Circle murder #18 (ชะแลง)

posted on 06 Jun 2010 15:39 by iqdetective
ตอนที่ 18
ไอคิวกับชายสวมเสื้อฮูดยืนประจันหน้ากันในความมืดโดยมีกรงเหล็กกั้นอาณาเขตของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายไอคิวอยู่ในห้องกรงเหล็ก ซึ่งเขาใช้ลวดเส้นหนาพันรอบประตูกรงเหล็กกับขอบด้านบนด้านข้าง เพื่อรับประกันว่าเขาจะไม่โดนอีกฝ่ายทำร้าย ส่วนอีกฝ่ายยืนอยู่ด้านหน้า ตรงจุดที่ไม่ห่างจากหน้าต่างที่มีอยู่เพียงบานเดียวของบ้านร้าง
พอชายคนนั้นรู้สึกตัวว่าฮูดหล่นลงมาที่ต้นคอ เขาก็ยกมือจับมันเอาครอบศีรษะอีกครั้ง แต่โดนไอคิวเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน
“ปิดหน้าปิดตาไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกครับ เพราะยังไงผมก็รู้จักคุณดี” ไอคิวเอ่ยอย่างไม่สนใจถึงความปลอดภัยของตัวเอง บางทีอีกฝ่ายอาจจะบันดาลโทสะเข้าตะครุบทำร้ายเขาก็ได้
แต่ฝ่ายนั้นนิ่งเฉย คงพยายามควบคุมอารมณ์โกรธไว้ภายใน ปล่อยฮูดลงปรกหลัง จ้องมองไอคิวผ่านกรงเหล็กเหมือนต้องการบ่งบอกว่าเขาไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น แค่คน ๆ หนึ่งจะทำอะไรเขาได้
แสงจันทร์นวลผ่องด้านนอกสาดส่องแสงรำไรเข้ามายังช่องหน้าต่าง ทำให้ภายในห้องไม่ได้มืดซะทีเดียว ยังพอมองเห็นเค้าลางใบหน้าและร่างกายของคนทั้งสองได้บ้าง
“คุณบอกว่า มันไม่สมเหตุสมผลที่อยู่ดี ๆใครคนหนึ่งจะพานักข่าวมาขังไว้เพื่อให้เป็นพยานรู้เห็นว่ามีการลักพาตัวคนอีกคนที่นี่และก็ให้เห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมขึ้นที่นี่ด้วย” ไอคิวทวนคำพูดของอีกฝ่าย “ผมยังไมได้พูดสักคำว่ามีคนอื่นถูกลักพาตัวที่นี่และมีคนถูกฆ่าตายที่นี่”
“ข่าวไง หนังสือพิมพ์ไงล่ะ ฉันก็แค่เห็นข่าว”
“อาจจะจริง” ไอคิวแทรกทันควัน “แต่ข่าวไม่ได้ระบุนี่ครับว่าการพาผมมาเพื่อให้เป็นพยานรู้เห็น ที่คุณพูดแบบนั้นออกมาได้ก็เป็นนัยว่าคุณรู้อยู่แล้ว นั่นก็คือคุณวางแผนมันเองถึงได้รู้”
ชายสวมเสื้อฮูดสีดำหัวเราะในลำคอ “ไม่คิดบ้างเหรอว่าฉันเป็นคนฉลาดที่ประเมิณเหตุการณ์ตามเนื้อข่าวได้น่ะ”
ไอคิวยิ้มตอบเขา “แต่คงไม่ประเมิณถึงขนาดมาที่นี่ในยามนี้ และเอานิ้วไปสัมผัสคราบเลือดที่อยู่บนพื้นบ้านร้างนี่หรอกนะครับ”
ชายคนนั้นอารมณ์เดือดขึ้นมาอีกครั้ง “แกจะเอายังไงว่ามาเลย  ไม่ต้องมาพูดกวนประสาท”
“แปลว่าคุณยอมรับแล้วหรือครับ” ไอคิวมีท่าทีประหลาดใจ
“ไม่ยอมรับอะไรทั้งนั้น แกอย่ามาพูดจาหว่านล้อม”
“’งั้นคุณมาที่นี่ทำไม่ล่ะครับ คำถามเดิมคำถามแรกคุณยังตอบไม่เคลียร์เลยด้วยซ้ำ”
เขาชะงัก..
“หรือว่าผมได้ตอบแทนคุณไปถูกต้องทุกอย่างแล้ว”
ไม่มีเหตุผลที่จะเฉไฉไปเป็นอย่างอื่นได้เลย..ชายคนนั้นคิด..การมาที่นี่ในคืนนี้ก็เพราะว่าเราพลาดเองที่ดันตื่นตูมกับข่าวพาดหัว  แล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปต่อล้อต่อเถียงกับไอ้เด็กหนุ่มคนนี้ สู้เราเลี่ยงหนีออกไปดีกว่า
ชายสวมเสื้อฮูดสีดำ ก้าวถอยหลังก้าวหนึ่ง “แกชนะ..”
อยู่ดี ๆ ไอคิวสั่นพวงกุญแจในมือเสียงดังกรุ้งกริ้ง
“ไหน ๆ แล้วแกลองว่ามาสิว่าแกรู้อะไร ในฐานะที่แกโดนลักพาตัวมาที่นี่”
“ผมบอกแล้วคุณอย่าตกใจนะครับ ว่าผมรู้อะไรมาบ้าง บางทีคุณอาจจะยอมรับเรื่องการลักพาตัวนี่ เรื่องการฆ่าคนที่นี่ แล้วก็คิดว่ามันจบแล้ว แต่จริงๆ มันยังไม่ได้จบแค่นี้หรอกนะครับ”
ชายคนนั้นทำท่าจะเบี่ยงตัววิ่งตรงไปยังประตูบ้านร้างอยู่แล้ว แต่พอได้ยินสิ่งที่ไอคิวพูดเขากลับต้องชะงักนิ่งฟัง “แกว่าไงนะ”
ไอคิวสั่นพวงกุญแจอีกครั้ง “อย่าเพิ่งรีบหนีไปไหนเลยครับ อยู่ฟังให้จบก่อนไม่ดีกว่าหรือ”
“แกรู้อะไร” เขาตะคอกรุนแรง “บอกมาก่อนที่ฉันจะฆ่าแกทิ้งซะ”
ไอคิวสะดุ้ง  เขาสะดุ้งจริง ๆ เพราะเสียงของอีกฝ่ายดังลั่นทั่วบ้านร้าง เสียงพวงกุญแจดังอีกครั้งต่อเนื่อง แต่เพียงเสี้ยววินาทีไอคิวตั้งสติได้ ยืดตัวตรงอีกครั้ง อารมณ์ของเขาเองเริ่มขุ่นมัวขึ้นเหมือนกัน
“คุณไม่มีทางหนีไปไหนได้ทั้งนั้นหรอก” ไอคิวตะโกนทั้ง ๆ ที่อยู่ห่างอีกฝ่ายแค่ 3 เมตร “ผมยึดพวงกุญแจรถคุณมาไว้ที่นี่แล้ว” ไอคิวชูพวงกุญแจนั้นขึ้น ใช้ไฟฉายส่องมัน
นั่นยิ่งทำให้ชายสวมเสื้อฮูดสีดำโมโหยิ่งขึ้น เขาฉุกเฉียวคว้าท่อนไม้ที่มุมบ้านร้าง ถลาเข้าไปตีกรงเหล็กเสียงดังสนั่นหวั่นไหว “แกอย่าคิดว่าแกจะรอดไปจากที่นี่ได้” เขากระหน่ำตีประตูกรงเหล็ก “แกอย่าคิดว่าแกจะรอดไปได้ ฉันจะฝังแกไว้ที่นี่ ให้เป็นผีเฝ้าบ้านร้างนี่ซะ”
ไอคิวตื่นตระหนก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเสียสติไปมากถึงเพียงนี้ เขาเองก็ยั่วโมโหมากเกินไป ถอยร่นไปชิดผนังปูน ภาวนาให้ลวดที่พันรอบขอบประตูไม่ขาดหรือหลุดออกมาก่อน เท้าข้างหนึ่งไปเตะเอาชะแลงที่เขาตระเตรียมเอามาวางไว้บนพื้น ไอคิวก้มลงคว้าชะแลงนั้น แล้วสอดมันออกไปตรงซี่กรงเหล็ก
ได้ผล..ชายคนนั้นหยุดชะงักเลิกเอาไม้ตีกรงเหล็ก ทิ้งไม้นั้นลงแล้วหงายหลังทั้งยืน ก้นกระแทกพื้น เขาร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
ไอคิวจ้องมองอีกฝ่ายตัวสั่นสะท้าน เขาเพิ่งเอาชะแลงเหล็กทิ่มหน้าแข้งด้านขวาของอีกฝ่าย เขารีบดึงชะแลงกลับ มองเห็นเลือดติดอยู่ปลายสองแฉกของชะแลง เหมือนลิ้นของงูไม่มีผิด
ชายสวมเสื้อฮูดสีดำครางร้องลั่น เอามือกุมหน้าแข้งด้านขวาขณะที่มีเลือดไหลออกมาระหว่างนิ้วมือ เขาหอบหายใจถี่แรง กระบังลมกระเพื่อมขึ้นลง เหงื่อผุดออกรอบหน้าผากและขยับ หัวใจเต้นแรง เส้นเลือดที่ดวงตาแดงก่ำ บริเวณลำคอและหน้าอกเปียกชุมไปด้วยเหงื่อ ครู่ต่อมาเขาจึงค่อย ๆ สงบลง แต่ตลอดเวลาสายตาจ้องมองไอคิวอย่างเคียดแค้น 
“ฉันไปทำอะไรให้แก” เขาตะโกน บางทีอาจมีน้ำตาที่ไหลออกจากดวงตาแดงก่ำปะปนกับเหงื่อ ไอคิวไม่อาจรู้ได้ว่าเขาร้องไห้อยู่หรือเปล่า “ฉันไปทำอะไรให้แกหรือไง”
ไอคิวลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ ใช้ชะแลงต่างไม้เท้า
“แกเข้ามายุ่งเรื่องนี้ทำไม แกมาสอดทำไม ทุกอย่างกำลังไปได้ดี ทำไมแกต้องมายุ่งไม่เข้าเรื่อง”
ไอคิวพยายามจะเอ่ยปากพูด แต่ก็ยังมีอารมณ์ตื่นกลัว
“ฉันอุดส่าห์ไว้ชีวิตแก ไม่ฆ่าแกตายไปซะตั้งแต่ตอนนั้น”
“..คุณเปล่าไว้ชีวิตผม  คุณต้องการให้ผมอยู่ เพื่อที่จะได้ไปบอกสำนักพิมพ์ คุณลืมแล้วหรือ”
ชายคนนั้นหอบหายใจ เขาไม่เถียงว่านั่นเป็นความจริง
ไอคิวพอเริ่มตั้งสติได้บ้าง อย่างน้อยก็มั่นใจว่าเขาเป็นต่อ เพราะอีกฝ่ายบาดเจ็บ 
“แกรู้อะไร แกรู้อะไรบ้าง” ชายคนนั้นถามคำถามเดิม
“..สิ่งที่ผมรู้” ไอคิวถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ก็คือคุณวางแผนการลักพาตัวนี้เพื่อเตรียมการไปสู่การฆาตกรรมที่ใหญ่กว่า ที่มีชายจำนวน 5 คนพัวพันอยู่ด้วยและได้ตายไปทีละคนจนหมด”
“นี่แกรู้หรือ..” ชายคนนั้นตกใจ แต่ไม่อาจจะแสดงอาการทางกายได้มากนัก
“คุณจะเรียกแผนของคุณว่าอะไรผมไม่รู้ แต่ผมเรียกแผนที่คุณคิดนี้ว่า Circle Murder”
ไม่จริง..ชายสวมเสื้อฮูดสีดำจ้องมองไอคิวด้วยความรู้สึกทึ่งระคนตกใจ..ไอ้หมอนี่มันรู้แผนของเราจริงๆ และยังรู้แม้กระทั่งชื่อแผนที่เราเขียนบนกระดาษด้วยซ้ำ
“Circle Murder” เขาทวนคำ “นั่นคือชื่อแผนของฉันอย่างนั้นรึ” เขาแสร้งพูดออกไป..

Comment

Comment:

Tweet

Recommend