Circle murder #11 (หน้าผา)
posted on 11 Sep 2009 03:03 by iqdetective
ตอนที่ 11 หน้าผา
..ไม่ทราบลำดับเวลา..
10 นาที..20 นาที ครึ่งชั่วโมง ไม่สิ อาจจะชั่งโมงหนึ่งเต็ม ๆ หรือหลายชั่วโมงเลยก็ได้ที่เราแทบจะไม่รู้สึกตัวอะไรเลย..
ที่นี่ที่ไหนน่ะ..ที่นี่มัน..อ้ะ..ทำไมตัวเราถึงขยับเขยื้อนไม่ได้ ทั้งแขนและก็ขา..
กฤติกรเบิกตาโพลงขึ้นพร้อมกับหัวใจที่เต้นถี่รัว เหงื่อจากหน้าผากไหลผ่านสันจมูกลงมาหยดลงบนพวงมาลัยรถเบนซ์ของเขา เขารู้สึกตัวและรับรู้ได้ในเสี้ยววินาทีนั้นว่าเขากำลังถูกมัดเอามือไพล่ด้านหลังที่นั่งคนขับด้วยเชือกหรืออะไรบางอย่างที่มัดข้อมือทั้งสองเอาไว้แน่นจนไม่อาจบิดข้อมือปลดมันออกไปได้ ลำตัวงอเอนไปด้านหน้า ใบหน้าซบลงบนพวงมาลัยรถ ขาถูกมัดและเหยียดตรงไปข้างหน้าสอดอยู่ตรงคันเร่ง เขาสูดหายใจเฮือกและพาเอาร่างเอนพิงกระแทกเข้ากับเบาะ จึงทำให้เขาได้เห็นว่าขณะนี้ตัวเขาและรถของเขาอยู่ที่ใด
ในระดับสายตาของเขามองออกไปนอกตัวรถเห็นเพียงต้นหญ้าขึ้นสูงรายล้อมด้วยสีดำทะมึนของท้องฟ้า นาฬิกาดิจิตอลส่องสว่างบอกเวลาตรงคอนโซลหน้า
19.20น.
เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านเมื่อรู้ว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์คับขัน เหงื่อไหลไม่หยุดหย่อนเพราะในรถทั้งร้อนและอับไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ กุญแจรถคาอยู่ แต่เขาไม่สามารถเอามือไปจับมันได้ ของเหลวไหลเยิ้มออกจากขมับข้างขวาลงมาตรงหางคิ้ว นั่นคงไม่ใช่เหงื่อแต่เป็นเลือดที่เกิดจากรอยแผลตอนโดนฟาดด้วยของแข็ง
กฤติกรจำได้ในทันที..เขาถูกฟาดด้วยที่ล็อคเกียร์ คนที่เขาจ้างให้ขับรถหนีตำรวจเป็นคนฟาดเขา
เพราะอะไร..ทำไม..
กระจกประตูรถทุกด้านปิดสนิท เขาหันซ้ายแลขวาและพบใครคนหนึ่งกำลังยืนมองเขาอยู่ด้านขวาของตัวรถ ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ในความืด แต่เขาจำเสื้อแจ็คเก็ตนั้นได้แม่นยำ
“แกทำแบบนี้ทำไม” เขาตะโกนเสียงก้องภายในรถ
ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ ๆ กระจกแล้วเอามือชี้ที่หู สะบัดมือไปมา
กฤติกรพยายามขยับแขนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาจึงก้มลงใช้ปากกดปุ่มเลื่อนกระจกรถด้านคนขับ กระจกเลื่อนลงเกือบครึ่งหนึ่ง เขาตะโกนอีกครั้ง “แกทำแบบนี้ทำไม..”
เจ้าของใบหน้าที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไร ตอบกลับมาว่า “บอกแล้วไงว่าผมจะมาแทนที่คุณ”
“แกได้เป็นข่าวแน่ถ้าแกทำกับฉันแบบนี้”
“น่าเสียดาย ผมอยากรายงานข่าวที่จะเกิดขึ้นกับคุณ แต่มันคงจะเร็วไปที่จะได้รายงาน”
“แก..ไอ้โรคจิต นี่แกคิดจริง ๆ หรือว่าทำแบบนี้แล้วจะมาแทนที่ฉันได้ ไม่มีทางหรอก ผู้ประกาศข่าวน่ะไม่ใช่แค่วันสองวันจะเป็นกันได้ อย่างฉันน่ะยังต้องใช้เวลาเป็นปี”
“เรื่องนั้นผมทราบดี แต่อย่างคุณก็ใช้กลโกงให้ได้ตำแหน่งนี้มาไม่ใช่หรือไง”
“กลโกง..พูดเรื่องอะไร”
“จ้างคนให้ไปฆ่าผัวเมียคู่หนึ่ง แต่ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นอุบัติเหตุรถยนต์ตกหน้าผา..”
กฤติกรจ้องหน้าฝ่ายตรงข้ามเขม็ง ทำไมคน ๆ นี้ถึงรู้เรื่องเมื่อ 10 ปีก่อน “นี่แกเป็นใคร”
“เท่านั้นยังไม่พอ ยังจ้างให้คนถ่ายรูปมาเป็นหลักฐานว่าผัวเมียคู่นั้นได้ตายไปจริง ๆ”
“นี่แกเป็นใคร” กฤติกรตะคอกใส่หน้า เขาพยายามดันตัวลุกขึ้นจนศีรษะชนเพดานรถ
ชายในเสื้อแจ็คเก็ตล้วงเอาซองกระดาษออกมาจากด้านใน ดึงภาพถ่ายจำนวนหนึ่งออกมายื่นให้กฤติกรดูทีละภาพ ภาพเหล่านั้นเป็นภาพถ่ายเหวที่มีรถยนต์คันหนึ่งตกลงไปจนส่วนหน้ายับเยิน มีคนขับคาอยู่ในรถหน้าถูกอัดทับจมพวงมาลัย แต่ละภาพมีทั้งถ่ายระยะไกลและใกล้
“ทำไมแกถึงมีภาพพวกนี้”
“ผัวเมียคู่นั้นมีลูกชายอยู่คนหนึ่ง คุณจำได้หรือเปล่า”
กฤติกรตกใจสุดขีด ที่แท้คน ๆ นี้ก็คือลูกชายของสองคนที่เขาจ้างวานให้ฆ่าอย่างนั้นหรือ
“คุณปราณีละชีวิตเด็ก หรือว่าผมโชคดีที่ตัดสินใจอยู่ที่ไร่ชาต่อจึงไม่ได้นั่งมากับรถคันนั้นด้วย..”
“เธอคือ..ลูกชายของ..” น้ำเสียงของกฤติกรอ่อนลง
“เข้าใจแล้วนะครับ ว่าผมไม่ใช่คนโรคจิต ที่ทำไปทั้งหมดนี่ก็เพื่อแก้แค้นให้พ่อแม่ของผม ผมตั้งใจปล่อยให้คุณตื่นขึ้นมา ให้มารับรู้ว่าสิ่งที่คุณทำลงไปมันมีผลยังไงต่อตัวคุณในอีกสิบปีให้หลัง ให้คุณได้รับสิ่งที่เหมือนกับสิ่งที่คุณทำเอาไว้กับพ่อของผม คือตกลงไปในเหว”
กฤติกรที่กำลังจ้องหน้าฝ่ายตรงข้ามหันกลับไปมองเบื้องหน้าทันที ความมืดที่เขาเห็นนั่นคือเหวหรือ “นี่แกพาฉันมาที่ไหน ที่นี่ที่ไหน”
“สบายใจได้ที่นี่ไม่ใช่เชียงใหม่หรอกครับ เพราะผมคงไม่ให้คุณมาตายที่เดียวกับพ่อแม่ของผมหรอก ที่นี่คือจังหวัดหนึ่งที่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯ เท่าไหร่ มีหน้าผา มีทะเล และไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีใครมาพบ”
“แกคิดจะฆ่าฉันจริง ๆ เรอะ แกทำแบบนี้ก็เท่ากับฆ่าตัวเองชัดๆ แกไม่มีทางได้เป็นหรอกไอ้ผู้ประกาศข่าวอะไรนั่นน่ะ”
ชายในเสื้อแจ็คเก็ตยิ้มให้กฤติกรเป็นครั้งแรก “ไม่ต้องห่วงอนาคตของผม แทนผมหรอก อนาคตของคุณที่แลกด้วยชีวิตพ่อแม่ของผมน่าเป็นห่วงกว่าเสียอีก คนที่ฆ่าคนสองคนเพื่อให้ตัวเองได้มายืนแทนที่คนอื่นน่ะ..”
จู่ ๆ ชายคนนั้นหยุดพูด กฤติกรที่หัวใจเต้นรัวทุกขณะเฝ้ารอคำพูดเขาโดยไม่รู้ตัว
ชายคนนั้นยกมือขึ้นปาดแก้มตัวเอง ตามด้วยเสียงสะอึกสะอื้นในลำคอ “คุณฆ่าพ่อแม่ผม เพื่อให้ตัวเองได้มาเป็นผู้ประกาศข่าวแทนพ่อของผม บิดเบือนความจริง สร้างจุดพลิกผันให้สถานีโทรทัศน์จำต้องยอมให้คุณขึ้นแท่นผู้ประกาศข่าว คุณใช้ฝีมืออย่างสุดความสามารถเพื่อไต่ระดับจนกลายเป็นอันดับหนึ่ง แต่ได้ฆ่าคนที่เป็นเพื่อนสนิทและเป็นคนสอนให้คุณเป็นมือหนึ่งมาจนทุกวันนี้ และยังไม่เปลี่ยนนิสัยเดิม คุณทำผิดอีกครั้งจนตำรวจต้องตามจับตัว ผมไม่รู้ว่าคุณทำอะไรลงไปก่อนหน้านี้ แต่เดาว่าคงฆ่าคนอีกตามเคย..”
กฤติกรอ่อนแรงลงเพราะคำพูดเหล่านั้น เขาทำอย่างที่ชายคนนั้นพูดจริง ๆ “ฉ..ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริง ๆ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันรับรอง ฉันจะทำให้เธอได้เป็นผู้ประกาศข่าวอย่างที่พ่อเธอเป็นนะ เธอชื่ออะไรล่ะ ฉันจะ..”
“ผมชื่อเอื้อกูล ลูกชายของเพื่อนสนิทคุณ”
“ใช่ ๆ เอื้อกูล ถ้าเธอปล่อยฉัน ฉันรับรองว่าจะไม่เอาความแล้วก็ทำให้เธอได้เป็น..”
“ผมไม่สนใจเรื่องผู้ประกาศข่าวนั่นหรอก นั่นไม่ใช่ความฝันของผม ก็แค่หลอกคุณเท่านั้น แต่ที่ผมบอกชื่อ ก็เพื่อให้จำเอาไว้ว่าคุณควรจะสำนึกผิดต่อใคร” เอื้อกูลถอยหลังไปไม่กี่ก้าว
“นี่เธอ อย่านะ”
“คุณขับรถมา หนีตำรวจมา รู้ตัวว่าไม่มีทางรอดพ้นจากคดีที่ก่อขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ จึงเลือกจบชีวิตตัวเองโดยขับรถมาที่หน้าผาริมทะเล”
“อย่านะ ฉันขอร้องล่ะ” ใบหน้าของกฤติกรหมองคล้ำและมันเยิ้ม ซีกหนึ่งเต็มไปด้วยเลือด ไม่ฉายแววของคนที่อยู่หน้าจอโทรทัศน์สักนิด
เอื้อกูลล้วงมือผ่านช่องกระจกประตูรถเข้าไปสตาร์ทรถ ระวังไม่ให้กฤติกรคิดที่จะกัดเขา รถสตาร์ทและไหลเอื่อยไปข้างหน้าทันที
“ทำไม..หยุดมันที หยุดรถที”
หน้าผากับส่วนหน้าสุดของรถเบนซ์ห่างกันเพียง 3 เมตรกว่า
“ล้านนึง ไม่สิห้าล้าน ฉันให้เธอห้าล้านเลย หยุดรถที” กฤติกรตะโกนลั่น เหงื่อไหลอาบดวงตาจนต้องกระพริบตาถี่
รถหยุดทันที พร้อมกับมือของเอื้อกูลที่ดึงออกจากรถผ่านหน้ากฤติกรไป
“ห้าล้านหรือ” เอื้อกูลมองกฤติกร
“ใช่ๆ..ฉันให้เธอห้าล้านเลย ปล่อยฉันไป ขืนเธอทำแบบนี้ ยังไงตำรวจก็รู้ว่าฉันไม่ได้ฆ่าตัวตาย ฉันถูกมัดแบบนี้น่ะ จะไปขับรถตกเหวได้ยังไง” กฤติกรฉุกคิดได้ขณะใกล้ความตายว่าเขาถูกมัดมือไพล่ที่นั่ง “ตำรวจมองแว่บเเดียวก็รู้ว่าฉันถูกฆ่า เธออย่าทำแบบนี้เลย ชีวิตเธอจะไม่เป็นสุขแน่ๆ”
น่าแปลกที่เอื้อกูลยิ้มเยอะ “ห้าล้านนั่นผมไม่สน เพราะผมมีบัตรเครดิตของคุณอยู่..และก็วางใจเถอะ ผมไม่ได้ใช้เชือกมัดมือคุณ เดี๋ยวพอคุณตกลงไปในทะเลก็จะรู้เอง”
“ว่าไงนะ หมายความว่าไง”
เอื้อกูลยิ้มขณะที่ดวงตาเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา สอดมือเข้าไปสตาร์ทรถอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
“ขอร้องล่ะ อย่าทำแบบนี้” กฤติกรกลัวจนน้ำตาไหลอาบแก้ม
รถเคลื่อนเอื่อย ๆ ยิ่งใกล้หน้าผามากขึ้น
“ลองเปลี่ยนเกียร์ถอยหลังดูสิ แต่ต้องทำให้เร็วนะ”
กฤติกรเชื่อฟังคำพูดเขาแบบไม่รู้ตัว เขาเอาปากเลื่อนเกียร์เพื่อไปที่เกียร์ระดับสุดท้าย แต่ทว่านั่นเป็นแผนของเอื้อกูลที่จะทำให้ขาของเขาเผลอแตะคันเร่งอย่างไม่ตั้งใจ
รถพุ่งไปข้างหน้า พอล้อหน้าพ้นขอบเหว หน้ารถงุ้มลง ขณะที่ล้อหลังดันให้มันพุ่งตกลงไปในแนวเฉียง กฤติกรรู้สึกเบาโหวง แต่ไม่ร้องตะโกนโวยวายสักนิดเดียว
สองวินาทีถัดมาเสียงรถกระทบน้ำทะเลดังสนั่น กระจกรถที่เปิดแง้มอยู่พาเอาน้ำทะเลไหลทะลักเข้ามาในตัวรถ ถึงตอนนี้กฤติกรจึงร้องขอความช่วยเหลือออกมาดังลั่นอย่างคนกลัวตาย เขาพยายามดิ้นทุรนทุรายเพื่อดันตัวเองออกจากเบาะ ขณะที่สำลักน้ำทะเลและหายใจไม่ได้ สติรวนเพราะสมองขาดอากาศ เขารู้ในเสี้ยววินาทีนั้นว่าสิ่งที่มัดมือและเท้าเขานั้นคือกระดาษชำระม้วนยาวที่พับรอบข้อมือหลายรอบจนเหนียวแน่นแกะไม่ออก พอกระดาษชำระสัมผัสน้ำทะเล มันเริ่มเปื่อยยุ่ย จนเขาสามารถปลดมือให้เป็นอิสระได้
แต่ว่าสายเกินไป..
กฤติกรเข้าใจแล้วว่าทำไมเอื้อกูลถึงบอกว่าตำรวจจะคิดว่าเขาฆ่าตัวตาย..
เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเท่านั้น ไม่มีตัวละครใดและเหตุการ์ใดมีอยู่จริง อ่านเพื่อความเพลิดเพลินและขบคิดปัญหาเท่านั้น ห้ามเลียนแบบเด็ดขาด