปไม่ได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว นั่นคือการที่พิมายถูกฆ่าด้วยเหมือนกัน
พิมายถูกฆ่าที่สถานีรถไฟ ในขบวนรถไฟที่จอดรอเวลาออกเดินทาง ด้วยน้ำมือของธีรสิน ลูกชายคนเดียวของเขาต้องตายเพราะการค้าอวัยวะผิดกฏหมายที่พิมายเป็นผู้จัดหานำตัวลูกชายของเขาไปผ่าตัด จนเป็นเหตุให้ลูกชายเขาต้องฆ่าตัวตาย  แผนของธีรสินคือปลอมตัวเป็นชาวต่างชาติหลอกล่อให้พิมายดื่มน้ำอัดลมที่ผสมยาพิษ..”
“มันจะเป็นไปได้หรือ..” หลังจากที่นิ่งฟังไอคิวอธิบายอยู่นาน ชายผู้สวมเสื้อฮูดสีดำพูดโพล่งขึ้นมา “ธีรสินที่ควรจะตายไปแล้วกลับฟืนคืนชีพมาฆ่าพิมายน่ะหรือ” เขาหัวเราะก้อง
“แน่นอน มันเป็นไปไม่ได้” ไอคิวตอบทันควัน “ก็อย่างที่ผมบอก เรื่องดูจะเป็นไปไม่ได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว”
“เป็นไปแล้ว..หมายความว่าแกกำลังจะพยายามทำให้ฉันเชื่อว่าธีรสินมีตัวตนขึ้นมาฆ่าพิมายอย่างนั้นน่ะหรือ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น” ไอคิวเน้นเสียงเข้ม “คุณเองก็รู้ดี เพราะนี่มันแผนของคุณ คุณแค่แกล้งถาม แกล้งทำเป็นไม่รู้ เรื่องมันจะเป็นไปได้ถ้าเรียงลำดับเหตุการณ์เสียใหม่ตั้งแต่ต้น”
คราวนี้อีกฝ่ายนิ่งไป คำว่าเรียงลำดับเหคุการณ์เสียใหม่คงทำให้เขาเริ่มเชื่อว่าไอคิวรู้แผนการของเขาจริง ๆ
“เริ่มต้นจากกฤติกรผู้ประกาศข่าวถูกเอื้อกูลฆ่า ต่อมาเอื้อกูลถูกพิมายฆ่า ต่อมาพิมายก็ถูกธีรสินฆ่า และธีรสินก็ถูกทัดไชยฆ่า  มันควรจะเรียงลำดับแบบนี้”
“แล้วตอนไหนล่ะที่ทัดไชยถูกฤติกรฆ่า นี่มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยนะ พอเรียงลำดับใหม่ก็กลายเป็นว่ากฤติกรที่ควรจะตายไปแล้วฟื้นคืนชีพมาฆ่าทัดไชยอย่างนั้นรึ แกนี่มันมั่วซั่วชัด ๆ”
ไอคิวยิ้มเจื่อน เขารู้อยู่แล้วว่าชายผู้สวมเสื้อฮูดต้องเล่นไม้นี้ แต่ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะเถียง ประตูบ้านร้างก็เปิดผางออกตามมาด้วยเสียงดังลั่นพร้อมกับร่างผู้ชายร่างหนึ่งยืนถือปืนจ่อเล็งมายังศัตรู
“รุ่นพี่” ไอคิวแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขากราดไฟฉายส่องไปยังประตูและพบว่าชายที่ปรากฏตัวต่อหน้าทั้งสองคือปราการ รุ่นพี่ของเขาที่เป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์
“นายปลอดภัยใช่มั้ย” ปราการถามไอคิว แต่สายตาจับจ้องชายผู้สวมเสื้อฮูดสีดำ “แกยกมือขึ้นเดี๋ยวนี้”
ชายผู้สวมเสื้อฮูดสีดำยกมือขึ้นเหนือศีรษะถอยไป 2-3 ก้าว “..นายมาก็ดีแล้ว ปราการ..”
ไอคิวหันควับไปทางอีกฝ่าย เขาพูดว่าเหมือนกับว่าเขารู้จักรุ่นพี่ปราการ นี่มันยังไงกัน
“อะไรของแก” ปราการตะคอก
“ยิงมันสิ” ชายผู้สวมเสื้อฮูดโบ้ยปากไปที่ไอคิว “ยิงมันซะสิ แล้วแผนของเราก็จะสำเร็จไง”
“อะไรนะ” ปราการขมวดคิ้ว
ไอคิวอึ้งเหวอมองคนทั้งสองเบื้องหลังห้องลูกกรงเหล็ก นี่มันหมายความว่ายังไง ปราการกับชายคนนี้ร่วมมือกันอย่างนั้นหรือ
“เป็นไงล่ะ หนังสือพิมพ์ของนายได้ภาพพลุบนยอดตึก Advance restoring เป็นรายแรกเลยเห็นมั้ย..ยอดขายวันนั้นคงดีมากเลยใช่มั้ยล่ะ รวมทั้งข่าวฆาตกรรม 5 คนนั่นด้วย นายก็ได้มาเป็นจ้าวแรกเหมือนกัน”
ปราการเกร็งแขนที่ถือปืนแน่นขึ้น หันหน้ากึ่งมองไอคิวกึ่งมองชายสวมเสื้อฮูดสีดำสลับไปมา “..แกพูดอะไรของแก”
“ฆ่าไอ้เด็กหนุ่มนี่ซะ ทุกอย่างก็จบ คลี่คลายด้วยดี” ชายผู้สวมเสื้อฮูดสีดำไม่ลดละ
“หยุดเพ้อเจ้อ” ปราการตะคอกซ้ำ
ไอคิวเริ่มไม่แน่ใจ นี่คือแผนการที่เหนือความคาดหมายอย่างนั้นใช่หรือเปล่า สรุปแล้วเรื่องทั้งหมดนี้ เรื่องที่เขาถูกลักพาตัวมาที่บ้านร้างนี่ มันเกิดจากแผนการของสองคนนี้ใช่หรือเปล่า
ดวงตาที่ฉายแววเชื่อมั่นเต็มที่ของชายผู้สวมเสื้อฮูดสีดำมองมายังไอคิว “ลองคิดดูเล่น ๆ สิไอคิว..” เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อของไอคิว “..ทำไมนายถึงถูกลักพาตัวตรงหน้าสำนักพิมพ์ของปราการ ทำไมคนที่มาช่วยชีวิตนายเมื่อเช้าวันลักพาตัวคือปราการ ทำไมภาพข่าวทุกภาพสำนักพิมพ์นี้ถึงได้มาก่อนที่อื่น ๆ ทำไมภาพพลุบนยอดตึก Advance Restoring ถึงมีแต่หนังสือพิมพ์นี้เท่านั้นที่ได้มา มันหมายความว่ายังไงกันล่ะ” เขาถอยหลังจนติดหน้าต่างบ้านร้าง
“อะไรนะ” ปราการขมวดคิ้ว ขึ้นเสียงสูง
“ไม่ต้องแสร้งเล่นละครตบตารุ่นน้องนายอีกต่อไปแล้วล่ะ ยังไงทุกอย่างก็เปิดเผยแล้วนี่ ว่าจริง ๆ แล้วนายเองที่เป็นคนวางแผนเรื่องนี้ทั้งหมด”
ปราการนิ่งอึ้งจ้องมองฝ่ายตรงข้าม ขณะที่ไอคิวมองปราการอย่างไม่อยากที่จะเชื่อ
“ถ้างั้นฉันจะยุติเรื่องนี้แค่นี้พอ โอนเงินค่าจ้างส่วนที่เหลือมา ไม่งั้นเรื่องนี้จะไม่ได้มีแค่ 3 คนที่รู้” ชายผู้สวมเสื้อฮูดสีดำพูดจบก็หงายหลังผลุบหายออกไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว ขณะที่ไอคิวและปราการได้แต่ยืนงุนงงกับสิ่งที่ได้ยิน..
พอปราการได้สติ รู้ว่าชายคนนั้นพยายามหนีเอาตัวรอดก็ก้าวเท้าจะตามออกไป แต่ไอคิวก็พูดรั้งเขาไว้เสียก่อน
“นี่ทุกอย่างเป็นอย่างที่คนนั้นพูดจริงหรือครับ” แววตาสิ้นหวังของไอคิวส่งไปยังปราการ
ปราการถอนหายเฮือกใหญ่ “นายจะมาวอกแวกอะไรเอาตอนนี้”
ไอคิวก้าวมาที่ประตูกรงเหล็ก ปลดลวดที่พันขอบประตูด้านข้างออก ที่ละนิด “แต่ทุกอย่างมันก็ลงล็อค”
“แล้วสิ่งที่นายไขได้มันลงล็อครึเปล่าล่ะ หรือยังไม่แน่ใจ”
“สิ่งที่ผมคิดไว้มันก็ลงล็อคทุกอย่าง แต่..” ไอคิวเงยหน้ามองปราการ จงใจกราดไฟฉายย้อนจากใบหน้าตัวเองไปยังด้านหลัง แล้วพูดในลำคอ 3 คำให้ปราการอ่านปาก
“งั้นนายก็ควรจะเชื่อสิ่งที่นายคิดตั้งแต่แรกนะ ไอคิว” ปราการยกปืนขึ้นจ่อเล็งไปยังห้องกรงเหล็ก ไปยังประตูกรงเหล็กและไปยังไอคิว.. “ยิงเลยนะ..อย่างนั้นใช่มั้ย ! ”

Comment

Comment:

Tweet

Recommend