Circle murder #6 (แสงอาทิตย์)

posted on 14 Jul 2009 19:59 by iqdetective
ตอนที่ 6 : แสงอาทิตย์
    20 นาฬิกา วันแรกของการลักพาตัว..
    ไอคิวยังคงอยู่ในลักษณะที่ครึ่งท่อนบนของร่างกายอยู่นอกผนังด้านที่เขาเคยเข้าใจว่ามันคือผนังอิฐของตัวบ้านร้าง อีกครึ่งท่อนล่างยังอยู่ในห้องขังที่มีลักษณะเป็นตาข่ายเหล็กแข็งแกร่ง  ตอนนี้เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าภายนอกที่เขาคิดนั้นก็เป็นแค่อีกห้องหนึ่งที่ติดกันเท่านั้น
    หากเป็นมุมมองจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่หลังสปอร์ตไลท์แล้ว แทบไม่เห็นครึ่งท่อนล่างของเขาเลย เพราะมีกระเป๋าเป้ที่เขาแขวนไว้ตรงตาข่ายบดบังพอดี
    ไอคิวสลัดความสิ้นหวังทอแท้ที่บังเกิดขึ้นชั่ววูบในใจตอนที่รู้ว่าเขาไม่ได้เป็นอิสระออกไป  กลับมามีสติอีกครั้ง และเริ่มต้นดันตัวเองให้ผ่านเข้าไปยังห้องมืดที่เชื่อมต่อกันด้วยผนังอิฐนี้  เขาลุกขึ้นยืนเมื่อร่างกายพ้นเข้ามาหมด ยืนนิ่งพยายามปรับสายตาให้ชินกับความมืดขณะที่พยายามกลอกตามองรอบตัว  ไม่นานเขาก็เห็นลักษณะห้องลาง ๆ
    ภายในห้องนั้นเป็นผนังอิฐเหมือนกันทั้ง 4 ด้าน มีความกว้างเท่ากับห้องตาข่าย ลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหนึ่งของห้องมีแผ่นปูนกลมคล้ายฝาปิดอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นฝาปิดบ่อน้ำบาดาลหรือบ่อของเสียของบ้านร้างแห่งนี้  นั่นหมายความว่าผนังอิฐ 3 ด้านที่ก่อให้เกิดเป็นห้อง ๆ นี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่
    แต่ที่น่าแปลกคือทำไมไม่ถมปิดตายบ่อนี้ไปซะเลย หรือว่ายังต้องการใช้ประโยชน์จากบ่อนี้อยู่  พื้นห้องนั้นถูกเทปูนแล้วปาดเรียบสูงเสมอกับฝาบ่อ พอเขาเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็พบว่าฝาบ่อนั้นมีรูกลมเจาะอยู่ ซึ่งคงเอาไว้ระบายอากาศ
    “ใครน่ะ!!”
    ไอคิวตกใจสะดุ้งเฮือก  มีเสียงแหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากบ่อตรงหน้า
    “ใครน่ะ..”
    ไอคิวก้าวถอยอย่างหวาดกลัว สิ่งแรกที่เขาคิดคืออาจจะเป็นภูตผีวิญญาณที่สิงสถิตย์อยู่ในบ่อเหมือนนวนิยายญี่ปุ่นแนวสยองขวัญเรื่องTHE RING  เป็นวิญญาณที่เก็บกดความอาฆาตแค้นไว้อยู่ภายใต้บ่อน้ำในบ้านร้าง
    “มีคนอยู่ในนี้ใช่มั้ย  ขอร้องล่ะ ช่วยตอบหน่อยเถอะ..ขอร้องล่ะ ช่วยผมด้วยเถอะ”
    นี่มัน..ไอคิวเปลี่ยนความรู้สึกหวาดกลัวมาเป็นความฉงนสงสัยอย่างฉับพลัน..นี่มันอะไรกัน
    “อะ..” เขายังไม่กล้าเอ่ยเต็มเสียง แต่ตาจ้องมองไปยังรูเล็ก ๆ ตรงฝาบ่อ
    นี่แสดงว่าห้องมืดห้องนี้เป็นที่เอาไว้สำหรับขังคน ๆ นี้หรือ..ผู้ชายคนนี้ถูกขังเอาไว้ที่นี่ก่อนหน้าที่เราจะถูกลักพาตัวมาอย่างนั้นหรือ  นี่มันอะไรกัน พวกนั้นมันมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ถึงได้ขังคนสองคนเอาไว้ที่นี่
    “ช่วยด้วย ช่วยผมด้วยเถอะ ผมขอร้อง..” เสียงแหบพร่านั้นมีชีวิตชีวาขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ก็ยังบ่งบอกถึงความเหนื่อยอ่อนไร้เรี่ยวแรง  ครู่หนึ่งเจ้าของเสียงนั้นสอดมือข้างหนึ่งออกมาตรงรู แต่ก็โผล่พ้นออกมาไม่ถึงครึ่งมือเท่านั้น เขาผู้นั้นคงกำลังเขย่งเท้าสุดตัวเพื่อยื่นมือโผล่ออกมาให้ไอคิวเห็น “ขอร้องล่ะ..นายช่วยฉันที”
    ไอคิวรู้แน่ว่านี่คงไม่ใช่ผีหรือวิญญาณแน่นอน เขาจึงเอ่ยบอกผู้เคราะห์ร้ายคนนี้ “ใจเย็นก่อนนะครับ ผมช่วยคุณแน่นอน..แต่ว่าผมต้องหาทางเปิดฝาบ่อนี่ออกก่อน  คุณอดทนก่อนนะครับ”
    “ได้...ได้สิ” เสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความหวังอย่างที่สุด
    เสียงฝีเท้าของไอคิวดังก้องไปมาในห้อง เขาเดินมองหาของบนพื้นไปทั่วภายใต้ความมืด จะว่าไปแสงจากสปอร์ตไลท์ที่ส่องเล็ดลอดผ่านช่องว่างที่เขาทำขึ้นก็ช่วยให้เห็นได้มากขึ้น  ในเมื่อเขามองเห็นไม่ชัดนักก็ใช้วิธีเอาเท้าเขี่ย ๆ เผื่อจะมีอะไรกีดขวางบนพื้น เขากวาดเท้าไปทั่ว แตะที่ริมห้อง 4 ด้านจนมีเสียงดังเคร้งคล้ายมีโลหะกระทบขอบผนัง  เขาย่อตัวลงเอามือคลำหาจนพบว่ามันคือชะแลงเหล็กที่เอาไว้เปิดฝาบ่อ
    นี่คงเป็นชะแลงที่ใช้เปิดฝาบ่อเพื่อเอาร่างของชายคนนี้เข้าไปในบ่อแล้วปิดฝา พอใช้เสร็จก็เหวี่ยงทิ้งเอาไว้ริมผนังอย่างไม่แยแส
    “เจอแล้วครับ” ไอคิวบอกคนข้างในบ่ออย่างดีใจ “ผมเจอชะแลงน่ะ”
    “จริงหรือครับ ถ้าอย่างนั้น..”
    “เดี๋ยวผมจะเปิดฝาบ่อนี่ คุณเองก็ช่วยดันอีกแรงนะครับ”
    “ได้ครับ ได้ครับ” เสียงนั้นดูตื่นเต้นดีใจ
    ไอคิวไม่รอช้าคว้าชะแลงขึ้นมาจับให้ถนัดมือแล้วเริ่มต้นงัดฝาบ่อ มีร่องระหว่างขอบพื้นปูนที่ปาดเรียบกับฝาบ่อพอให้ชะแลงสอดเข้าไปงัดได้  เขาออกแรงกดปลายอีกด้านของชะแลง พอเห็นว่าฝาบ่อไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยก็ออกแรงทิ้งลำตัวทั้งหมดส่งผ่านชะแลงไป ผลคือฝาบ่อเผยอขึ้นและเคลื่อนเกยพื้นปูนนิดหนึ่ง ซึ่งคงเป็นผลจากชายคนที่อยู่ในบ่อช่วยดัน
    “ได้ผล” ไอคิวบอกเพื่อให้ทั้งตัวเองและอีกคนสบายใจ
    “ครับ คุณเหนื่อยหรือเปล่า”
    “ไม่เลยครับ” ไอคิวโกหก อันที่จริงเขาอ่อนเพลียมาก ถ้าไม่อย่างนั้นฝาบ่อแค่นี้เขาคงไม่จำเป็นต้องออกแรงมากขนาดนี้ “..ผมยังไหว”
    “ถ้าเหนื่อยก็พักก่อนก็ได้ครับ  ตอนนี้ผมเริ่มเบาใจขึ้นแล้วว่าผมจะออกไปได้”
    ออกไปได้หรือ..ไอคิวคิดในใจ  ถึงผู้ชายคนนี้จะออกมาได้ก็ต้องเจอกับห้องตาข่ายเหล็กกับผนังอิฐอีกเหมือนกัน  แต่ไม่เป็นไร ถ้ามี 2 คนก็คงจะช่วยกันเจาะผนังอิฐห้องนี้อีกหน ซึ่งเข้าใจว่าคงจะไม่มีห้องอีกห้องโผล่มาอีกแน่  คงจะต้องเป็นภายนอกบ้านร้างนี้อย่างแท้จริง..
    “ไม่เป็นไรครับ อีกนิดเดียวคุณก็ออกมาได้แล้ว คุณเตรียมตัวดันต่อนะครับ” ไอคิวออกแรงงัดอีกครั้ง ฝาบ่อเคลื่อนทีละนิด ๆ จนเกิดเป็นรูโหว่รูปเสี้ยวพระจันทร์  แต่ก็ยังใหญ่ไม่พอให้คนข้างในลอดออกมาได้
    “คราวนี้ต้องงัดจากด้านตรงช่องโหว่นี้ครับ ผมจะได้ดันอีกหน่อย”
    ไอคิวเปลี่ยนไปอีกด้าน ทิ้งชะแลง แล้วใช้สองมือดึงฝาบ่อขึ้นผสมกับดันมันออกไปในทิศตรงข้ามกับตัว ฝาบ่อเคลื่อนไปอีกหลายเซ็นติเมตร จนไอคิวเกือบเสีบหลักหน้าคะมำลงไปในบ่อเสียเอง แต่เขาก็เอามือดันขอบบ่อไว้ได้ทันอย่างหวุดหวิด
    เหงื่อบนใบหน้าของไอคิวหยดลงไปในบ่อ
    “..ดูคุณคงจะเหนื่อยมาก  ผมขอบคุณคุณจริง ๆ” อีกผ่ายกล่าวขอบใจอย่างซาบซึ้ง
    คำขอบคุณนั้นทำให้ไอคิวเกิดแรงฮึดขึ้นมาอีกหน่อย เขาดันตัวเองที่อยู่ในท่าเหมือนกบหน้าคะม่ำให้หงายเอนไปด้านหลัง “..ไม่เป็นไรครับ  คราวนี้คุณก็ออกมาได้แล้ว”
    “ครับ แต่ว่าผมคงต้องให้คุณช่วยดึงมือผมด้วย” ชายในบ่อพูดอย่างเกรงใจ “เพราะว่าขอบบ่อมันสูงเกินกว่าที่ผมจะเอื้อมมือ แล้วผมก็ไม่มีแรงพอที่จะเขย่งอีกแล้ว”
    ไอคิวเข้าใจดี “จริงด้วยสิครับ” เขาสูดหายใจเรียกพลังงานในร่างกาย แล้วยื่นมือลงไปในความมืดในบ่อ “ยื่นมือมาครับ”
    ไอคิวคว้ามือหยาบกร้านสองมือนั้นได้ เขาออกแรงดึงสุดตัวโดยที่เท้าไม้ได้ค้ำยันกับอะไร แล้วอาจจะตกไปเสียเอง  เขาหยุดกำลังลงอย่างอ่อนล้า
    “ไหวมั้ยครับ”
    “..ผมขอโทษ  ผมไม่มีแรงเลย..” ไคิวรู้สึกแย่มากที่ตัวเองไร้เรี่ยวแรงขนาดนี้ ไม่สามารถช่วยให้คน ๆ หนึ่งหลุดพ้นจากบ่อแห่งความทุกข์ออกมาได้
    ..ทั้งสองต่างเงียบไปชั่วครู่..
    “คุณพักก่อนเถอะครับ  ผมทนได้ ไหน ๆ ก็ทนมาสองวันแล้ว..”
    ไอคิวนอนแผ่หราข้างบ่อ..2 วันหรือ..เขาอยู่ในนี้สองวันหรือ “..คุณได้กินอะไรบ้างหรือเปล่า”
    “กินครับ ในนี้มีขวดน้ำกับขนมปังแข็ง”
    ไอ้พวกนั้นมันคิดจะเลี้ยงให้ตายทั้งเป็นหรือไง..ไอคิวคิดและรู้สึกโกรธขึ้นมา เขาเผลอเอากำปั้นทุบลงพื้นข้างบ่อ
    “แต่ว่าน้ำกับขนมปังก็หมดไปแล้ว พวกที่มันพาผมมาคงคิดจะให้ผมตายไปในวันที่สามที่สี่”
    ไม่หรอก..ไม่ใช่..พวกนั้น..ไอคิวคิดอย่างสับสน แต่ความเหนื่อยล้าทำให้เขาเผลองีบหลับไปดื้อ ๆ ส่งเสียงหายใจเหนื่อยอ่อนให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาได้หลับลงไปแล้ว..
    ในความฝันของไอคิว..แม้แต่ในความฝันของเขาก็ยังคงอยู่ในห้องมืดมิดนี้ ต่างกันตรงที่เขารู้สึกชื่นใจมากเพราะมีคนเอาน้ำให้เขาดื่ม  น้ำเปล่านั่นทำให้เขาสดชื่น รู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง  ต่อจากนั้นภาพฝันกลับเปลี่ยนเป็นภาพเพื่อนสนิทของเขาที่ชื่ออารยะ  เขากำลังเดินเข้าไปยังห้องเยี่ยมนักโทษ และอารยะก็กำลังเดินเข้ามา ทั้งสองยกโทรศัพท์ขึ้นพูดคุยกันโดยมีกระจกใสหนากั้นกลาง
    เขาถามสารทุกข์สุกดิบกับอารยะ เขาเห็นสีหน้าอารยะที่ไร้ความวิตกกังวลใด ๆ ทำให้เขาเองหายห่วง..
    นี่แสดงว่าเขาคิดถึงเพื่อนมาก เขาอยากไปเยี่ยมมากถึงกับฝันถึง..ถ้าออกไปจากที่นี่ได้ เขาจะต้องไปเยี่ยมอารยะอย่างแน่นอน  ขอให้ออกไปได้เถอะ..
    ไอคิวงัวเงียลืมตาตื่นขึ้น พอรู้ตัวว่าตื่นเขาก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที..
    “คุณครับ..คุณ” เขาเรียกผู้ที่อยู่ในบ่อ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับกลับมา “คุณ..”
    ออกไปแล้วหรือ..ไอคิวพยายามเอาศีรษะมุดเข้าไปในช่องเสี้ยวพระจันทร์ที่เปิดอ้าอยู่ เขาเรียกอีกครั้ง เสียงของเขาดังก้องในบ่อ “คุณยังอยู่หรือเปล่า”
    เสียงตะกุกตะกักเหมือนคนในบ่อกำลังขยับตัว ไม่นานเขาก็ตอบกลับ “ครับยังอยู่  ผมเผลอหลับไป”
    ไอคิวเข้าใจดี เพราะเขาเองก็เหนื่อยจนหลับไปเหมือนกัน “ผมพอมีแรงขึ้นมาหน่อย คงจะดึงคุณขึ้นมาได้แล้วล่ะครับ”
    “ครับ..” คนในบ่อพยายามลุกขึ้นยืนจากนั้นยื่นมือให้ไอคิว
    ไอคิวเห็นมือนั้นเลือนลาง เขาจับมือนั้นแล้วนับ 1 2 3 ออกแรงดึง  คนในบ่อพยายามถีบตัว เอาเท้ากดลงไปที่ผนังบ่อเพื่อดันตัวขึ้น ไม่นานก็หลุดออกมาได้ครึ่งหนึ่งของลำตัว ส่วนขายังห้อยอยู่  แขนและลำตัวกดลงที่พื้น เพื่อไม่ให้ตัวเองไหลกลับลงไป  เพียงแค่นั้นสองคนก็เหนื่อนหอบ  แต่ไอคิวไม่อยากเสียเวลาจึงคล้องไหล่เขาแล้วออกแรงดึงอีกครั้ง ขาตะกายอากาศไปมาอยู่หลายครั้ง จนถีบเอาฝาบ่อและดันตัวออกมาได้ในที่สุด   เขานอนแผ่หราบนพื้นใกล้ปากบ่ออย่างทุลักทุเล
    “เรา..” เขาคนนั้นพยายามแทรกเสียงหอบหายใจเอ่ยกับไอคิว “รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะครับ..”
    ไอคิวที่นั่งหมดแรงอยู่ข้างๆ มองเขา “แต่ว่า..” ไอคิวมองไปที่ช่องผนังที่เขาทุบมัน “ถึงคุณจะออกมาจากบ่อได้ ยังไงเราก็ออกไปจากบ้านร้างนี้ไม่ได้หรอกครับ”
    “อะไรนะครับ” เขาคนนั้นเด้งศีรษะมองไอคิว
    “ผมพังผนังตรงนั้นมาที่ห้องนี้” เขาชี้ไปที่ผนังฝั่งตรงข้าม  “เพราะคิดว่ามันคงจะเป็นข้างนอก แต่กลับไม่ใช่  ยังไงเราก็คงต้องช่วยกันพังผนังอีกรอบก่อนที่พวกมันจะมาครับ”
    “แล้วตรงที่ที่คุณมาล่ะ ออกไปไม่ได้หรือ”
    “มันเป็นตาข่ายเหล็กล้อมเป็นห้องครับ ทั้งด้านบนก็ด้วย ผมคิดว่ามันคงทำลายยากกว่าผนังอีกน่ะครับ และอีกอย่าง พวกมันก็จับตาดูเราอยู่จากตรงนั้นด้วย”
    “พวกมันอยู่ด้านนอกหรือครับ”
    “ผมไม่รู้ว่าพวกมันอยู่ด้านนอกหรือเปล่า แต่คิดว่าไม่ครับ พวกมันเฝ้าดูผมผ่านกล้องวงจรปิดน่ะครับ”
    “ให้ตายสิ..”
    “ชะแลงนั่น..” ไอคิวนึกขึ้นได้ “ถ้าเราสองคนเอาชะแลงนั่นทุบผนังอิฐห้องนี้ล่ะก็ แป๊บเดียวก็คงออกไปได้ครับ”
    “ช..ใช่จริงด้วย” เขาคนนั้นลุกขึ้นนั่งอย่างมีหวัง “ถ้าใช้ชะแลงแป๊บเดียวก็คง..” เขาลุกขึ้นยืนมองหาชะแลง หยิบมันขึ้นมาและตรงไปที่ผนังด้านหนึ่งทันที
    ปึก !!
    ไอคิวมองเขาคนนั้นออกแรงเหวี่ยงชะแลงปะทะผนัง เสียงกระทบกันดังก้องในห้อง..
    ไม่นานนักมีแสงลอดออกมาจากผนังที่แตกเป็นรูเล็ก ๆ เขาทุบช้าลงจนหมดแรงพิงผนังทิ้งชะแลงเสียงดังเคร้งก้องไปทั่วห้อง..ไอคิวจึงลุกขึ้นเดินไปหยิบชะแลงนั่นมาทุบซ้ำที่เดิม แสงที่ส่องเข้าเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
    แสงนั่น..
    ไอคิววางชะแลงลงมองแสงสีส้มที่สาดส่องเข้ามาจากช่อโหว่ขนาดใหญ่พอที่เขาจะลอดออกไปได้ เงาของเขาทอดยาวออกไปเบื้องหลัง  เขาค่อย ๆ ก้าวมุดช่องโหว่นั้นออกมา ห้ามใจไม่ให้รีบร้อน
    ไอคิวและอีกคนที่ต้องถูกขังอยู่ในบ่อภายในบ้านร้างได้ออกมาด้านนอกสมใจ  ทั้งสองคนมองไปที่ดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นจากขอบฟ้า
    แสงอาทิตย์ยามเช้าของวันใหม่วันนี้ช่างสวยงามเหลือเกิน
    ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันด้วยความดีใจที่ได้หลุดพ้นออกมา เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าของกันและกันชัดเจน..
    …
    6.20 นาฬิกาวันที่สองของการลักพาตัว..
    ภายในห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยสายไฟระโยงระยาง  มีโทรทัศน์ขนาด 14 นิ้วเครื่องหนึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะขนาดไม่ใหญ่นักและกำลังฉายภาพเดิมซ้ำ ๆ อยู่แบบนั้นนานหลายชั่วโมงก่อนหน้าจนถึงเดี๋ยวนี้
    ทว่าบัดนี้มีสิ่งเคลื่อนไหวเกิดขึ้น  กระเป๋าเป้ที่แขวนอยู่ตรงตาข่ายถูกดึงออกเผยให้เห็นร่างผู้ชายคนหนึ่ง  ผู้ชายคนนั้นคว้าเอากระเป๋าเป้นั้นไป  เสี้ยววินาทีต่อมาก็ปรากฏรูตรงผนังเด่นชัด เป็นรูที่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเกิดจากการทุบผนัง   ผู้ชายคนนั้นกำลังมุดรูนั้นออกไป..
    ภาพกลับมาสู่ความนิ่งสงบอีกครั้ง
    ใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ลุกขึ้นจ้องมองโทรทัศน์ตาไม่กระพริบ..
    …
    ไอคิวหอบเอากระเป๋าเป้ของเขาออกมาจากห้องตะข่ายในบ้านร้าง โดยที่ลืมคิดไปว่านั่นเป็นตัวกำบังไม่ให้กล้องวงจรปิดเห็นรูจากผนังที่เขาทำลาย เขาเพิ่งนึกได้ต่อเมื่อเขาลอดผ่านออกมารวมกับชายคนที่ถูกขังอยู่ในบ่ออีกครั้ง
    “ไปกันเถอะครับ” ไอคิวรีบบอก “ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัว”
    “ไปทางไหนดีล่ะครับ”
    “นั่นครับ..ตามรอยรถนั่นไป มันคงพาเราไปถนนใหญ่ได้”
    ทั้งสองเดินกึ่งวิ่งไปตามรอยรถที่ปรากฏบนพื้นดินเพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตร และสิ้นสุดลงเมื่อผ่านพื้นหญ้าแห้ง ต่อจากนั้นจึงต้องเดาเส้นทาง เพราะไม่มีร่องรอยเส้นทางเดินหรือถนนที่เกิดจากการเหยียบย่ำซ้ำไปซ้ำมา..
    แค่เพียงไม่ถึง 20 นาที ที่ทั้งสองหนีออกมาจากบ้านร้าง และเดินห่างออกมาเพียงแค่ 2 กิโลเมตรกว่า ไอคิวได้ยินเสียงรถกำลังวิ่งใกล้เข้ามา เขาตัวชาสั่นสะท้านและใจเต้นรัว หากเสียงรถนั่นเป็นของ 3 คนที่ลักพาตัวเขามาล่ะก็ เขาอาจจะหนีไม่พ้นและต้องเปลี่ยนไปถูกขังอยู่ที่ใหม่ที่แน่นหนากว่านี้อีก
    บริเวณโดยรอบนั่นไม่มีต้นไม้ใหญ่หรือสิ่งใดให้กำบังได้เลย  มีเพียงผืนหญ้าที่ตายแล้วสูงเท่าหน้าแข้งเท่านั้น
    ไม่นานเขาเห็นรถตู้กำลังแล่นเข้ามา ฝุ่นคละคลุ้งห่างออกไป 300 เมตร เขารีบดึงตัวอีกคนให้หมอบลงทันที
    รถตู้นั้นแล่นผ่านไปในระยะห่างเพียงไม่ถึง 50 เมตร โดยไม่สังเกตเห็นว่าบริเวณทุ่งหญ้าแห้งตายมีคนสองหมอบหลบอยู่..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Recommend