Bomb-ruined building #18 (Please let her go.)
posted on 28 Mar 2009 18:49 by iqdetective
ตอนที่ 18 : Please let her go.
..นี่เรา..กำลังฝันอยู่ใช่มั้ย..ทำไมเราถึงต้องฝันแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วย..
..เสียงของแคทรีนกรีดร้องออกมาอย่างไม่ได้แสแสร้งแกล้งทำ เธอหวาดกลัวต่อศรารมที่กำลังเอาแขนล็อคคอเธอแล้วใช้มีดจ่อใต้คาง เหงื่อและกลิ่นกายของเธอปลดปล่อยออกมาไม่หยุดหย่อน ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวสุดขีด..
มีการสนทนาปะทะโต้ตอบกันเกิดขึ้น มือข้างที่ถือมีดของศรารมสลับระหว่างการชี้ไปที่ฝ่ายตรงข้ามกับการจ่ออยู่ที่ลำคอของแคทรีน
..ส่วนเรา..นี่เราได้แต่มองโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยอย่างนั้นรึ..ทำไมตอนนั้นเราไม่ทำอะไรสักอย่าง ทำไมไม่โผล่หน้าออกไป ไม่วิ่งเข้าชนหรือแย่งมีดมาจากศรารม..
ทุกคนสวมไอ้โม่งปกปิดใบหน้า เว้นก็แต่แคทรีนกับพ่อของเธอเท่านั้น..
แค่เพียงเสี้ยววินาที แคทรีนฮึดสู้ เธอใช้ฟันกัดเข้าที่แขนของศรารมข้างที่ล็อคคอเธอ ศรารมสะดุ้ง สะบัดแขนออกและพลาดเฉือนคอเธอไม่อย่างไม่ตั้งใจ..
..หรือว่าตั้งใจ..
ลำคอขาวเนียนของแคทรีนมีเลือดไหลซึมออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน แผลบาดลึกเพราะมีดใหม่อาบน้ำมันอย่างดีที่เพิ่งได้ใช้เป็นครั้งแรก
แคทรีนทรุดลงตรงนั้น เธอพยายามควบคุมสติที่มีอยู่น้อยนิด ก่อนที่จะหงายหลังนอนลง พ่อของเธอก็เข้ามาประคองตัวไว้ได้ทัน..
เธอหันมาทางเรา หันมาด้านหลังเพื่อมองหาเรา..สายตาเธอ..จ้องมองมาที่เรา..สายตาที่บอกว่าไม่มีวันให้อภัยที่เราทำเรื่องแบบนี้..
..พอที..เลิกฝันถึงเรื่องนี้ซะที..ตื่นซะที !!
ประพาสเกร็งร่างจนกระตุกก่อนลืมตาโพลงเด้งตัวขึ้นนั่ง เหงื่อไหลซึมจากหน้าผากเต็มไปหมด เขาเอามือลูบใบหน้าไปมาแล้วสะบัดหน้าคลายความง่วงงุนก่อนหันมองรอบตัวและตกใจเล็กน้อยที่เขาและเพื่อน ๆ มานอนกองเรียงกันอยู่ด้านหน้าบ้านพัก
ข้าง ๆ เขาคือศรารม..
อยู่ดี ๆ ประพาสก็น้ำตาซึมออกมา มองศรารมอย่างโกรธแค้น..
“..พวกแกอาจจะพูดถูก..ฉันไม่เคยลืมเรื่องนั้นได้เลย” ประพาสเอ่ยเสียงบางเบา “..และก็พูดถูกที่ฉันคิดอยากจะทำให้ไอ้ศรารมเจ็บปวด..ต่อให้ต้องก่อเรื่องมากมายแค่ไหน แต่เพื่อให้ได้ทำให้มันเจ็บปวด..ฉันก็ยินดี”
ประพาสตัดความสงสัยว่าทำไมตัวเองและเพื่อน ๆ รวมทั้งราชาลมานอนกองกันอยู่ด้านนอก เขาเดินเข้าข้างในบ้านพักแล้วกลับออกมาพร้อมกับมีดทำครัวขนาดเหมาะมือ
“..แกจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจฉันไม่สน..แต่เพราะแกที่ทำให้แคทรีนต้องตายไป..ฉันจะทำกับแกเหมือนที่แกทำกับแคทรีน”
ประพาสคุกเข่าลงข้างตัวศรารมที่นอนหมดสติแน่นิ่ง แผ่นอกขึ้นลงบ่งบอกว่ากำลังพยายามหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ..
“อาการหอบของแกกำเริบก็ตอนนั้น..ทุกครั้งที่เห็นแกหอบ ฉันก็เห็นภาพแคทรีนที่มีเลือดเต็มตัวด้วย..”
ประพาสเลื่อนมีดเข้าไปใกล้ลำคอของศรารมอย่างช้า ๆ
“ปาดคอแกเพียงนิดเดียว แล้วฉันจะให้แกหอบจนตาย..”
ก้อนหินก้อนหนึ่งถูกโยนมาจากด้านตรงข้าม โดนเข้าที่ลำตัวของประพาสแล้วตกลงบนร่างของศรารม ประพาสสะดุ้งโหยง ละมีดจากคอของศรารมเงยหน้ามอง
ไอคิวกับจามรยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร
“พอเถอะ..” จามรเป็นฝ่ายพูดก่อน “อย่าก่อเรื่องอะไรไปมากกว่านี้อีก”
ประพาสมองจามรผู้เป็นพ่อของแคทรีน ภาพเหตุการณ์ในโกดังกลับมาเข้ามาอีก
“คุณอยากฆ่าเพื่อนตัวเองจริง ๆ หรือ” ไอคิวเอ่ยบ้าง
สำหรับประพาสและเพื่อน ๆ แล้ว การได้พบกับไอคิวที่นี่ถือเป็นการพบกันครั้งแรก “นายมาเกี่ยวอะไรด้วย”
“ผมไอคิว เป็นเพื่อนของอารยะ”
ประพาสพอนึกออก ไอคิวคนที่อารยะอ้างว่าเป็นเพื่อนที่ฟังการสนทนาของพวกเขาทางโทรศัพท์ตอนที่พวกเขากำลังข่มขู่อารยะ แต่เรื่องกลับพลิกผันกลายมาเป็นแบบนี้ แล้วอารยะก็หนีหายลอยนวลไป
“ถ้าเธอจะฆ่าเพื่อนเธอจริง ๆ เธอก็ควรจะต้องฆ่าตัวเองด้วย เพราะเธอเองก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกสาวฉันต้องเสียไปเหมือนกัน”
ประพาสลดมีดลงข้างลำตัว มองจามรอย่างอ้อนวอน “..คุณจามร ผมขอโทษ ผมไม่ได้อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเลย ผมพยายามห้ามพวกมันแล้ว แต่ว่าพวกมันก็ยังดันทุรังจะลักพาตัวแคทรีนให้สำเร็จ..”
จามรหัวเราะในลำคอ “ฉันคงยกโทษให้พวกแกง่าย ๆ หรอก เด็กเหลือขออย่างพวกแก”
“คุณจามรพอเถอะครับ เรื่องนั้นค่อยว่ากันที่หลังเถอะ ผมจะปลุกพวกเขาก่อน” ไอคิวหันมองจามร
จามรมองศรารมที่นอน ข้างเพื่อน ๆ ครู่หนึ่ง “อืม..งั้นก็ได้ สิ่งที่พวกนี้ได้รับก็สาสมแล้ว ตึกระเบิด กิจการพังพินาศ พ่อเสียชีวิตด้วยน้ำมือของคู่อริ ตัวเองต้องทุกทรมาณกับโรคหอบและหวาดระแวงการถูกเพื่อนหักหลัง..ทุกอย่างตามสนองมันแล้ว”
ไอคิวพยักหน้าให้จามรก่อนเดินเข้ามาปลุกทุกคน เริ่มจากราชาล ขณะย่อตัวลงปลุกเขาเหลือบมองประพาสที่ยังถือมีดค้างเอาไว้ แล้วเลื่อนสายตาไปมองบริเวณโดยรอบก่อนจะกลับมาที่ประพาสอีกครั้ง “คุณประพาส เอามีดนั่นโยนมาให้ผมได้มั้ย”
ประพาสลังเลอยู่อึดใจก่อนจะโยนมีดไปทางไอคิว มองเพื่อน ๆ ที่ยังนอนไม่ได้สติกันอยู่ “..แล้วทำไมพวกผมถึงได้มานอนกันตรงนี้”
ไอคิวเขย่าตัวปลุกราชาลจนเขางัวเงียตื่นขึ้น “ผมหิ้วพวกคุณออกมาจากในบ้านพักเองครับ”
“ทำไม..” ราชาลที่ยังงุนงงเอ่ยถาม
“เพราะพวกคุณกำลังโดนมอมก๊าซคอร์บอนมอนนอกไซต์ ที่คุณ..” ไอคิวค้างคำพูดไว้แค่นั้น
“ที่ฉันเป็นคนทำ” จามรยืนกอดอกพูดเสียงราบเรียบ
ประพาสมองเขา แล้วก็ลดสายตาลงไม่กล้าสู้หน้า
“แต่คุณราชาลไม่เกี่ยวนะครับ เพราะคุณจามรพาคุณออกมานอนข้างนอกบ้านพักก่อนแล้ว ตอนที่ผมมาเห็นก็เห็นคุณนอนอยู่ตรงนี้แล้วล่ะครับ”
ราชาลที่กำลังจ้องมองจามรผ่อนคลายลง “..งั้นหรือ..แล้ว..คนนั้นล่ะหายไปไหน”
“หมายถึงอารยะน่ะรึ” จามรมองราชาล “มันจะกลับมาเอง มันควรจะกลับมาแล้ว หรือไม่อย่างนั้นก็คงจะหลบซ่อนอยู่แถวนี้แหละ”
ไอคิวทำเป็นไม่สนใจคำพูดของจามร เขาเข้าไปปลุกมหภพเป็นคนต่อไป ส่วนราชาลดันตัวลุกขึ้นไปปลุกวาทยากับดนัย ประพาสเองก็ปลุกศรารม
ศรารมตื่นขึ้น ไอเสียงดังไม่หยุดหย่อน โหยหาอากาศโดยสูดหายใจเข้าอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่นานก็สงบลง
ไอคิวมองประพาสที่มองศรารมอย่างนึกสมเพช ไม่ต่างจากจามรที่ตอนนี้เห็นศรารมเป็นเหมือนมดปลวกตัวหนึ่งที่พร้อมขยี้ได้ทุกเมื่อ..
“เห็นแบบนี้แล้วคุณยังจะทำได้ลงคออีกหรือ แบบนี้ก็เหมือนตายทั้งเป็นแล้ว” ไอคิวกล่าว
มหภพ วาทยา ดนัยและศรารมหันมามองไอคิวอย่างุนงง แต่พอปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมดก็หันกลับมาทางประพาส
“แกเองหรือ..” วาทยาที่อยู่ชิดศรารมชี้หน้าประพาสข้ามหน้าศรารมไป
ประพาสปัดมือวาทยา “บอกแล้วไงว่าอย่าชี้หน้าใครมั่วซั่ว”
“เป็นแกหรือ..” มหภพมองเลยผ่านไปที่เพื่อนคนสุดท้าย
“เห็นมั้ย..ไม่ผิดจริง ๆ ด้วย บอกแล้วไงว่าต้องเป็นมันแน่ ๆ” วาทยาชี้หน้าประพาสอีกครั้ง
ประพาสเดือดดาลกับอากัปกิริยาของเพื่อนทั้ง 4 คนที่มองเขาอย่างดูแคลน เขาฉุนเฉียวลุกขึ้นยืนมองเพื่อนทั้ง 4 แล้วสบตากับจามรอย่างรู้สึกผิด
“เออใช่ !..ฉันเอง ฉันนี่แหละวางแผนเรื่องทั้งหมดอย่างที่แกว่า..” ประพาสตัดสินใจพูดออกไปแบบนั้นขณะจ้องหน้าวาทยาเขม็ง
“ไอ้..” ศรารมต้องยับยั้งอารมณ์โกรธเอาไว้ แผ่นอกเขาขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ “ยัยนั่นมันไม่ได้ตายเพราะฉันนะ แค่โดนมีดบาดคอแค่นั้นไม่ทำให้ตายได้หรอก”
อารมณ์ของประพาสเดือดพล่านถึงขีดสุด เขาโน้มตัวลงคว้าคอเสื้อศรารมแล้วชกเข้าที่หน้าอย่างจัง
ศรารมล้มกองข้อศอกครูดกับพื้นดิน เขายันตัวเองพยายามลุกขึ้นนั่งแต่ก็หมดแรงหงายหลัง
“นี่แกยังโชคดีที่มีดไม่ได้อยู่กับฉันแล้ว ไม่อย่างนั้นฉันได้ปาดคอแกจริง ๆ แน่”
ไอคิวมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใจเย็น แต่มือจับมีดกระชับขึ้น..
เป็นอันว่าทุกอย่างจะต้องจบ ณ ที่ตรงนี้
…
โกดังร้าง แคนเบอร์ร่า ออสเตรเลีย..
แคทรีนหลบสายตาของศรารมที่จ้องมองอย่างเหยียดหยาม
“I just...think it looks real if I said that.” เธอกล่าว
“เฮอะ..” ศรารมมองแคทรีน จากนั้นมองประพาส “ดูแฟนแก..พวกเราห้าคน ใคร ๆ ก็รู้ว่าพวกเราเป็นกลุ่มนักเรียนไทยที่เป็นเพื่อนกันห้าคน แล้วยัยนี่กลับบอกพ่อตัวเองว่ามันมีกันอยู่ห้าคน แบบนี้ถ้าพ่อของเธอคิดอยากจะตามรอยขึ้นมาแป๊บเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นพวกเรา”
“ใจเย็นก่อนสิ มันคงไม่ถึงขั้นนั้นหรอก แค่ลูกสาวปลอดภัย เค้าคงไม่ติดใจอะไรแล้ว” มหภพเอ่ย
“แล้วรู้เหตุผลของการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือกับเด็กคนนั้นมั้ย..” ศรารมยังไม่ลดละ “นอกจากจะให้รู้แน่นอนว่าพ่อเธออยู่ที่ไหนและทำตามคำสั่งเราหรือเปล่าแล้ว ยังพิสูจน์ได้ด้วยว่าพ่อเธอจะไม่พาใครอย่างเช่นตำรวจมาด้วย เพราะถ้าโทรศัพท์เครื่องที่เปลี่ยนไปอยู่ในมือของเด็กนั่นเกิดโทรเข้ามาที่นี่อีกครั้งล่ะก็ มันหมายความว่าต้องมีใครสกัดเด็กเอาไว้เพื่อยึดโทรศัพท์แล้วลองโทรมาที่เครื่องนี้” เขาชี้ไปที่โทรศัพท์มือถือที่ตอนนี้อยู่บนพื้น..
ไม่ทันที่แคทรีนจะไต่ตรองคำพูดภาษาไทยของศรารม โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
ทุกคนหันมองหน้ากันภายใต้ผ้าคลุมหน้า ศรารมเริ่มหายใจหนักหน่วง เหงื่อไหลพรั่งพรู
“หมายความว่าไง” เสียงวาทยาเอ่ยขึ้น “โทรศัพท์ดังแบบนี้หมายความว่าไง”
“..หมายความว่าพ่อของแคทรีนให้คนตามมาจริง ๆ น่ะสิ” ดนัยตอบแทน
มีดพกของศรารมเด้งตัวออกมา มีดพกที่อยู่ในมือที่สั่นเทาของเขา “คงต้องทำให้สมจริงอย่างที่เธอว่า เอาไงต่อมหภพ แกมีแผนอะไรต่อจากนี้”
มหภพที่กำลังเอามือท้าวคางใช้ความคิดดีดนิ้วก่อนเอ่ยออกมา “Catrin,You have to tell to your dad that kidnapers have only three and..” เขามองทุกคน “we must hurry up to end this thing before who we don't know come here after her dad.”
“Sure !” ศรารมเสริม
“So..Prapass and Danai have to hide behind the warehouse.” มหภพชี้สองคน
“Why me..” ดนัยดูเหมือนอยากอยู่ร่วมเหตุการณ์ด้วย ไม่อยากหลบซ่อนหลังโกดัง
“Either you or Wataya”
“I want to stay here.” วาทยายังคงรู้สึกสนุกตื่นเต้น
“OK,I am” ดนัยยกมือ
“Good,Sararom..If bad event occurred you could use your knife for fake.”
“Sure..” ศรารมรับปากว่าจะใช้มีดเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นเท่านั้น
ดังนั้นภายในโกดังมืดสลัวจึงมีแค่เพียง ศรารม มหภพ วาทยาและแคทรีนเท่านั้น ส่วนประพาสและดนัยแอบซ่อนอยู่ด้านหลังโกดังโดยมองลอดผ่านช่องเล็ก ๆ เข้ามา
หลังการโทรติดต่อยืนยันสถานที่และตำแหน่งระหว่างศรารมกับจามรเรียบร้อย ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงเคาะประตูเหล็กก็ดังขึ้น ซึ่งส่งเสียงดังก้องภายในโกดังจนแคทรีนสะดุ้งเฮือก
ผู้ที่เปิดประตูก้าวเข้ามาคือจามรที่ถือกระเป๋าเอกสารที่ถูกให้สับเปลี่ยนก่อนหน้านี้เพื่อให้สามารถตามรอยได้จาก GPS
จามรยืนนิ่งแสร้งปกปิดความหวั่นเกรงเอาไว้ เขาจับกระเป๋าเอกสารกระชับขึ้นแล้วเพ่งมองผ่านแสงไฟสลัวไปที่ชายสองคนในชุดสีดำสนิทสวมผ้าคลุมหน้ายืนอยู่ตรงข้ามห่างออกไปกว่า 10 เมตร
“Where's my daughter ?” จามรเอ่ยถามขึ้น
มหภพและวาทยาจึงก้าวเท้าไปซ้ายและขวาเพื่อให้เห็นแคทรีนผู้ซึ่งถูกมัดนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยมีศรารมยืนอยู่ด้านหลังจับไหล่ของเธอ
แค่เพียงจามรเห็นลูกสาวของตัวเองในสภาพถูกมัดมือมัดเท้าแบบนั้นหัวใจของผู้เป็นพ่อก็แทบสลาย “..ไม่เป็นไรนะลูก..พ่อมาช่วยแล้วนะ..” เขาวางกระเป๋าลงตรงหน้า “Let my daughter free !”
“Push the briefcase first.” มหภพกล่าว
ขณะที่จามรค่อย ๆ ก้มลงผลักกระเป๋าเอกสารที่มีเงินจำนวน 50,000 เหรียญ ศรารมก็ค่อย ๆ ปลดเชือกที่มัดมือของแคทรีนออก กระเป๋าเอกสารไถลตามพื้นมาได้กึ่งกลางพอดีกับระยะห่างของทั้งสองฝ่าย ส่วนแคทรีนพอมือของตัวเองถูกปลดเชือกออกก็เร่งปลดเชือกที่เท้าทันที เธอทำท่าจะก้าวออกจากเก้าอี้ แต่ศรารมรั้งแขนเอาไว้จากด้านหลัง
“Stop.Open your briefcase first.” ศรารมเอ่ย
นั่นหมายความว่าจามรต้องก้าวเดินเข้ามาที่กระเป๋าเอกสารซึ่งอยู่ใกล้พวกเขาครึ่งหนึ่งของระยะเดิม เขาลงมือเปิดเอกสารซึ่งทำให้ศรารมรู้ว่าประเป๋าเอกสารไม่ได้ใส่รหัสปลดล็อค พอเปิดออกก็เห็นธนบัตรดอลล่าร์สหรัฐจำนวนหนึ่งอยู่ในนั้น
จามรมองคนทั้งสาม หยิบธนบัตรปึกหนึ่งมาคลี่ให้ดู “It's real.”
“OK.Let her go.” มหภพชิงตัดสินใจก่อนที่ศรารมจะพูดอะไรออกมาอีก
ศรารมจึงปล่อยแขนแคทรีนอย่างง่าย ๆ เธอรีบวิ่งผ่านมหภพและวาทยาตรงไปหาพ่อของเธอ
“Dad..” แคทรีนร้องไห้จริง ๆ “I'm very scare.”
“I know..I know .Listen..Catrin..stay behind me.”
แค่เพียงชั่วเวลาอึดใจเท่านั้น จามรล้วงเอากระบอกปืนออกมาจากซิปภายในกระเป๋าเอกสารแล้วยิงในระดับสายตา เขาซึ่งนั่งยอง ๆ เพื่อเปิดกระเป๋าและคลี่ธนบัตร ดังนั้นในระยะสายตาของเขาจึงเป็นต้นขาของวาทยา..
แต่ทว่ากระสุนเฉียดต้นขาของวาทยา ไม่โดนเข้าเต็ม ๆ อย่างที่จามรคาดหวัง..
วาทยาสะดุ้งเฮือกและเซหลบไปด้านข้างและเพราะเขาตื่นเต้นกับเหตุการณ์จริงแบบนี้อยู่แล้วจึงยิ่งลนลานทำอะไรไม่ถูก แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งดีที่ทำให้จามรเผลอมองอาการตื่นตระหนกของวาทยา มหภพเองก็ตกใจไม่น้อยแต่ก็มีสติรีบก้าวไปแตะปืนออกจากมือจามรในทันที พอปืนกระเด็นหายไปในความมืดเขาก็เตะซ้ำเข้าที่ต้นคอของจามร
แคทรีนได้แต่กรีดร้องเมื่อเห็นพ่อของเธอล้มตามแรงเตะ เป็นจังหวะเดียวกับที่ศรารมตัดสินวิ่งออกมาดึงตัวเธอให้ลุกขึ้นยืนแล้วใช้มีดพกที่ถือไว้ขึ้นจ่อที่คางของเธอ
“DO NOT MOVE !!” ศรารมเน้นย้ำอย่างตื่นเต้น
จามรรีบลุกลี้ลุกลนพยุงร่างตัวเองมองไปที่ลูกสาว “Please...” เขาทำท่าจะคว้ากระเป๋าเอกสารเพื่อบอกว่าเงินทั้งหมดนี้จะเป็นของคนทั้งสามอย่างแน่นอน แต่มหภพไม่ไว้ใจจึงใช้เท้าปิดกระเป๋าแล้วเตะลากไปอีกทาง
“It's yours..it's yours...please let her go.” จามรพนมมือแม้จะคิดว่าอีกฝ่ายเป็นชาวต่างชาติ
“..เจ็บ..”
ให้ตายสิ..ศรารมหันควับไปทางวาทยาที่ยันตัวกับผนัง เอามือจับต้นขาแน่น เลือดไหลออกมา..ให้ตายเถอะ..ไอ้วาทยาดันเผลอพูดภาษาไทยออกมาแบบนี้..เขาเหล่มองไปที่จามรดูว่าจามรจะมีปฏิกิริยาอะไรกับคำพูดของวาทยาหรือไม่..
ไม่มี..หมอนี่คงห่วงลูกสาวมากจนไม่สนใจสิ่งรอบตัว
“Please let her go..”
“Don't have time...let her go.” มหภพหวั่นกลัวว่าจะมีผู้ติดตามของจามรมาจริง “Now !!”
ศรารมขยับมีดชี้ไปที่จามร แล้วก็เอากลับมาจ่อที่คอแคทรีน เขาเหล่มองวาทยาที่กัดฟันอดทน มองมหภพที่ส่งสายตามาที่เขา มองใบหน้าของแคทรีนในระยะประชิด สัมผัสได้ถึงกลิ่นกายของเธอ..
“We got that money..let her go.” มหภพยังพูดต่อ
แต่แคทรีนตื่นกลัวจนเกินความคาดหมายไปแล้ว ยิ่งไม่มีประพาสอยู่ด้วยเธอยิ่งคิดว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นจริง ๆ ก็ได้ เพือนสามคนนี้อาจจะเล่นอะไรเผลง ๆ ผิดแผนที่วางเอาไว้ก็ได้
มีดเล่มนี้ก็เป็นของจริง ถ้าเกิดมันพลั้งเผลอเสียบคอเธอขึ้นมาจริง ๆ ล่ะก็...
แคทรีนตัดสินใจรวบรวมความกล้าอ้าปากงับแขนของศรารม ศรารมสะดุ้งและส่งเสียงร้องออกมาทันที เขาเผลอกดมีดเข้ากับลำคอขอเธอก่อนจะเลื่อนมือออกหนี
เขาได้เฉือนลำคอเธอด้วยมีดพกอย่างไม่ตั้งใจ
จามรอ้าปากค้าง เลือดของลูกสาวหลั่งไหลออกมาจากลำคอขาวเนียนค่อย ๆ ซึมเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า จามรไม่คิดถึงความปลอดภัยของตัวเองอีกต่อไป เขาก้าวเข้าไปประคองลูกสาวที่กำลังจะทรุดลงบนพื้น
ศรารมก้าวถอย มองร่างของแคทรีนสลับกับมีดที่เปื้อนเลือดของเธอ
“Take her to hospital now !” มหภพบอกจามร แต่กลับฉุกคิดได้ว่าไม่ควรพูดออกไปแบบนั้น แคทรีนต้องไม่เป็นอะไรอยู่แล้วเพราะอีกเดี๋ยวคนที่ตามจามรก็จะถึง..ซึ่งอาจจะเป็นตำรวจ พอคิดได้แบบนั้นมหภพก็รีบวิ่งไปคว้าเอากระเป๋าเอกสารแล้วบอกกับเพื่อนสองคน “Run away!!”
มหภพวิ่งหายเข้าไปพร้อมกระเป๋าเอกสารไปทางด้านหลังโกดัง วาทยาฝืนวิ่งตามไป ศรารมทิ้งมีดของตัวเองอย่างหวาดกลัวก่อนวิ่งหนีหายไปเป็นคนสุดท้าย..
มีเสียงตะกุกตะกักดังมาจากด้านหลังโกดัง ประพาสที่อยากจะเข้ามาหาแคทรีนถูกเพื่อนรั้งเอาไว้..
จามรไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เขาอุ้มลูกสาวออกไปทางประตูเหล็กด้านหน้า จากนั้นโทรเรียก 000 ทันที (สายด่วนฉุกเฉินของประเทศออสเตรเลีย)
..นี่เรา..กำลังฝันอยู่ใช่มั้ย..ทำไมเราถึงต้องฝันแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วย..
..เสียงของแคทรีนกรีดร้องออกมาอย่างไม่ได้แสแสร้งแกล้งทำ เธอหวาดกลัวต่อศรารมที่กำลังเอาแขนล็อคคอเธอแล้วใช้มีดจ่อใต้คาง เหงื่อและกลิ่นกายของเธอปลดปล่อยออกมาไม่หยุดหย่อน ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวสุดขีด..
มีการสนทนาปะทะโต้ตอบกันเกิดขึ้น มือข้างที่ถือมีดของศรารมสลับระหว่างการชี้ไปที่ฝ่ายตรงข้ามกับการจ่ออยู่ที่ลำคอของแคทรีน
..ส่วนเรา..นี่เราได้แต่มองโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยอย่างนั้นรึ..ทำไมตอนนั้นเราไม่ทำอะไรสักอย่าง ทำไมไม่โผล่หน้าออกไป ไม่วิ่งเข้าชนหรือแย่งมีดมาจากศรารม..
ทุกคนสวมไอ้โม่งปกปิดใบหน้า เว้นก็แต่แคทรีนกับพ่อของเธอเท่านั้น..
แค่เพียงเสี้ยววินาที แคทรีนฮึดสู้ เธอใช้ฟันกัดเข้าที่แขนของศรารมข้างที่ล็อคคอเธอ ศรารมสะดุ้ง สะบัดแขนออกและพลาดเฉือนคอเธอไม่อย่างไม่ตั้งใจ..
..หรือว่าตั้งใจ..
ลำคอขาวเนียนของแคทรีนมีเลือดไหลซึมออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน แผลบาดลึกเพราะมีดใหม่อาบน้ำมันอย่างดีที่เพิ่งได้ใช้เป็นครั้งแรก
แคทรีนทรุดลงตรงนั้น เธอพยายามควบคุมสติที่มีอยู่น้อยนิด ก่อนที่จะหงายหลังนอนลง พ่อของเธอก็เข้ามาประคองตัวไว้ได้ทัน..
เธอหันมาทางเรา หันมาด้านหลังเพื่อมองหาเรา..สายตาเธอ..จ้องมองมาที่เรา..สายตาที่บอกว่าไม่มีวันให้อภัยที่เราทำเรื่องแบบนี้..
..พอที..เลิกฝันถึงเรื่องนี้ซะที..ตื่นซะที !!
ประพาสเกร็งร่างจนกระตุกก่อนลืมตาโพลงเด้งตัวขึ้นนั่ง เหงื่อไหลซึมจากหน้าผากเต็มไปหมด เขาเอามือลูบใบหน้าไปมาแล้วสะบัดหน้าคลายความง่วงงุนก่อนหันมองรอบตัวและตกใจเล็กน้อยที่เขาและเพื่อน ๆ มานอนกองเรียงกันอยู่ด้านหน้าบ้านพัก
ข้าง ๆ เขาคือศรารม..
อยู่ดี ๆ ประพาสก็น้ำตาซึมออกมา มองศรารมอย่างโกรธแค้น..
“..พวกแกอาจจะพูดถูก..ฉันไม่เคยลืมเรื่องนั้นได้เลย” ประพาสเอ่ยเสียงบางเบา “..และก็พูดถูกที่ฉันคิดอยากจะทำให้ไอ้ศรารมเจ็บปวด..ต่อให้ต้องก่อเรื่องมากมายแค่ไหน แต่เพื่อให้ได้ทำให้มันเจ็บปวด..ฉันก็ยินดี”
ประพาสตัดความสงสัยว่าทำไมตัวเองและเพื่อน ๆ รวมทั้งราชาลมานอนกองกันอยู่ด้านนอก เขาเดินเข้าข้างในบ้านพักแล้วกลับออกมาพร้อมกับมีดทำครัวขนาดเหมาะมือ
“..แกจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจฉันไม่สน..แต่เพราะแกที่ทำให้แคทรีนต้องตายไป..ฉันจะทำกับแกเหมือนที่แกทำกับแคทรีน”
ประพาสคุกเข่าลงข้างตัวศรารมที่นอนหมดสติแน่นิ่ง แผ่นอกขึ้นลงบ่งบอกว่ากำลังพยายามหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ..
“อาการหอบของแกกำเริบก็ตอนนั้น..ทุกครั้งที่เห็นแกหอบ ฉันก็เห็นภาพแคทรีนที่มีเลือดเต็มตัวด้วย..”
ประพาสเลื่อนมีดเข้าไปใกล้ลำคอของศรารมอย่างช้า ๆ
“ปาดคอแกเพียงนิดเดียว แล้วฉันจะให้แกหอบจนตาย..”
ก้อนหินก้อนหนึ่งถูกโยนมาจากด้านตรงข้าม โดนเข้าที่ลำตัวของประพาสแล้วตกลงบนร่างของศรารม ประพาสสะดุ้งโหยง ละมีดจากคอของศรารมเงยหน้ามอง
ไอคิวกับจามรยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร
“พอเถอะ..” จามรเป็นฝ่ายพูดก่อน “อย่าก่อเรื่องอะไรไปมากกว่านี้อีก”
ประพาสมองจามรผู้เป็นพ่อของแคทรีน ภาพเหตุการณ์ในโกดังกลับมาเข้ามาอีก
“คุณอยากฆ่าเพื่อนตัวเองจริง ๆ หรือ” ไอคิวเอ่ยบ้าง
สำหรับประพาสและเพื่อน ๆ แล้ว การได้พบกับไอคิวที่นี่ถือเป็นการพบกันครั้งแรก “นายมาเกี่ยวอะไรด้วย”
“ผมไอคิว เป็นเพื่อนของอารยะ”
ประพาสพอนึกออก ไอคิวคนที่อารยะอ้างว่าเป็นเพื่อนที่ฟังการสนทนาของพวกเขาทางโทรศัพท์ตอนที่พวกเขากำลังข่มขู่อารยะ แต่เรื่องกลับพลิกผันกลายมาเป็นแบบนี้ แล้วอารยะก็หนีหายลอยนวลไป
“ถ้าเธอจะฆ่าเพื่อนเธอจริง ๆ เธอก็ควรจะต้องฆ่าตัวเองด้วย เพราะเธอเองก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกสาวฉันต้องเสียไปเหมือนกัน”
ประพาสลดมีดลงข้างลำตัว มองจามรอย่างอ้อนวอน “..คุณจามร ผมขอโทษ ผมไม่ได้อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเลย ผมพยายามห้ามพวกมันแล้ว แต่ว่าพวกมันก็ยังดันทุรังจะลักพาตัวแคทรีนให้สำเร็จ..”
จามรหัวเราะในลำคอ “ฉันคงยกโทษให้พวกแกง่าย ๆ หรอก เด็กเหลือขออย่างพวกแก”
“คุณจามรพอเถอะครับ เรื่องนั้นค่อยว่ากันที่หลังเถอะ ผมจะปลุกพวกเขาก่อน” ไอคิวหันมองจามร
จามรมองศรารมที่นอน ข้างเพื่อน ๆ ครู่หนึ่ง “อืม..งั้นก็ได้ สิ่งที่พวกนี้ได้รับก็สาสมแล้ว ตึกระเบิด กิจการพังพินาศ พ่อเสียชีวิตด้วยน้ำมือของคู่อริ ตัวเองต้องทุกทรมาณกับโรคหอบและหวาดระแวงการถูกเพื่อนหักหลัง..ทุกอย่างตามสนองมันแล้ว”
ไอคิวพยักหน้าให้จามรก่อนเดินเข้ามาปลุกทุกคน เริ่มจากราชาล ขณะย่อตัวลงปลุกเขาเหลือบมองประพาสที่ยังถือมีดค้างเอาไว้ แล้วเลื่อนสายตาไปมองบริเวณโดยรอบก่อนจะกลับมาที่ประพาสอีกครั้ง “คุณประพาส เอามีดนั่นโยนมาให้ผมได้มั้ย”
ประพาสลังเลอยู่อึดใจก่อนจะโยนมีดไปทางไอคิว มองเพื่อน ๆ ที่ยังนอนไม่ได้สติกันอยู่ “..แล้วทำไมพวกผมถึงได้มานอนกันตรงนี้”
ไอคิวเขย่าตัวปลุกราชาลจนเขางัวเงียตื่นขึ้น “ผมหิ้วพวกคุณออกมาจากในบ้านพักเองครับ”
“ทำไม..” ราชาลที่ยังงุนงงเอ่ยถาม
“เพราะพวกคุณกำลังโดนมอมก๊าซคอร์บอนมอนนอกไซต์ ที่คุณ..” ไอคิวค้างคำพูดไว้แค่นั้น
“ที่ฉันเป็นคนทำ” จามรยืนกอดอกพูดเสียงราบเรียบ
ประพาสมองเขา แล้วก็ลดสายตาลงไม่กล้าสู้หน้า
“แต่คุณราชาลไม่เกี่ยวนะครับ เพราะคุณจามรพาคุณออกมานอนข้างนอกบ้านพักก่อนแล้ว ตอนที่ผมมาเห็นก็เห็นคุณนอนอยู่ตรงนี้แล้วล่ะครับ”
ราชาลที่กำลังจ้องมองจามรผ่อนคลายลง “..งั้นหรือ..แล้ว..คนนั้นล่ะหายไปไหน”
“หมายถึงอารยะน่ะรึ” จามรมองราชาล “มันจะกลับมาเอง มันควรจะกลับมาแล้ว หรือไม่อย่างนั้นก็คงจะหลบซ่อนอยู่แถวนี้แหละ”
ไอคิวทำเป็นไม่สนใจคำพูดของจามร เขาเข้าไปปลุกมหภพเป็นคนต่อไป ส่วนราชาลดันตัวลุกขึ้นไปปลุกวาทยากับดนัย ประพาสเองก็ปลุกศรารม
ศรารมตื่นขึ้น ไอเสียงดังไม่หยุดหย่อน โหยหาอากาศโดยสูดหายใจเข้าอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่นานก็สงบลง
ไอคิวมองประพาสที่มองศรารมอย่างนึกสมเพช ไม่ต่างจากจามรที่ตอนนี้เห็นศรารมเป็นเหมือนมดปลวกตัวหนึ่งที่พร้อมขยี้ได้ทุกเมื่อ..
“เห็นแบบนี้แล้วคุณยังจะทำได้ลงคออีกหรือ แบบนี้ก็เหมือนตายทั้งเป็นแล้ว” ไอคิวกล่าว
มหภพ วาทยา ดนัยและศรารมหันมามองไอคิวอย่างุนงง แต่พอปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมดก็หันกลับมาทางประพาส
“แกเองหรือ..” วาทยาที่อยู่ชิดศรารมชี้หน้าประพาสข้ามหน้าศรารมไป
ประพาสปัดมือวาทยา “บอกแล้วไงว่าอย่าชี้หน้าใครมั่วซั่ว”
“เป็นแกหรือ..” มหภพมองเลยผ่านไปที่เพื่อนคนสุดท้าย
“เห็นมั้ย..ไม่ผิดจริง ๆ ด้วย บอกแล้วไงว่าต้องเป็นมันแน่ ๆ” วาทยาชี้หน้าประพาสอีกครั้ง
ประพาสเดือดดาลกับอากัปกิริยาของเพื่อนทั้ง 4 คนที่มองเขาอย่างดูแคลน เขาฉุนเฉียวลุกขึ้นยืนมองเพื่อนทั้ง 4 แล้วสบตากับจามรอย่างรู้สึกผิด
“เออใช่ !..ฉันเอง ฉันนี่แหละวางแผนเรื่องทั้งหมดอย่างที่แกว่า..” ประพาสตัดสินใจพูดออกไปแบบนั้นขณะจ้องหน้าวาทยาเขม็ง
“ไอ้..” ศรารมต้องยับยั้งอารมณ์โกรธเอาไว้ แผ่นอกเขาขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ “ยัยนั่นมันไม่ได้ตายเพราะฉันนะ แค่โดนมีดบาดคอแค่นั้นไม่ทำให้ตายได้หรอก”
อารมณ์ของประพาสเดือดพล่านถึงขีดสุด เขาโน้มตัวลงคว้าคอเสื้อศรารมแล้วชกเข้าที่หน้าอย่างจัง
ศรารมล้มกองข้อศอกครูดกับพื้นดิน เขายันตัวเองพยายามลุกขึ้นนั่งแต่ก็หมดแรงหงายหลัง
“นี่แกยังโชคดีที่มีดไม่ได้อยู่กับฉันแล้ว ไม่อย่างนั้นฉันได้ปาดคอแกจริง ๆ แน่”
ไอคิวมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใจเย็น แต่มือจับมีดกระชับขึ้น..
เป็นอันว่าทุกอย่างจะต้องจบ ณ ที่ตรงนี้
…
โกดังร้าง แคนเบอร์ร่า ออสเตรเลีย..
แคทรีนหลบสายตาของศรารมที่จ้องมองอย่างเหยียดหยาม
“I just...think it looks real if I said that.” เธอกล่าว
“เฮอะ..” ศรารมมองแคทรีน จากนั้นมองประพาส “ดูแฟนแก..พวกเราห้าคน ใคร ๆ ก็รู้ว่าพวกเราเป็นกลุ่มนักเรียนไทยที่เป็นเพื่อนกันห้าคน แล้วยัยนี่กลับบอกพ่อตัวเองว่ามันมีกันอยู่ห้าคน แบบนี้ถ้าพ่อของเธอคิดอยากจะตามรอยขึ้นมาแป๊บเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นพวกเรา”
“ใจเย็นก่อนสิ มันคงไม่ถึงขั้นนั้นหรอก แค่ลูกสาวปลอดภัย เค้าคงไม่ติดใจอะไรแล้ว” มหภพเอ่ย
“แล้วรู้เหตุผลของการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือกับเด็กคนนั้นมั้ย..” ศรารมยังไม่ลดละ “นอกจากจะให้รู้แน่นอนว่าพ่อเธออยู่ที่ไหนและทำตามคำสั่งเราหรือเปล่าแล้ว ยังพิสูจน์ได้ด้วยว่าพ่อเธอจะไม่พาใครอย่างเช่นตำรวจมาด้วย เพราะถ้าโทรศัพท์เครื่องที่เปลี่ยนไปอยู่ในมือของเด็กนั่นเกิดโทรเข้ามาที่นี่อีกครั้งล่ะก็ มันหมายความว่าต้องมีใครสกัดเด็กเอาไว้เพื่อยึดโทรศัพท์แล้วลองโทรมาที่เครื่องนี้” เขาชี้ไปที่โทรศัพท์มือถือที่ตอนนี้อยู่บนพื้น..
ไม่ทันที่แคทรีนจะไต่ตรองคำพูดภาษาไทยของศรารม โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
ทุกคนหันมองหน้ากันภายใต้ผ้าคลุมหน้า ศรารมเริ่มหายใจหนักหน่วง เหงื่อไหลพรั่งพรู
“หมายความว่าไง” เสียงวาทยาเอ่ยขึ้น “โทรศัพท์ดังแบบนี้หมายความว่าไง”
“..หมายความว่าพ่อของแคทรีนให้คนตามมาจริง ๆ น่ะสิ” ดนัยตอบแทน
มีดพกของศรารมเด้งตัวออกมา มีดพกที่อยู่ในมือที่สั่นเทาของเขา “คงต้องทำให้สมจริงอย่างที่เธอว่า เอาไงต่อมหภพ แกมีแผนอะไรต่อจากนี้”
มหภพที่กำลังเอามือท้าวคางใช้ความคิดดีดนิ้วก่อนเอ่ยออกมา “Catrin,You have to tell to your dad that kidnapers have only three and..” เขามองทุกคน “we must hurry up to end this thing before who we don't know come here after her dad.”
“Sure !” ศรารมเสริม
“So..Prapass and Danai have to hide behind the warehouse.” มหภพชี้สองคน
“Why me..” ดนัยดูเหมือนอยากอยู่ร่วมเหตุการณ์ด้วย ไม่อยากหลบซ่อนหลังโกดัง
“Either you or Wataya”
“I want to stay here.” วาทยายังคงรู้สึกสนุกตื่นเต้น
“OK,I am” ดนัยยกมือ
“Good,Sararom..If bad event occurred you could use your knife for fake.”
“Sure..” ศรารมรับปากว่าจะใช้มีดเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นเท่านั้น
ดังนั้นภายในโกดังมืดสลัวจึงมีแค่เพียง ศรารม มหภพ วาทยาและแคทรีนเท่านั้น ส่วนประพาสและดนัยแอบซ่อนอยู่ด้านหลังโกดังโดยมองลอดผ่านช่องเล็ก ๆ เข้ามา
หลังการโทรติดต่อยืนยันสถานที่และตำแหน่งระหว่างศรารมกับจามรเรียบร้อย ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงเคาะประตูเหล็กก็ดังขึ้น ซึ่งส่งเสียงดังก้องภายในโกดังจนแคทรีนสะดุ้งเฮือก
ผู้ที่เปิดประตูก้าวเข้ามาคือจามรที่ถือกระเป๋าเอกสารที่ถูกให้สับเปลี่ยนก่อนหน้านี้เพื่อให้สามารถตามรอยได้จาก GPS
จามรยืนนิ่งแสร้งปกปิดความหวั่นเกรงเอาไว้ เขาจับกระเป๋าเอกสารกระชับขึ้นแล้วเพ่งมองผ่านแสงไฟสลัวไปที่ชายสองคนในชุดสีดำสนิทสวมผ้าคลุมหน้ายืนอยู่ตรงข้ามห่างออกไปกว่า 10 เมตร
“Where's my daughter ?” จามรเอ่ยถามขึ้น
มหภพและวาทยาจึงก้าวเท้าไปซ้ายและขวาเพื่อให้เห็นแคทรีนผู้ซึ่งถูกมัดนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยมีศรารมยืนอยู่ด้านหลังจับไหล่ของเธอ
แค่เพียงจามรเห็นลูกสาวของตัวเองในสภาพถูกมัดมือมัดเท้าแบบนั้นหัวใจของผู้เป็นพ่อก็แทบสลาย “..ไม่เป็นไรนะลูก..พ่อมาช่วยแล้วนะ..” เขาวางกระเป๋าลงตรงหน้า “Let my daughter free !”
“Push the briefcase first.” มหภพกล่าว
ขณะที่จามรค่อย ๆ ก้มลงผลักกระเป๋าเอกสารที่มีเงินจำนวน 50,000 เหรียญ ศรารมก็ค่อย ๆ ปลดเชือกที่มัดมือของแคทรีนออก กระเป๋าเอกสารไถลตามพื้นมาได้กึ่งกลางพอดีกับระยะห่างของทั้งสองฝ่าย ส่วนแคทรีนพอมือของตัวเองถูกปลดเชือกออกก็เร่งปลดเชือกที่เท้าทันที เธอทำท่าจะก้าวออกจากเก้าอี้ แต่ศรารมรั้งแขนเอาไว้จากด้านหลัง
“Stop.Open your briefcase first.” ศรารมเอ่ย
นั่นหมายความว่าจามรต้องก้าวเดินเข้ามาที่กระเป๋าเอกสารซึ่งอยู่ใกล้พวกเขาครึ่งหนึ่งของระยะเดิม เขาลงมือเปิดเอกสารซึ่งทำให้ศรารมรู้ว่าประเป๋าเอกสารไม่ได้ใส่รหัสปลดล็อค พอเปิดออกก็เห็นธนบัตรดอลล่าร์สหรัฐจำนวนหนึ่งอยู่ในนั้น
จามรมองคนทั้งสาม หยิบธนบัตรปึกหนึ่งมาคลี่ให้ดู “It's real.”
“OK.Let her go.” มหภพชิงตัดสินใจก่อนที่ศรารมจะพูดอะไรออกมาอีก
ศรารมจึงปล่อยแขนแคทรีนอย่างง่าย ๆ เธอรีบวิ่งผ่านมหภพและวาทยาตรงไปหาพ่อของเธอ
“Dad..” แคทรีนร้องไห้จริง ๆ “I'm very scare.”
“I know..I know .Listen..Catrin..stay behind me.”
แค่เพียงชั่วเวลาอึดใจเท่านั้น จามรล้วงเอากระบอกปืนออกมาจากซิปภายในกระเป๋าเอกสารแล้วยิงในระดับสายตา เขาซึ่งนั่งยอง ๆ เพื่อเปิดกระเป๋าและคลี่ธนบัตร ดังนั้นในระยะสายตาของเขาจึงเป็นต้นขาของวาทยา..
แต่ทว่ากระสุนเฉียดต้นขาของวาทยา ไม่โดนเข้าเต็ม ๆ อย่างที่จามรคาดหวัง..
วาทยาสะดุ้งเฮือกและเซหลบไปด้านข้างและเพราะเขาตื่นเต้นกับเหตุการณ์จริงแบบนี้อยู่แล้วจึงยิ่งลนลานทำอะไรไม่ถูก แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งดีที่ทำให้จามรเผลอมองอาการตื่นตระหนกของวาทยา มหภพเองก็ตกใจไม่น้อยแต่ก็มีสติรีบก้าวไปแตะปืนออกจากมือจามรในทันที พอปืนกระเด็นหายไปในความมืดเขาก็เตะซ้ำเข้าที่ต้นคอของจามร
แคทรีนได้แต่กรีดร้องเมื่อเห็นพ่อของเธอล้มตามแรงเตะ เป็นจังหวะเดียวกับที่ศรารมตัดสินวิ่งออกมาดึงตัวเธอให้ลุกขึ้นยืนแล้วใช้มีดพกที่ถือไว้ขึ้นจ่อที่คางของเธอ
“DO NOT MOVE !!” ศรารมเน้นย้ำอย่างตื่นเต้น
จามรรีบลุกลี้ลุกลนพยุงร่างตัวเองมองไปที่ลูกสาว “Please...” เขาทำท่าจะคว้ากระเป๋าเอกสารเพื่อบอกว่าเงินทั้งหมดนี้จะเป็นของคนทั้งสามอย่างแน่นอน แต่มหภพไม่ไว้ใจจึงใช้เท้าปิดกระเป๋าแล้วเตะลากไปอีกทาง
“It's yours..it's yours...please let her go.” จามรพนมมือแม้จะคิดว่าอีกฝ่ายเป็นชาวต่างชาติ
“..เจ็บ..”
ให้ตายสิ..ศรารมหันควับไปทางวาทยาที่ยันตัวกับผนัง เอามือจับต้นขาแน่น เลือดไหลออกมา..ให้ตายเถอะ..ไอ้วาทยาดันเผลอพูดภาษาไทยออกมาแบบนี้..เขาเหล่มองไปที่จามรดูว่าจามรจะมีปฏิกิริยาอะไรกับคำพูดของวาทยาหรือไม่..
ไม่มี..หมอนี่คงห่วงลูกสาวมากจนไม่สนใจสิ่งรอบตัว
“Please let her go..”
“Don't have time...let her go.” มหภพหวั่นกลัวว่าจะมีผู้ติดตามของจามรมาจริง “Now !!”
ศรารมขยับมีดชี้ไปที่จามร แล้วก็เอากลับมาจ่อที่คอแคทรีน เขาเหล่มองวาทยาที่กัดฟันอดทน มองมหภพที่ส่งสายตามาที่เขา มองใบหน้าของแคทรีนในระยะประชิด สัมผัสได้ถึงกลิ่นกายของเธอ..
“We got that money..let her go.” มหภพยังพูดต่อ
แต่แคทรีนตื่นกลัวจนเกินความคาดหมายไปแล้ว ยิ่งไม่มีประพาสอยู่ด้วยเธอยิ่งคิดว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นจริง ๆ ก็ได้ เพือนสามคนนี้อาจจะเล่นอะไรเผลง ๆ ผิดแผนที่วางเอาไว้ก็ได้
มีดเล่มนี้ก็เป็นของจริง ถ้าเกิดมันพลั้งเผลอเสียบคอเธอขึ้นมาจริง ๆ ล่ะก็...
แคทรีนตัดสินใจรวบรวมความกล้าอ้าปากงับแขนของศรารม ศรารมสะดุ้งและส่งเสียงร้องออกมาทันที เขาเผลอกดมีดเข้ากับลำคอขอเธอก่อนจะเลื่อนมือออกหนี
เขาได้เฉือนลำคอเธอด้วยมีดพกอย่างไม่ตั้งใจ
จามรอ้าปากค้าง เลือดของลูกสาวหลั่งไหลออกมาจากลำคอขาวเนียนค่อย ๆ ซึมเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า จามรไม่คิดถึงความปลอดภัยของตัวเองอีกต่อไป เขาก้าวเข้าไปประคองลูกสาวที่กำลังจะทรุดลงบนพื้น
ศรารมก้าวถอย มองร่างของแคทรีนสลับกับมีดที่เปื้อนเลือดของเธอ
“Take her to hospital now !” มหภพบอกจามร แต่กลับฉุกคิดได้ว่าไม่ควรพูดออกไปแบบนั้น แคทรีนต้องไม่เป็นอะไรอยู่แล้วเพราะอีกเดี๋ยวคนที่ตามจามรก็จะถึง..ซึ่งอาจจะเป็นตำรวจ พอคิดได้แบบนั้นมหภพก็รีบวิ่งไปคว้าเอากระเป๋าเอกสารแล้วบอกกับเพื่อนสองคน “Run away!!”
มหภพวิ่งหายเข้าไปพร้อมกระเป๋าเอกสารไปทางด้านหลังโกดัง วาทยาฝืนวิ่งตามไป ศรารมทิ้งมีดของตัวเองอย่างหวาดกลัวก่อนวิ่งหนีหายไปเป็นคนสุดท้าย..
มีเสียงตะกุกตะกักดังมาจากด้านหลังโกดัง ประพาสที่อยากจะเข้ามาหาแคทรีนถูกเพื่อนรั้งเอาไว้..
จามรไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เขาอุ้มลูกสาวออกไปทางประตูเหล็กด้านหน้า จากนั้นโทรเรียก 000 ทันที (สายด่วนฉุกเฉินของประเทศออสเตรเลีย)