Circle murder #3 (พิมาย)

posted on 30 Jun 2009 20:38 by iqdetective
ตอนที่ 3 : พิมาย
    ไม่ทราบลำดับเวลา..
    นักศึกษาหนุ่มคนหนึ่งเดินเอื่อยเฉื่อยลัดเลาะไปตามริมสระน้ำในมหาวิทยาลัย  เขาผิวปากฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีพลางก้มเก็บก้อนหินแล้วเอียงตัวเหวี่ยงปามันลงสระน้ำให้มันกระเด็นบนผิวน้ำ 3 ครั้งก่อนจมลงไป
    “อ้ะ..นายนั่งอยู่ตรงนี้หรือ” เขากำลังจะก้มลงเก็บก้อนหินอีกก้อน แต่เห็นเพื่อนนักศึกษาชายคนหนึ่งนั่งอยู่ริมสระไม่ไกลนักเสียก่อน “ปกตินายนั่งอยู่ใต้อาคารเรียนประจำไม่ใช่หรือ”
    เพื่อนนักศึกษาชายคนนั้นพอมองเห็นเขาก็ทำท่าตกใจและลุกลี้ลุกลนเป็นเอามาก  กำลังยัดบางอย่างใส่กระเป๋าสะพาย แต่สมุดที่อยู่ข้างในกลับล้นออกมาแทน
    เขาเอียงคออย่างสงสัย “ทำอะไรอยู่หรือ”
    “อ๋อ..ไม่มีอะไรเก็บของน่ะ”
    เขายักไหล่ ทำเป็นไม่สนใจแล้วโบกมือลา เดินห่างออกจากริมสระน้ำตรงไปโดยไม่หันกลับมามอง  เพื่อนนักศึกษาชายคนนั้นมองตามเขาอยู่สักพัก จนแน่ใจแล้วว่าเขาคงจะไม่หวนกลับมาอีกจะหยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสะพาย
    เขาหันควับกลับไปพอดี เห็นเพื่อนของเขากำลังล้วงเอาธนบัตรใบละพันจำนวนหนึ่งออกจากกระเป๋าสะพายแล้วยัดใส่ลงกระเป๋าสตางค์
    ..ไอ้พิมายมันมีเงินมากมายขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่..มันเอาเงินมาจากไหนมาใส่กระเป๋าสตางค์..แสดงว่าในกระเป๋าสะพายของมันต้องมีเงินอีกมากโขเลยอย่างนั้นสิ  มันพยายามจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งเอาเข้ากระเป๋าสตางค์ แต่พอดีเรามาเห็นก่อนอย่างนั้นรึ  แต่ถ้าเป็นแค่เงินธรรมดาทำไมถึงต้องทำเป็นหลบ ๆ ซ่อน ๆ มานั่งตรงสระน้ำนี่ด้วย..
    หรือว่า..
    พิมายสะพายกระเป๋าเดินผ่านต้นไม้ที่เขาแอบอยู่  เขาแค่เอาเท้าขัดขาเท่านั้น พิมายก็ล้มหน้าคะม่ำจมพื้นหญ้า  เขารีบแย่งเอากระเป๋าสะพายออกจากแขนทั้งสองข้างของเพื่อนทันที
    “จะ..จะทำอะไรน่ะ” พิมายร้องเสียงหลง พลิกตัวเองหงายขึ้นก่อนยันตัวลุกขึ้นกระโจนคว้ากระเป๋าสะพายแต่ก็ไม่ทัน  อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบวิ่งถอยหลังไปเรื่อย ๆ คว้าเอาสิ่งของในกระเป๋าสะพายออกมา
    เขาหยุดชะงักเมื่อคว้าเอาปึกธนบัตรปึกหนึ่งออกมา “นี่มันเงินนี่ นายไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหนกัน”
    พิมายฉุนขึ้นมา “เรื่องของฉัน เอาคืนมา”
    เขาวิ่งวนรอบต้นไม้แถว ๆ นั้น ไม่ให้พิมายไล่ได้ทัน “นายบอกมาก่อนว่าเอาเงินพวกนี้มาจากไหน”
    พิมายหน้าแดงก่ำ แล้วทันใดนั้นก็ล้มตึงทั้งยืน ขณะที่อีกฝ่ายตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น พิมายตะเกียกตะกายยื่นมือออกไปหาเงินของเขา “เอาคืนมา..เอื้อกูล  ฉันของร้องล่ะ”
    เอื้อกูลหน้าถอดสี..พิมายต้องเป็นอะไรสักอย่างแน่ ๆ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงจนม่วงขนาดนี้
    “นี่นายเป็นอะไรน่ะ เฮ้ย อย่าล้อเล่นสิ  เอ้า..เอาคืนไปก็ได้” เอื้อกูลวิ่งตรงเข้าหา ย่อตัวลงแล้วยื่นกระเป๋าสะพายให้    
    พิมายคว้าหมับพยายามมองหาเงินในนั้น  เขาหยิบปึกธนบัตรออกมากอดเอาไว้แน่นด้วยท่านอนคุดคู้เหมือนเจ็บปวดด้วยอาการอะไรสักอย่าง
    แต่แล้วจู่ ๆ พิมายก็แน่นิ่ง จนเอื้อกูลตกใจรอบสอง เขาสังเกตที่หน้าอกของเพื่อน มันยังเคลื่อนไหวเป็นจังหวะ  เขาเขย่าต้นแขนเพื่อนเบา ๆ พลางเรียกชื่อ
    “เฮ้ย..พิมาย  เป็นอะไรน่ะ  ทำไมอยู่ดี ๆ ก็..”
    ปึกธนบัตรนั้นอยู่ในอ้อมแขนของพิมาย ถูกบีบแน่นด้วยมือ
    เอื้อกูลเอานิ้วอังปลายจมูกของเพื่อน แล้วเลื่อนมือลงไปที่หน้าอกเพื่อดูจังหวะการเต้นของหัวใจ  จากนั้นก็ไปจับชีพจรที่ต้นแขน  พยายามคลี่นิ้วที่กำแน่นอยู่ออก..
    ถ้าอย่างนั้น..ในเมื่อนายยังหายใจปกติดีอยู่..
    เอื้อกูลดึงปึกธนบัตรนั้นออกมาจากมือของพิมาย  เขาพิจารณามันชั่วอึดใจ ก่อนตัดสินใจแบ่งเสี้ยวหนึ่งของจำนวธนบัตรทั้งหมดยัดใส่ลงในกระเป๋าสะพายของพิมาย
    “ถ้าอยางนั้นฉันก็ขอนี่ล่ะนะ”
    เอื้อกูลลุกขึ้นเก็บปึกธนบัตรลงในกระเป๋ากางเกง แล้วหันหลังเดินออกห่างจากพิมายและสระน้ำโดยไม่หันกลับมามอง..

    18.00นาฬิกา วันแรกของการลักพาตัว..
    ข้างนอกใกล้ค้ำ ฟ้ามืดลงทุกที ภายในบ้านร้างแห่งนี้ก็ยิ่งมองไม่เห็นอะไร  แม้จะมีหนังสือก็คงอ่านภายใต้ความมืดอย่างนี้ไม่ได้ ไอคิวเอนตัวนอนลงบนเบาะตั้งแต่เมื่อครู่  เขาสังเกตเห็นว่ามีขวดน้ำดื่ม 1 โหลวางตั้งเอาไว้ชิดติดผนังปูนที่ก่อขึ้นอย่างหยาบ ๆ  น่าแปลกที่บ้านไม้แห่งนี้มีผนังปูนตรงนี้เพียงด้านเดียวเท่านั้น
    ไอคิวควรจะใช้ความคิดหรือควรจะปล่อยให้สมองว่างเปล่าไม่ต้องคิดอะไรเลย..ไม่สิ  อย่างน้อยแค่ได้คิดก็ยังดี แม้จะไม่อาจหาทางออกไปจากที่ได้ก็เถอะ..
    เขาลูบผนังปูนที่หยาบและสากนั้นไปมา ดวงตาที่คุ้นชินกับความมืดพอมองเห็นมือของเขาลาง ๆ
    นายไม่เคยดูหนังเรื่องชอว์แชงค์หรือไง..สมองของไอคิวถามเขาแบบนั้น
    เรื่อง The Shawshank Redemption น่ะ เรื่องที่ตัวเอกพยายามแหกคุกออกมาโดยใช้วิธีเจาะผนังปูน เอาเศษปูนใส่ชายกางเกงออกมาทิ้งวันละเล็กละน้อยโดยไม่มีใครสังเกต  ส่วนผนังที่เจาะก็ใช้ภาพแขวน ๆ ไว้เพื่อปิดบังรูโหว่ จนในที่สุดก็สามารถแหกคุกออกมาได้น่ะ
    ไอคิวเด้งตัวลุกขึ้นทันที..
    ไม่จำเป็นต้องดูเรื่องนั้นหรอก..ไม่จำเป็นต้องดูก็ต้องคิดได้ว่าควรทำยังไงกับผนังอิฐเก่า ๆ นี่น่ะ..
    ไอคิวควานหากระเป๋าเป้ของเขา รื้อค้นแบบเดาสุ่มในความมืดว่าน่าจะต้องเจออะไรในกระเป๋าที่พอจะช่วยเจาะผนังปูนได้บ้าง..ไม่นานเขาก็ล้วงเอาสิ่งหนึ่งออกมา
    “มีดคัตเตอร์นี่ยังอยู่อีกหรือ” ไอคิวพูดกับตัวเองออกมาเพราะนึกแปลกใจว่าทำไมชายสามคนนั้นถึงไม่รอบคอบขนาดปล่อยให้มีดคัตเตอร์นี่ยังอยู่ในกระเป๋าเป้ใบนี้ก่อนจะโยนส่งมาให้เขา “แสดงว่ารับงานลักพาตัวนี่มาแบบเฉพาะกิจสินะ”
    ปกติแล้วในกระเป๋าเป้ของไอคิวก็จะต้องมีปากกาดินสอและมีดคัตเตอร์อยู่ประจำอยู่แล้ว เขาพกมันเอาไว้ใช้จิปาถะและป้องกันตัวในยามสำคัญด้วย  แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้ใช้มันในกรณีแบบนี้จริง ๆ
    เขาลงมือเจาะผนังอิฐโดยใช้ปลายคัตเตอร์จิ้มลงไปอย่างไม่รีบร้อน แม้จะมองไม่เห็นว่ามันถูกสกัดออกไปได้มากน้อยแค่ไหน แต่เขาก็รับรู้ว่าอย่างน้อยก็มีเศษอิฐเศษปูนร่วงหล่นติดมือ
    ถ้าพวกนั้นมาล่ะ แล้วถ้ามันเห็นผนังอิฐถูกเจาะ..ไม่สิ  มืดแบบนี้ ต่อให้เอาไฟฉายส่องก็เถอะ..ไอคิวคิดแบบนั้น แต่ใจก็หวั่นว่าอาจจะโดนจับได้ เขาจึงยอมเปลี่ยนมาเริ่มต้นเจาะผนังเหนือพื้นเพียงไม่กี่เซ็นติเมตร เพื่อให้เบาะและเท้าของเขาปกปิดได้
    กึง !!
    แค่เพียงไม่กี่นาที เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น เป็นเสียงคล้ายเหล็กกระทบกัน เหมือนมีใครเปิดสวิตซ์หนักอึ้งของอะไรสักอย่าง..อยู่ดี ๆ ภายในบ้านร้างสว่างขึ้นด้วยแสงจากไฟสปอร์ตไลท์ขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ตรงมุมห้องเหนือขึ้นไปบริเวณคานรับหลังคา ไอคิวสะดุ้งโหยงหันไปมองด้วยสัญญาณชาตญาณ เขาต้องหรี่ตาลงฉับพลันเพราะแสงเจิดจ้าส่องตรงมาที่เขา ซึ่งทำให้มองไม่เห็นตัวสปอร์ตไลท์เลยแม้แต่น้อย
    กำลังมาหรือ..
    ไอคิวหันควันไปมองผลงานบนผนังอิฐ  โชคดีที่ร่องรอยการสึกหรอยังไม่มากเท่าไหร่ เขารีบสอดมีดคัตเตอร์เอาไว้ใต้เบาะนั่ง หันหน้าตรงไปยังประตูทางเข้า
    คราวนี้มาทำไมอีก..
    ประตูนั้นเปิดผางออก ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมถุงอะไรสักอย่างในมือ  แล้วก็เช่นเคย  เขาสอดถุงนั้นเข้ามาตรงช่องระหว่างพื้นกับตาข่าย
    “กินซะ” ชายคนนั้นพูดแค่นั้นแล้วก็เดินกลับออกไป
    ไอคิวยังนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก ไม่นานเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดึงถุงที่มีกล่องข้าวอยู่ข้างในมาใกล้ตัว
    ..ตกลงพวกมันลักพาตัวมาเพื่ออะไรกันแน่..หรือว่าให้อยู่ในนี้ไปจนกว่าจะถึงวันไหนสักวันงั้นหรือ..แล้วแสงไฟนี่ก็คิดจะเปิดเอาไว้ทั้งคืนอย่างนั้นหรือ..
    ไอคิวเปิดกล่องข้าวขึ้น ข้างในมีช้อนพลาสติก  เขาตักกินอย่างหิวโหย..
    เหมือนเขาคิดอะไรบางอย่างออก..ข้าวยังคาอยู่ในปากขณะมองไปที่หน้าต่างบานที่เปิดอ้าอยู่ แต่จู่ ๆ หน้าต่างก็ถูกปิดลงดังปังจนทำให้เขาสะดุ้งอีกรอบ มีเสียงคลุกคลัก คงกำลังล็อคหน้าต่างด้วยกุญแจจากด้านนอก  ตามด้วยเสียงรถยนต์แล่นกลับออกไป  เขาได้สติมองหน้าต่างนั้นอีกครั้ง จากนั้นก็พยายามเพ่งมองสปอร์ตไลน์
    นี่เจ้านายของพวกนั้นมันกำลัง..เฝ้าดูเราอยู่รึ
    เหตุผลที่ต้องเปิดหน้าต่างในตอนที่มีแสงแดดก็เพื่อให้มีแสงส่องเข้ามาด้านใน เหตุผลที่ต้องเปิดไฟตอนกลางคืนก็เพื่อให้เห็นด้านในอีกเหมือนกัน..
    สองอย่างนี้ทำเพื่อให้เห็นเราในกล้องวจรปิดที่ติดอยู่ที่ไหนสักแห่งในนี้อย่างนั้นหรือ..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Recommend