Circle murder #8 (เสียงปืน)
posted on 27 Jul 2009 15:02 by iqdetective
ตอนที่ 8 : เสียงปืน
ไอคิวหมอบต่ำพลางหันไปมองรถตู้ปริศนาที่จอดหน้าบ้านร้างที่เขาและชายที่ถูกขังอยู่ในบ่อน้ำเพิ่งรอดพ้นออกมาได้ เขากระซิบถามชายผู้นั้นที่หมอบอยู่ข้าง ๆ ขณะที่ยังไม่ละสายตาจากชาย 2 คนที่กำลังเปิดประตูรถตู้ลงมา
“คุณเห็นหน้าพวกนั้นหรือเปล่า”
ชายคนนั้นส่ายหน้า “ไม่ครับ ผมถูกตีจนสลบ พอรู้สึกตัวก็มาอยู่ที่นี่แล้ว”
“แล้วตอนที่อยู่ในนั้นล่ะครับ พวกมันไม่ได้มาหาคุณอีกเลยหรือ”
“เปล่าเลยครับ”
ความจริงไอคิวไม่น่าถามออกไปแบบนั้น เขาฉุกคิดได้ว่าในเมื่อผนังอิฐที่ก่อขึ้นใหม่ 3 ด้านนั้นถูกก่อขึ้น นั่นแปลว่าฝ่ายนั้นคงไม่ได้เข้ามาดูผู้เคราะห์ร้ายคนนี้อีก เหลือแต่อาหารทิ้งไว้ให้พอประทังชีวิตไปได้ 2-3 วัน แล้วก็ปล่อยให้ตายไปช้า ๆ
“พวกมันทำแบบนี้ทำไมกัน” คำถามนี้ไอคิวเอ่ยลอย ๆ ออกมา
“มันคงรู้ตัวแล้วล่ะ” ชายผู้เคราะห์ร้ายบอกพลาง ชี้ไปที่บ้านร้าง “มันออกมาจากบ้านร้างแล้ว”
ชายในชุดสูทสีดำสองคนนั้นรีบขึ้นรถตู้แล้วเคลื่อนที่ออกจากบ้านร้างทันที ทว่าอยู่ดี ๆ รถตู้คันนั้นเบรคกระทันหัน จากนั้นเลี้ยวหักมุมตรงมายังที่ที่ไอคิวและชายผู้เคราะห์ร้ายนอนราบอยู่ภายใต้การบดบังของหญ้าสูง 30 เซนติเมตร
รถตู้หยุดลงในช่วงก่อนถึงตัวไอคิวราว 20 เมตร ไอคิวจึงมันใจว่าพวกมันคงต้องรู้แล้วแน่ ๆ
“ต้องวิ่งหนีแล้ว ตอนนี้เลย”
ทันทีที่ชาย 2 คนก้าวลงจากรถตู้ ไอคิวและชายผู้เคราะห์ร้ายก็ลุกขึ้นวิ่งตรงไปที่บ้านร้างอีกหน ชาย 2 คนนั้นทำท่าจะวิ่งตามแต่ก็หยุดแล้วล้วงปืนออกมาจากข้างลำตัว ยกขึ้นจ่อเล็ง
ปัง !!
เสียงปืนนั้นทำให้ไอคิวสะดุ้งแล้วต้องเอามือปิดหู แต่ก็ยังคงวิ่งไม่หยุดหย่อนเข้าไปหลบตรงมุมผนังห้องที่ถูกสร้างใหม่
“คุณโดนหรือเปล่า” ไอคิวถาม
“เปล่าครับ มันคงยิงขู่”
ไอคิวเกาะผนังเอียงหน้าออกจากมุมผนังชำเลืองดู 2 คนนั้นทิ้งรถตู้ไว้ที่เดิมแล้ววิ่งกลับมา รถตู้เลี้ยวตามมาติด ๆ
“มันกำลังมา เอาไงดี” ไอคิวใจเต้นระส่ำ “จริงสิ..ชะแลงนั่น”
ไอคิวรีบหมุนตัวกลับวิ่งหายเข้าไปในช่องผนังที่เขาเคยใช้ชะแลงทุบมันจนพัง เขาเข้าไปควานหาชะแลงจนได้มันมา ใช้สองมือจับกระชับแน่น รวมรวบพลังฮึดสู้ วิ่งออกมาเผชิญกับศัตรู แต่ทว่าชายผู้เคราะห์ร้ายที่อยู่ด้วยกลับหายไปจากมุมมผนัง
หรือว่าจะถูกจับตัวไป !
ไอคิวก้าวท้าวอย่างระมัดระวังเพื่อยื่นหน้าออกไปที่มุมผนังอีกครั้ง เขาเห็นศัตรูหนึ่งในสองกำลังล็อคต้นคอของชายผู้เคราะห์ร้ายเอาไว้ แล้วลากไปทางรถตู้ที่จอดอยู่
ส่วนอีกคนเฝ้าดูอยู่หน้าบ้านร้าง
ไอคิวตัดสินใจใช้ชะแลงเคาะกับผนังปูนให้เกิดเสียงดังขึ้น ชายคนที่เฝ้ามองหันควับมาทางเขา เขารีบวิ่งย้อนกลับเข้าไปในห้องมืดมิดที่มีบ่อน้ำ ซ่อนตัวติดกับผนังด้านในใกล้ช่องที่เขาพังมัน
เงาของศัตรูทอดผ่านช่องโหว่นั้นเข้ามา หยุดอยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง แล้วจึงก้มตัวลงเพื่อลอดเข้ามา ไอคิวได้จังหวะเงื้อชะแลงตีลงกลางหลังทันที ศัตรรูร้องเสียงอู้อี้เพียงครั้งเดียวแล้วล้มกองกับพื้นบิดตัวไปมาด้วยความเจ็บปวด เขาใช้ชะแลงตีที่มือข้างที่ถือปืนอีกครั้ง ปืนหลุดออกจากมือ ไอคิวคว้าปืนนั้นมา ร่างของชายชุดสูทสีดำเคลื่อนไหวช้าลง
ไอคิวเริ่มต้นลากร่างชายชุดสูทสีดำคนนั้นมาที่จุดหนึ่งของห้อง..จากนั้นจึงหยิบปืนที่เหน็บเอาไว้ด้านหลัง
ปัง !!
ศัตรูอีกคนที่อยู่กับชายผู้เคราะห์ร้ายได้ยินเสียงปืนนั้น เขาผละจากชายผู้เคราะห์ร้ายมอบให้คนขับรถดูแล แล้วรีบวิ่งตามเสียงปืนจนมาหยุดอยู่ตรงช่องโหว่ด้านหลังบ้านร้าง อึดใจหนึ่งเขาเปลี่ยนใจวิ่งอ้อมเข้าไปในบ้านร้างจากทางประตูหน้าพร้อมกับเงื้อปืนขึ้นเล็ง
“หยุด!!” ชายในชุดสูทสีดำกล่าว “ยกมือขึ้น”
ไอคิวเล็งปืนกลับไปที่ฝ่ายตรงข้าม กระเป๋าเป้ยังคงสะพายอยู่
ชายชุดสูทสีดำมองปืนในมือไอคิวอย่างตระหนกตกใจ จากนั้นกวาดสายตามองรอบห้อง
“ผมยิงมันไปแล้วล่ะ ไม่ต้องมองหาหรอก”
“ว่าไงนะ” ชายชุดสูทสีดำดูตกใจจริง ๆ เขากระชับปืนแน่นขึ้น “นี่นายฆ่าเขาหรือ”
“ถ้าไม่เชื่อก็ลองเข้าไปดูในห้องมืดข้างหลังนี่สิ”
“นี่แกกล้าฆ่าคนรึ”
“แล้วแกกล้าหรือเปล่าล่ะ”
ฝ่ายศัตรูทำเสียงคำรามในลำคอ เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน ถอยร่นกลับออกพ้นประตูแล้วหายลับตาไอคิวไป แต่เพีงครู่เดียวก็กลับเข้ามาพร้อมกับชายผู้เคราะห์ร้าย เขาเอาปืนจ่อใต้คาง แสยะยิ้มบอกไอคิวอย่างเป็นต่อ
“มาดูกันว่าฉันจะกล้าหรือไม่”
“อย่านะ!” ไอคิวลดปืนลงทันที “อย่าฆ่าเขา ฉันยอมแล้ว”
“แกทิ้งปืนซะ แล้วเตะมันออกมา”
ไอคิวจำยอมต้องทำตาม เขาลดปืนลงวางบนพื้น แล้วเตะมันออกไป
ชายชุดสูทสีดำยิ้มที่มุมปาก เขาใช้เท้าเหยียบปืนที่ไอคิวเตะลอดตาข่ายออกมา ก่อนผลักร่างชายผู้เคราะห์ร้ายลงกองกับพื้น แล้วเล็งปืนจ่อที่หน้าอก ชายผู้เคราะห์ร้ายใช้เท้าถีบถอยร่นจนไปติดผนังด้านที่มีหน้าต่าง
ไอคิวจับตาข่ายเขย่าเรียกร้อง “ปล่อยเขาไปสิ แกห้ามฆ่าเขา”
ชายชุดสูทสีดำหันมองไอคิวอย่างไม่ยี่หระ “ฉันต้องเชื่อฟังแกด้วยหรือ ไอ้นักข่าว”
ไอคิวชะงักทันที ศัตรูคนนี้เรียกเขาว่านักข่าวอย่างนั้นหรือ นี่แปลว่า..
“อีกเดี๋ยวพรรคพวกของผมก็จะมา” ไอคิวพูดโพล่งออกไป “กำลังมาที่นี่”
ชายชุดสูทสีดำหัวเราะอีก “แกอย่ามาโม้ให้มาก”
ไอคิวชูโทรศัพท์มือถือขึ้น “ผมโทรไปแล้ว”
ชายชุดสูทสีดำขมวดคิ้วแน่นหมุนแขนเล็งปืนมายังไอคิวทันที “แกเอามือถือนั่นมาจากไหน”
“จากเพื่อนของแกที่ฉันเพิ่งฆ่าไปไง เรื่องแค่นี้ก็คิดไม่ถึงหรือไง”
ชายชุดสูทสีดำกลับมาเล็งปืนที่ชายเคราะห์ร้ายเหมือนเดิม “แบบนี้ฉันก็ตัดสินใจง่ายขึ้นอีกน่ะสิ”
“อย่านะ!..ถ้าแกฆ่าเขา แกไม่รอดแน่ นักข่าวจะมา ตำรวจก็ต้องมาในอีกไม่ช้า”
“ไอ้นักข่าวของแกน่ะจะรู้หรือไงว่าแกอยู่ที่ไหน ตัวแกเองรู้หรือไงว่าแกอยู่ที่ไหน”
“ก็คล้าย ๆ กับที่แกหาฉันเจอไง แกคงติดสัญญาณติดตามตัวไว้ที่เขาหรือฉัน แกถึงได้หักเลี้ยวรถตรงมาที่ที่ฉันแอบอยู่ ส่วนฉันก็แค่ให้ติดตามสัญญาณโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ก็รู้แล้ว เทคโนโลยีง่าย ๆ แบบนี้แกไม่รู้หรือไง” ไอคิวประชด
แต่ไอคิวไม่น่าพูดออกไปแบบนั้น เพราะมันกลับกระตุ้นให้ชายชุดสูทสีดำแค้นเคืองและเดินเข้าไปใกล้ชายผู้เคราะห์ร้ายห่างแค่เพียงเมตรเดียว
ชายผู้เคราะห์ร้ายเอามือปกป้องตัวเอง
ชายชุดสูทสีดำหันหน้ามามองไอคิว ตรงขมับมีเส้นเลือดปูนโปน “แกยั่วโมโหฉันเอง ถ้าจะโทษก็ต้องโทษตัวเองที่ทำให้หมอนี่ต้องตาย”
“อย่านะ!”
ปัง !!
เสียงปืนดังก้องภายในบ้านร้าง กล้องวงจรปิดจับภาพได้แต่ไอคิวที่เกาะกรงตาข่ายเหล็กด้วยสีหน้าอึ้งเหวอ แต่ไม่สามารถจับภาพในมุมอับตรงหน้าต่างที่ร่างของผู้เคราะห์ร้ายกระตุก ตาเหลือก และแน่นิ่งไปในที่สุด
แต่ในมุมมองของไอคิวเองนั้นก็ไม่ได้เห็นวาระสุดท้ายของชายคนนั้นเช่นกัน เพราะตัวของศัตรูบดบังตอนยิงกระสุนที่ร้อนผ่าวตรงเข้าตัดขั้วหัวใจของชายผู้เคราะห์ร้าย จนเมื่อศัตรูเบี่ยงตัวหันมาทางไอคิว ไอคิวจึงได้เห็นร่างของชายผู้นั้นนอนแน่นิ่งมีเลือดไหลทะลักออกมาจากหน้าอกด้านซ้าย
ไอคิวร้องตะโกนลั่น มองร่างของชายผู้เคราะห์ร้ายอย่างสลดหดหู่
“เป็นยังไง..แกเอาเพื่อนฉันอีกคนไปไว้ไหน”
“พวกแกกำลังเข้าใจผิด” ไอคิวตะโกน “ฉันไม่ใช่นักข่าว ฉันเป็นแค่คนธรรมดาที่พวกแกจับผิดมาเท่านั้นเอง”
อีกฝ่ายจ้องมองอย่างสงสัย
“ฉันเคยบอกพวกแกแล้วว่าพวกแกจับผิดคนก็ไม่เชื่อ ฉันไม่ใช่นักข่าว ฉันแค่ไปที่สำนักพิมพ์เท่านั้นเอง”
ชายชุดสูทสีดำเริ่มเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “ถ้าอย่างนั้นแล้วซองเอกสารสีน้ำเงินนั่นล่ะ”
แบบนี้เอง!..ไอคิวร้องอ๋อในใจ พวกนี้เข้าใจผิดเพราะซองเอกสารสีน้ำเงินนั่นเอง ซองเอกสารที่นักข่าวคนนั้นวานให้เขาเอาไปใส่ในตู้ไปรษณีย์ ถ้าอย่างนั้นแปลว่านักข่าวคนนั้นก็ต้องมีส่วนกับเรื่องนี้..
“ฉันแค่ถูกวานให้เอาไปใส่ตู้ไปรษณีย์เท่านั้น”
ชายชุดสูทสีดำหันไปมองร่างของผู้เคราะห์ร้าย แต่เล้วก็หันกลับที่ไอคิวอีกครั้ง พร้อมกับสบถออกมาอย่างหัวเสีย “ปัดโถ่เว้ย!”
ไอคิวมองชายฝ่ายตรงข้ามที่เดินวนไปมาเหมือนหนูติดจั่น เหมือนฝ่ายนั้นกำลังคิดว่าควรจะทำอะไรต่อไปดี
จู่ ๆ เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ก็ดังใกล้เข้ามา ชายชุดสูทสีดำมองหน้าไอคิวทันที “แกโทรเรียกจริง ๆ รึ”
ชายชุดสูทสีดำรีบกระโจนออกไปนอกบ้านร้าง แต่แล้วกลับเข้ามาพร้อมอีกคนที่เป็นคนขับรถช่วยกันแบกร่างของชายเคราะห์ร้ายออกไปด้วย ขึ้นรถตู้รีบบึ่งออกไปทันที
ไอคิวถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาลอดช่องผนังผ่านห้องมืด เดินอ้อมบ้านร้างออกมายืนอยู่ด้านหน้าบ้านร้าง มองรถเก๋งคนหนึ่งที่กำลังแล่นเข้ามา โดยมีรถตู้ที่ขับออกไปอย่างรวดเร็วไปในทิศตรงข้าม
รถเก๋งคันนั้นจอด ฝุ่นคละคลุ้ง ปราการก้าวลงมาจากรถ มองไอคิวอย่างงุนงง “ตกลงเกิดอะไรขึ้น”
ไอคิวเหนื่อยอ่อนเต็มที เขายิ้มให้รุ่นพี่ปราการ รู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยแล้วจริง ๆ
“ผมขออธิบายทีหลังได้มั้ยครับ ตอนนี้ผมอยากกลับบ้านเต็มที”
“โอเค ได้สิ” ปราการเปิดประตูรถด้านหลัง ดึงไอคิวเข้าไปนั่งฟุบลงบนเบาะ จากนั้นเขาเข้ามานั่งตรงที่นั่งคนขับ กำลังจะปลดเกียร์ แต่แล้วไอคิวกลับบอกให้รอก่อน
“..ผมเกือบลืม มีอีกคนอยู่ในบ่อน้ำ ผมขังเค้าเอาไว้ในนั้น..”
ตอนนั้นไอคิวแค่ใช้ชะแลงตีชายชุดสูทสีดำอีกคน 2 ครั้ง ค้นตัวเอาโทรศัพท์มือถือและปืนออกมา ก่อนลากตัว ช่ายคนนั้นลงบ่อน้ำ แล้วใช้ชะแลงงัดฝาบ่อปิดลง ตามด้วยการยิงปืนลงพื้นก่อให้เกิดเสียงปืนดังขึ้น
ปราการก้าวลงจากรถวิ่งอ้อมไปด้านหลังตามคำบอกของไอคิว เข้าลอดเข้าไปห้องมืดที่มีบ่อน้ำ ทว่าฝาบ่อเปิดอยู่ครึ่งหนึ่งไม่ได้ถูกปิดอย่างที่ไอคิวบอกไว้ และข้างในบ่อก็ไม่มีใครอยู่
ปราการวิ่งกลับมาที่รถอีกครั้ง
“หายไปแล้ว” ปราการบอกไอคิวที่ยืนงุนงงอยู่ข้างรถ
“ต้องเป็นตอนที่มันพาเขาเข้ามายิงในบ้านร้างแน่ ๆ ตอนนั้นมันคงให้อีกคนที่เป็นคนขับรถอ้อมไปด้านหลัง ช่วยอีกคนออกมา”
ไอคิวรู้สึกสับสนและงุนงงกับการกระทำของชายชุดสูทสีดำทั้ง 3 คนเป็นอย่างมาก
ไอคิวหมอบต่ำพลางหันไปมองรถตู้ปริศนาที่จอดหน้าบ้านร้างที่เขาและชายที่ถูกขังอยู่ในบ่อน้ำเพิ่งรอดพ้นออกมาได้ เขากระซิบถามชายผู้นั้นที่หมอบอยู่ข้าง ๆ ขณะที่ยังไม่ละสายตาจากชาย 2 คนที่กำลังเปิดประตูรถตู้ลงมา
“คุณเห็นหน้าพวกนั้นหรือเปล่า”
ชายคนนั้นส่ายหน้า “ไม่ครับ ผมถูกตีจนสลบ พอรู้สึกตัวก็มาอยู่ที่นี่แล้ว”
“แล้วตอนที่อยู่ในนั้นล่ะครับ พวกมันไม่ได้มาหาคุณอีกเลยหรือ”
“เปล่าเลยครับ”
ความจริงไอคิวไม่น่าถามออกไปแบบนั้น เขาฉุกคิดได้ว่าในเมื่อผนังอิฐที่ก่อขึ้นใหม่ 3 ด้านนั้นถูกก่อขึ้น นั่นแปลว่าฝ่ายนั้นคงไม่ได้เข้ามาดูผู้เคราะห์ร้ายคนนี้อีก เหลือแต่อาหารทิ้งไว้ให้พอประทังชีวิตไปได้ 2-3 วัน แล้วก็ปล่อยให้ตายไปช้า ๆ
“พวกมันทำแบบนี้ทำไมกัน” คำถามนี้ไอคิวเอ่ยลอย ๆ ออกมา
“มันคงรู้ตัวแล้วล่ะ” ชายผู้เคราะห์ร้ายบอกพลาง ชี้ไปที่บ้านร้าง “มันออกมาจากบ้านร้างแล้ว”
ชายในชุดสูทสีดำสองคนนั้นรีบขึ้นรถตู้แล้วเคลื่อนที่ออกจากบ้านร้างทันที ทว่าอยู่ดี ๆ รถตู้คันนั้นเบรคกระทันหัน จากนั้นเลี้ยวหักมุมตรงมายังที่ที่ไอคิวและชายผู้เคราะห์ร้ายนอนราบอยู่ภายใต้การบดบังของหญ้าสูง 30 เซนติเมตร
รถตู้หยุดลงในช่วงก่อนถึงตัวไอคิวราว 20 เมตร ไอคิวจึงมันใจว่าพวกมันคงต้องรู้แล้วแน่ ๆ
“ต้องวิ่งหนีแล้ว ตอนนี้เลย”
ทันทีที่ชาย 2 คนก้าวลงจากรถตู้ ไอคิวและชายผู้เคราะห์ร้ายก็ลุกขึ้นวิ่งตรงไปที่บ้านร้างอีกหน ชาย 2 คนนั้นทำท่าจะวิ่งตามแต่ก็หยุดแล้วล้วงปืนออกมาจากข้างลำตัว ยกขึ้นจ่อเล็ง
ปัง !!
เสียงปืนนั้นทำให้ไอคิวสะดุ้งแล้วต้องเอามือปิดหู แต่ก็ยังคงวิ่งไม่หยุดหย่อนเข้าไปหลบตรงมุมผนังห้องที่ถูกสร้างใหม่
“คุณโดนหรือเปล่า” ไอคิวถาม
“เปล่าครับ มันคงยิงขู่”
ไอคิวเกาะผนังเอียงหน้าออกจากมุมผนังชำเลืองดู 2 คนนั้นทิ้งรถตู้ไว้ที่เดิมแล้ววิ่งกลับมา รถตู้เลี้ยวตามมาติด ๆ
“มันกำลังมา เอาไงดี” ไอคิวใจเต้นระส่ำ “จริงสิ..ชะแลงนั่น”
ไอคิวรีบหมุนตัวกลับวิ่งหายเข้าไปในช่องผนังที่เขาเคยใช้ชะแลงทุบมันจนพัง เขาเข้าไปควานหาชะแลงจนได้มันมา ใช้สองมือจับกระชับแน่น รวมรวบพลังฮึดสู้ วิ่งออกมาเผชิญกับศัตรู แต่ทว่าชายผู้เคราะห์ร้ายที่อยู่ด้วยกลับหายไปจากมุมมผนัง
หรือว่าจะถูกจับตัวไป !
ไอคิวก้าวท้าวอย่างระมัดระวังเพื่อยื่นหน้าออกไปที่มุมผนังอีกครั้ง เขาเห็นศัตรูหนึ่งในสองกำลังล็อคต้นคอของชายผู้เคราะห์ร้ายเอาไว้ แล้วลากไปทางรถตู้ที่จอดอยู่
ส่วนอีกคนเฝ้าดูอยู่หน้าบ้านร้าง
ไอคิวตัดสินใจใช้ชะแลงเคาะกับผนังปูนให้เกิดเสียงดังขึ้น ชายคนที่เฝ้ามองหันควับมาทางเขา เขารีบวิ่งย้อนกลับเข้าไปในห้องมืดมิดที่มีบ่อน้ำ ซ่อนตัวติดกับผนังด้านในใกล้ช่องที่เขาพังมัน
เงาของศัตรูทอดผ่านช่องโหว่นั้นเข้ามา หยุดอยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง แล้วจึงก้มตัวลงเพื่อลอดเข้ามา ไอคิวได้จังหวะเงื้อชะแลงตีลงกลางหลังทันที ศัตรรูร้องเสียงอู้อี้เพียงครั้งเดียวแล้วล้มกองกับพื้นบิดตัวไปมาด้วยความเจ็บปวด เขาใช้ชะแลงตีที่มือข้างที่ถือปืนอีกครั้ง ปืนหลุดออกจากมือ ไอคิวคว้าปืนนั้นมา ร่างของชายชุดสูทสีดำเคลื่อนไหวช้าลง
ไอคิวเริ่มต้นลากร่างชายชุดสูทสีดำคนนั้นมาที่จุดหนึ่งของห้อง..จากนั้นจึงหยิบปืนที่เหน็บเอาไว้ด้านหลัง
ปัง !!
ศัตรูอีกคนที่อยู่กับชายผู้เคราะห์ร้ายได้ยินเสียงปืนนั้น เขาผละจากชายผู้เคราะห์ร้ายมอบให้คนขับรถดูแล แล้วรีบวิ่งตามเสียงปืนจนมาหยุดอยู่ตรงช่องโหว่ด้านหลังบ้านร้าง อึดใจหนึ่งเขาเปลี่ยนใจวิ่งอ้อมเข้าไปในบ้านร้างจากทางประตูหน้าพร้อมกับเงื้อปืนขึ้นเล็ง
“หยุด!!” ชายในชุดสูทสีดำกล่าว “ยกมือขึ้น”
ไอคิวเล็งปืนกลับไปที่ฝ่ายตรงข้าม กระเป๋าเป้ยังคงสะพายอยู่
ชายชุดสูทสีดำมองปืนในมือไอคิวอย่างตระหนกตกใจ จากนั้นกวาดสายตามองรอบห้อง
“ผมยิงมันไปแล้วล่ะ ไม่ต้องมองหาหรอก”
“ว่าไงนะ” ชายชุดสูทสีดำดูตกใจจริง ๆ เขากระชับปืนแน่นขึ้น “นี่นายฆ่าเขาหรือ”
“ถ้าไม่เชื่อก็ลองเข้าไปดูในห้องมืดข้างหลังนี่สิ”
“นี่แกกล้าฆ่าคนรึ”
“แล้วแกกล้าหรือเปล่าล่ะ”
ฝ่ายศัตรูทำเสียงคำรามในลำคอ เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน ถอยร่นกลับออกพ้นประตูแล้วหายลับตาไอคิวไป แต่เพีงครู่เดียวก็กลับเข้ามาพร้อมกับชายผู้เคราะห์ร้าย เขาเอาปืนจ่อใต้คาง แสยะยิ้มบอกไอคิวอย่างเป็นต่อ
“มาดูกันว่าฉันจะกล้าหรือไม่”
“อย่านะ!” ไอคิวลดปืนลงทันที “อย่าฆ่าเขา ฉันยอมแล้ว”
“แกทิ้งปืนซะ แล้วเตะมันออกมา”
ไอคิวจำยอมต้องทำตาม เขาลดปืนลงวางบนพื้น แล้วเตะมันออกไป
ชายชุดสูทสีดำยิ้มที่มุมปาก เขาใช้เท้าเหยียบปืนที่ไอคิวเตะลอดตาข่ายออกมา ก่อนผลักร่างชายผู้เคราะห์ร้ายลงกองกับพื้น แล้วเล็งปืนจ่อที่หน้าอก ชายผู้เคราะห์ร้ายใช้เท้าถีบถอยร่นจนไปติดผนังด้านที่มีหน้าต่าง
ไอคิวจับตาข่ายเขย่าเรียกร้อง “ปล่อยเขาไปสิ แกห้ามฆ่าเขา”
ชายชุดสูทสีดำหันมองไอคิวอย่างไม่ยี่หระ “ฉันต้องเชื่อฟังแกด้วยหรือ ไอ้นักข่าว”
ไอคิวชะงักทันที ศัตรูคนนี้เรียกเขาว่านักข่าวอย่างนั้นหรือ นี่แปลว่า..
“อีกเดี๋ยวพรรคพวกของผมก็จะมา” ไอคิวพูดโพล่งออกไป “กำลังมาที่นี่”
ชายชุดสูทสีดำหัวเราะอีก “แกอย่ามาโม้ให้มาก”
ไอคิวชูโทรศัพท์มือถือขึ้น “ผมโทรไปแล้ว”
ชายชุดสูทสีดำขมวดคิ้วแน่นหมุนแขนเล็งปืนมายังไอคิวทันที “แกเอามือถือนั่นมาจากไหน”
“จากเพื่อนของแกที่ฉันเพิ่งฆ่าไปไง เรื่องแค่นี้ก็คิดไม่ถึงหรือไง”
ชายชุดสูทสีดำกลับมาเล็งปืนที่ชายเคราะห์ร้ายเหมือนเดิม “แบบนี้ฉันก็ตัดสินใจง่ายขึ้นอีกน่ะสิ”
“อย่านะ!..ถ้าแกฆ่าเขา แกไม่รอดแน่ นักข่าวจะมา ตำรวจก็ต้องมาในอีกไม่ช้า”
“ไอ้นักข่าวของแกน่ะจะรู้หรือไงว่าแกอยู่ที่ไหน ตัวแกเองรู้หรือไงว่าแกอยู่ที่ไหน”
“ก็คล้าย ๆ กับที่แกหาฉันเจอไง แกคงติดสัญญาณติดตามตัวไว้ที่เขาหรือฉัน แกถึงได้หักเลี้ยวรถตรงมาที่ที่ฉันแอบอยู่ ส่วนฉันก็แค่ให้ติดตามสัญญาณโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ก็รู้แล้ว เทคโนโลยีง่าย ๆ แบบนี้แกไม่รู้หรือไง” ไอคิวประชด
แต่ไอคิวไม่น่าพูดออกไปแบบนั้น เพราะมันกลับกระตุ้นให้ชายชุดสูทสีดำแค้นเคืองและเดินเข้าไปใกล้ชายผู้เคราะห์ร้ายห่างแค่เพียงเมตรเดียว
ชายผู้เคราะห์ร้ายเอามือปกป้องตัวเอง
ชายชุดสูทสีดำหันหน้ามามองไอคิว ตรงขมับมีเส้นเลือดปูนโปน “แกยั่วโมโหฉันเอง ถ้าจะโทษก็ต้องโทษตัวเองที่ทำให้หมอนี่ต้องตาย”
“อย่านะ!”
ปัง !!
เสียงปืนดังก้องภายในบ้านร้าง กล้องวงจรปิดจับภาพได้แต่ไอคิวที่เกาะกรงตาข่ายเหล็กด้วยสีหน้าอึ้งเหวอ แต่ไม่สามารถจับภาพในมุมอับตรงหน้าต่างที่ร่างของผู้เคราะห์ร้ายกระตุก ตาเหลือก และแน่นิ่งไปในที่สุด
แต่ในมุมมองของไอคิวเองนั้นก็ไม่ได้เห็นวาระสุดท้ายของชายคนนั้นเช่นกัน เพราะตัวของศัตรูบดบังตอนยิงกระสุนที่ร้อนผ่าวตรงเข้าตัดขั้วหัวใจของชายผู้เคราะห์ร้าย จนเมื่อศัตรูเบี่ยงตัวหันมาทางไอคิว ไอคิวจึงได้เห็นร่างของชายผู้นั้นนอนแน่นิ่งมีเลือดไหลทะลักออกมาจากหน้าอกด้านซ้าย
ไอคิวร้องตะโกนลั่น มองร่างของชายผู้เคราะห์ร้ายอย่างสลดหดหู่
“เป็นยังไง..แกเอาเพื่อนฉันอีกคนไปไว้ไหน”
“พวกแกกำลังเข้าใจผิด” ไอคิวตะโกน “ฉันไม่ใช่นักข่าว ฉันเป็นแค่คนธรรมดาที่พวกแกจับผิดมาเท่านั้นเอง”
อีกฝ่ายจ้องมองอย่างสงสัย
“ฉันเคยบอกพวกแกแล้วว่าพวกแกจับผิดคนก็ไม่เชื่อ ฉันไม่ใช่นักข่าว ฉันแค่ไปที่สำนักพิมพ์เท่านั้นเอง”
ชายชุดสูทสีดำเริ่มเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “ถ้าอย่างนั้นแล้วซองเอกสารสีน้ำเงินนั่นล่ะ”
แบบนี้เอง!..ไอคิวร้องอ๋อในใจ พวกนี้เข้าใจผิดเพราะซองเอกสารสีน้ำเงินนั่นเอง ซองเอกสารที่นักข่าวคนนั้นวานให้เขาเอาไปใส่ในตู้ไปรษณีย์ ถ้าอย่างนั้นแปลว่านักข่าวคนนั้นก็ต้องมีส่วนกับเรื่องนี้..
“ฉันแค่ถูกวานให้เอาไปใส่ตู้ไปรษณีย์เท่านั้น”
ชายชุดสูทสีดำหันไปมองร่างของผู้เคราะห์ร้าย แต่เล้วก็หันกลับที่ไอคิวอีกครั้ง พร้อมกับสบถออกมาอย่างหัวเสีย “ปัดโถ่เว้ย!”
ไอคิวมองชายฝ่ายตรงข้ามที่เดินวนไปมาเหมือนหนูติดจั่น เหมือนฝ่ายนั้นกำลังคิดว่าควรจะทำอะไรต่อไปดี
จู่ ๆ เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ก็ดังใกล้เข้ามา ชายชุดสูทสีดำมองหน้าไอคิวทันที “แกโทรเรียกจริง ๆ รึ”
ชายชุดสูทสีดำรีบกระโจนออกไปนอกบ้านร้าง แต่แล้วกลับเข้ามาพร้อมอีกคนที่เป็นคนขับรถช่วยกันแบกร่างของชายเคราะห์ร้ายออกไปด้วย ขึ้นรถตู้รีบบึ่งออกไปทันที
ไอคิวถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาลอดช่องผนังผ่านห้องมืด เดินอ้อมบ้านร้างออกมายืนอยู่ด้านหน้าบ้านร้าง มองรถเก๋งคนหนึ่งที่กำลังแล่นเข้ามา โดยมีรถตู้ที่ขับออกไปอย่างรวดเร็วไปในทิศตรงข้าม
รถเก๋งคันนั้นจอด ฝุ่นคละคลุ้ง ปราการก้าวลงมาจากรถ มองไอคิวอย่างงุนงง “ตกลงเกิดอะไรขึ้น”
ไอคิวเหนื่อยอ่อนเต็มที เขายิ้มให้รุ่นพี่ปราการ รู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยแล้วจริง ๆ
“ผมขออธิบายทีหลังได้มั้ยครับ ตอนนี้ผมอยากกลับบ้านเต็มที”
“โอเค ได้สิ” ปราการเปิดประตูรถด้านหลัง ดึงไอคิวเข้าไปนั่งฟุบลงบนเบาะ จากนั้นเขาเข้ามานั่งตรงที่นั่งคนขับ กำลังจะปลดเกียร์ แต่แล้วไอคิวกลับบอกให้รอก่อน
“..ผมเกือบลืม มีอีกคนอยู่ในบ่อน้ำ ผมขังเค้าเอาไว้ในนั้น..”
ตอนนั้นไอคิวแค่ใช้ชะแลงตีชายชุดสูทสีดำอีกคน 2 ครั้ง ค้นตัวเอาโทรศัพท์มือถือและปืนออกมา ก่อนลากตัว ช่ายคนนั้นลงบ่อน้ำ แล้วใช้ชะแลงงัดฝาบ่อปิดลง ตามด้วยการยิงปืนลงพื้นก่อให้เกิดเสียงปืนดังขึ้น
ปราการก้าวลงจากรถวิ่งอ้อมไปด้านหลังตามคำบอกของไอคิว เข้าลอดเข้าไปห้องมืดที่มีบ่อน้ำ ทว่าฝาบ่อเปิดอยู่ครึ่งหนึ่งไม่ได้ถูกปิดอย่างที่ไอคิวบอกไว้ และข้างในบ่อก็ไม่มีใครอยู่
ปราการวิ่งกลับมาที่รถอีกครั้ง
“หายไปแล้ว” ปราการบอกไอคิวที่ยืนงุนงงอยู่ข้างรถ
“ต้องเป็นตอนที่มันพาเขาเข้ามายิงในบ้านร้างแน่ ๆ ตอนนั้นมันคงให้อีกคนที่เป็นคนขับรถอ้อมไปด้านหลัง ช่วยอีกคนออกมา”
ไอคิวรู้สึกสับสนและงุนงงกับการกระทำของชายชุดสูทสีดำทั้ง 3 คนเป็นอย่างมาก