Bomb-ruined building #16 (เรือยนต์)

posted on 10 Mar 2009 20:04 by iqdetective
ตอนที่ 16 : เรือยนต์
    “ฉันเองไม่รู้ว่าไอ้ไฟแช็คแบบนั้นมันมีขายกลาดเกลื่อนขนาดไหนนะ  แต่เท่าที่รู้คือไฟแช็คทรงทหารจีนนั่นสามารถหาซื้อได้ที่ประเทศจีนแน่ ๆ เพราะว่ามันเป็นของที่ระลึกขายในสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ในเมืองซีอาน  สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของประเทศจีน..” มหภพพูดอย่างรวดเร็ว
    เพื่อนทั้ง 4 คน รวมทั้งราชาลและจามร ไม่เว้นแม้แต่อารยะกับพิรดา..ทุกคนต่างนิ่งอึ้งกับสิ่งที่มหภพอธิบาย
    พิรดาผงะถอยเหมือนจะทรุดลงนั่ง แต่ก็พยายามประคองตัวเองไว้
    ก่อนที่อารยะจะพามายืนอยู่ตรงหน้าบ้านพักตากอากาศของคุณศิราษฎ์นี้..ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่นาที..
    ...    
    อารยะเปิดประตูรถด้านคนขับที่ได้ถูกปลดล็อคโดยศรารมที่มีกุญแจรถของเขาอยู่และหวังจะขับรถของเขาหลบหนีออกไปจากหมู่บ้านริมทะเลแห่งนี้  แต่กลับพบว่าเขาได้ใช้เครื่องล็อคเกียร์ซึ่งมีกุญแจแยกจากพวงกุญแจที่ศรารมถืออยู่อีกที
    เขาก้าวพรวดเข้าไปเปิดช่องใส่ของด้านหน้าแล้วหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาอย่างระมัดระวัง
    “เธอถือนี่เอาไว้นะ” อารยะปิดประตูรถ ยื่นซองเอกสารนั้นให้พิรดาที่ยืนรออยู่
    “เอกสารอะไรหรือ..”
    “เอกสารการโอนทรัพย์สินบางส่วนของศรารมให้ฉัน”
    พิรดาตกใจ “หมายความว่านี่อารยะจะให้เค้าเซ็นหรือ”
    “บีบบังคับให้เซ็นต่างหาก  ไอ้ลูกนอกคอกนั่นไม่มีวันเซ็นโอนง่าย ๆ หรอก”
    พิรดากลืนน้ำลายลงคอ  รู้สึกเหมือนกำลังมองใครสักคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน..ที่ไม่ใช่อารยะ “ยังไง..”
    อารยะพาพิรดาเดินเข้าไปในตัวหมู่บ้านพร้อมกับอธิบายสิ่งที่เขาทำลงไป
    “..สองวันก่อนฉันมาที่นี่คนเดียวหลังจากไปงานศพของคุณศิราษฎ์  รู้สึกว่าตัวเองจะต้องเกิดอะไรขึ้นที่นี่โดยแผนของคนพวกนั้น  แถมยังได้ยินพวกนั้นคุยกันว่าจะมาพักผ่อนที่นี่หลังเสร็จงานศพและคุยกันเรื่องบริษัท  พวกนั้นมองฉันอย่างเหยียด ๆ ทุกครั้งที่เจอหน้า  ฉันจึงต้องป้องกันตัวไว้ก่อน  ฉันก็เลยเอาแผ่นสติกเกอร์ใสไปแปะกระจกหน้าต่างของบ้านพัก  และก่อนหน้าที่เธอจะมาฉันแอบเข้าไปในบ้านพักหลังนั้นของคุณศิราษฎ์แล้ว  จัดการลงกาวที่ขอบหน้าต่างทุกบานในบ้านพัก เตรียมแก๊สคาร์บอนมอนนอกไซด์เอาไว้ โดยเอามอเตอร์ของเรือยนต์ต่อเข้ากับท่อยางส่งแก๊สผ่านย้อนเข้าไปในบ้านพัก  เพราะรู้ดีว่าศรารมเป็นโรคหอบ  เมื่อมันสูดดมแก๊สเข้าไป โรคหอบมันต้องกำเริบ..สถานการณ์ที่เสี่ยงแบบนั้นมันจะต้องยอมเซ็นลายเซ็นให้อย่างแน่นอน”
    พริดาเบิกตาโพลงจ้องมองผู้ชายที่ชื่อารยะตรงหน้า “เธอคิดเองเหรอ..”
    “อือ.ก็ใช่น่ะสิ ไม่ได้ให้ไอคิวคิดให้หรอกนะ ขืนให้มันคิดก็คงต้องทักท้วงแน่นอน”
    “แต่ว่ามันไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยหรือไง ถ้าเกิดศรารมเค้าตายขึ้นมาจริง ๆ ล่ะ”
    อารยะฉุนกึก มองหน้าพิรดา “แล้วทีพวกมันเรียกฉันมาที่นี่ล่ะ..พวกมันคิดจะฆ่าฉันนะ ฉันก็แค่ซ้อนแผนย้อนกลับไปทำร้ายพวกมัน ไม่ถึงกับตายด้วยซ้ำ”
    “นี่เธอเตรียมการเอาไว้แทบทุกอย่างเลยเหรอ” พิรดาชูซองเอกสารขึ้นตรงหน้า
    “ก็ไม่ทุกอย่างหรอก  แต่ก็เกือบทุกอย่าง”
    “ไหนเธอบอกว่ารักคุณศิราษฎ์เหมือนพ่อไงล่ะ  แล้วทำไมทำกับลูกของเค้าแบบนี้”
    “ก็เพราะรักไง” อารยะดึงตัวพริดาเข้ามาหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ห่างจากบ้านพักของศิราษฎ์เพียงไม่กี่สิบเมตร “เพราะรู้ดีว่าถ้ามรดกของคุณศิราษฎ์ไปตกอยู่ในมือลูกไม่เอาไหนอย่างศรารมนั่นทุกอย่างต้องจบเห่แน่  แค่ตึกถล่มแค่นี้ก็เกินพอแล้ว”
    พิรดาสะบัดมือออกจากมือเขา “ก็เลยเสนอตัวเองเป็นคนดูแลมรดกอย่างนั้นเหรอ..เหตุผลของเธอมันฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลยนะ”
    อารยะมองพิรดาอย่างรู้สึกน้อยใจ “..เพราะเธอไม่รู้ว่าคุณศิราษฎ์ทำอะไรไว้บ้างก็เลยพูดกับฉันแบบนี้  ถ้าเธอรู้ว่าคุณศิราษฎ์เองก็ไม่ได้ดีเด่อะไร แล้วก็เคยโกงเพื่อนสนิทของตัวเองมาก่อนเธอจะไม่มีวันพูดกับฉันแบบนี้..” เขามีน้ำตาเอ่อล้นออกมา
    พิรดาชะงัก  เธอเพิ่งเคยเห็นน้ำตาของเขาเป็นครั้งแรก  จับมือเขาอีกครั้งแล้วบีบเบา ๆ
    “แล้วที่คุณศิราษฎ์ทำกับแม่ฉันเธอรู้บ้างหรือเปล่า” อารยะมองพิรดา ยกแขนปาดน้ำตาตัวเอง “พอรู้ว่าแม่ไม่ได้สวยงามเหมือนแต่ก่อน  ผู้ชายคนที่ชื่อศิราษฎ์นั่นก็ทิ้งแม่ไปอย่างไม่ใยดี  แล้วก็มาแสดงความเห็นใจอยากไถ่โทษกับตัวลูกชายของแม่อย่างฉัน ในตอนที่แม่ตายไปแล้ว..”
    พิรดาไม่รู้จะพูดอะไร ดึงแขนเขามาและโอบกอดเขา ตัวเขากระตุกถี่และสงบลงในที่สุด
    “เพราะฉะนั้นฉันถึงต้องเอาคืนพวกคนตระกูลกิจเจริญวัฒนไพบูลย์” อารยะบอก “เธอช่วยฉันนะ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว”
    “..ก่อนที่ฉันจะขับรถมาเธอบอกฉันว่าแค่อยากแก้เผ็ดพวกนั้นเฉยๆ  ฉันไม่คิดว่าเรื่องมันจะเลยเถิดมาแบบนี้..”
    “ไม่ ๆ..เธอไม่ต้องทำอะไร  แค่อยู่ข้าง ๆ ฉันก็พอนะ แล้วก็คอยระวังไอคิวที่กำลังจะมาเอาไว้ไม่ให้มันทำเสียแผน”
    พิรดากอดอารยะแน่นขึ้นอีก มือข้างที่ถือซองเอกสารก็จับแน่นขึ้น
    …
    เอกสารการโอนทรัพย์สินอยู่ในมือของอารยะเรียบร้อย  ไม่ว่ามหภพหรือใคร ๆ จะนึกอะไรเกี่ยวกับเรื่องการระเบิดตึกกิจเจริญวัฒนไพบูลย์หรือเรื่องไฟแช็ครูปทรงทหารจีนหรือเรื่องสุสุานจิ๋นซีฮ่องเต้ เมืองซีอาน ประเทศจีน หรืออะไรก็ตาม..ล้วนไม่เกี่ยวกับเขาอีกต่อไป
    ในเมื่อสิ่งที่เขาต้องการอยู่ในมือของเขาแล้ว
    อารยะยื่นมือไปควานหามือของพิรดาที่อยู่ด้านหลังตัวเขา พอคว้าได้เขาก็รีบพาเธอหลบหลีกหนีออกจากหน้าบ้านพักทันที
    “..เธอจะไม่ไปปิดเครื่องยนต์เรือก่อนเหรอ  เดี๋ยวศรารมก็ได้ตายจริง ๆ หรอก” พิรดาถูกเขาดึงแขนให้เดินตามออกมา
    “ไม่ต้องหรอก  น้ำมันเครื่องยนต์เรือมันมีไม่มาก  ป่านนี้คงหมดไปแล้ว”
    “ถ้างั้นตอนนี้เราก็จะกลับแล้วใช่มั้ย..”
    “ใช่..เรากลับตอนนี้แหละ”
    “แล้วไอคิวล่ะ  ที่ไอคิวบอกให้รอก่อน”
    อารยะหยุดฝีท้าว มองพิรดา “ไม่ต้องรอมันแล้ว  ขืนรอพวกนั้นมันคงฆ่าฉันตายก่อน  เดี๋ยวเราค่อยอธิบายกับมันทีหลัง”
    พิรดาจึงจำต้องยอมทำตามอารยะ พอมาถึงหน้ารั้วหมู่บ้าน เธอจึงเดินนำเขาไปที่รถที่จอดอยู่ริมถนน..
    …
    มหภพนอนเหยียดกับพื้น ยืนมือตัวเองผ่านช่องกระจกประตูที่แตกเพื่อคว้าเอากุญแจที่อารยะวางไว้บนเศษกระถางต้นไม้  พอคว้าได้ก็รีบไขกุญแจและปลดโซ่ออกทันที
    “ปล่อยมันหนีไปอีกจนได้” วาทยาทุบขอบหน้าต่างอย่างโมโห
    “แล้วนี่ยังไง..ตกลงกลายเป็นว่าแกก็ไม่มีสมบัติอะไรสักอย่างเหลืออยู่อีกเลย” ดนัยยืนกอดอกอยู่ปลายเท้าของศรารมที่นอนเหยียดบนโซฟา
    ศรารมยิ้ม นึกสมเพชตัวเอง “ทำไม..ฉันหมดประโยชน์กับพวกแกแล้วหรือไง”
    “เรื่องนั้นพอซะที  เรากลับกันได้แล้ว  ทุกอย่างมันจบแล้ว” ประพาสที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกตัวข้างดนัยเอ่ยขึ้น
    จามรลดผ้าเช็ดหน้าลงจากจมูก จากเดิมที่ยืนพิงผนังใกล้กับโทรทัศน์กลับเดินออกมาด้านนอกบ้านพักตรงที่อารยะเคยยืนอยู่เหมือนจะมองหาอารยะที่หายไป  แต่แล้วกลับหันมาหาทุกคน “ยังกลับไม่ได้..จนกว่าจะคุยเรื่องของลูกสาวฉัน...” เขาพูดได้แค่นั้นก็เซถลาคุกเข่าลงกับพื้นเหมือนคนหน้ามืดชั่วขณะ..
    มหภพที่ยืนอยู่หน้าประตูมองดูอาการของจามรแล้วจึงโพล่งออกมา “..เพราะแก๊สที่พวกเราสูดเข้าไปหรือเปล่า..”
    ต้องใช่แน่นอน..มหภพคิด  เพราะเขาเองพอก้มลงหยิบกุญแจขึ้นมาไขได้สำเร็จก็รู้สึกหน้ามืดไปวูบหนึ่งเหมือนกัน  แต่เขายังพอทนได้เพราะยังหนุ่มแน่นผิดกับจามรและราชาล
    ราชาลเองก็เริ่มรู้สึกเหมือนกับจามร  เขาจับขมับตัวเอง สะบัดศีรษะไปมา..
    ห้องรับแขกของบ้านพักโยกโคลงไปมาแล้วหมุนคว้างในที่สุด..จามรสลบแน่นิ่งไปคนแรกอยู่หน้าบ้านพัก ตามด้วย ราชาล  ศรารม มหภพ ดนัย  วาทยา และประพาส
    ...เราต้องนับ 1 ถึง 60 วินาทีในใจให้ครบ 1นาที..เริ่ม..หนึ่ง  สอง  สาม  สี่  ห้า ...
    พอแน่ใจว่าทุกคนหลับสนิทหมดแล้ว  คราวนี้ก็เป็นตาของฉันบ้าง..
    ขอบใจมาก  อารยะ..ขอบใจมาก  ศรารม  ขอบใจทุก ๆ คนที่ทำให้ฉันรู้ความจริงเรื่องนั้น..
    ในบรรดาคนจำนวน 7 คนที่นอนสลบเหมือดไม่เป็นท่า  มีคน  ๆ หนึ่งยันตัวลุกขึ้นอย่างเงียบ ๆ  เขาก้าวข้ามขาของอีกคนที่นอนหมดสติอยู่  รีบเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วใช้มือรองน้ำในอ้างล้างหน้าสาดหน้าตัวเองหลายครั้ง  หยิบเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าจุ่มน้ำจนเปียกแล้วปิดจมูกตัวเอง  เดินมาหยุดอยู่ที่มุมห้องมองคนทั้ง 6 ที่หลับไปเพราะฤทธิ์ของยาสลบที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ  เขาทดลองเตะขาใครคนหนึ่งใกล้ ๆ  พอแน่ใจว่าไม่ตอบสนอง จึงเดินออกมานอกบ้านพัก..จ้องมองเข้าไปในห้องรับแขกอยู่นานสองนาน..
    “ไม่มีวันอภัยให้ได้หรอก..ไม่มีวัน..”
    เขาล้วงหยิบขวดสเปรย์ขวดหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง..ใครก็ตามที่ส่งยาสลบนี่มาให้ฉัน..ต้องขอบคุณจริง ๆ..
    เขาเดินอ้อมเข้าไปหลังบ้านพักจึงพบสายยางต่อส่งก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์จากเรือยนต์ที่จอดเทียบฝั่งอยู่ไม่ไกล สายยางส่งตรงไปที่รูโหว่ในห้องครัวใกล้ถุงแก๊สหุงต้ม..
    ภายในเรือยนต์ที่จอดนิ่งอยู่  มีเกลลอนน้ำมันอยู่หนึ่งเกลลอนวางไว้อยู่ในเรือ บรรจุน้ำมันอยู่ครึ่งหนึ่ง..
    เขาบรรจงเทเกลลอนน้ำมันลงในถังบรรจุน้ำมันของเครื่องยนต์  จากนั้นจึงออกแรงดึงสายสตาร์ทอยู่ 2-3 ครั้งจนเครื่องยนต์ทำงาน..
    …
    โทรศัพท์มือถือของอารยะดังขึ้น  เขามองเบอร์ที่ปรากฏอย่างหวาด ๆ
    “ไอคิวเหรอ..” พิรดาหักพวงมาลัยเลี้ยวก่อนหันมามองเขา
    “เปล่า..ไม่ใช่ไอคิว”  อารยะหันหน้าจอโทรศัพท์มือถือให้พิรดาดู “คนนี้ต่างหาก”
    พิรดามองชื่อและเบอร์ที่ปรากฏอย่างงุนงง..
    “สวัสดีครับ คุณ..” อารยะกรอกเสียงใส่โทรศัพท์มือถือ
    “อารยะ..นายแน่ใจหรือว่านายจะขับรถกลับออกไปทั้งอย่างนี้” เขาเดินออกห่างจากเรือยนต์ตรงมาที่บ้านพัก
    “ทำไมหรือครับ..ผมก็ไม่จำเป็นต้องอยู่อีกแล้วนี่”
    “นายแน่ใจหรือว่าเอกสารนั่นน่ะใช้ได้”
    อารยะขมวดคิ้ว “ใช้ได้แน่นอนครับ  ผมพิมพ์เอกสารนั่นถูกต้องแน่นอน  ลายเซ็นของศรารมก็ถูกต้องด้วย”
    “งั้นหรือ..นี่นายไม่สมกับเป็นคนสนิทชิดใกล้ของคุณศิราษฎ์เลยนะ”
    อารยะเริ่มไม่เชื่อมั่น เขายื่นมือไปบอกให้พิรดาชะลอรถ “หมายความว่าไง..”
    “งั้นก็กลับมาก่อนสิ”
    “คุณหมายความว่าไง..”
    “นายกลับมาก่อน แล้วก็จะรู้เอง” เขากดวางสายไปในทันที
    “เลี้ยวกลับ พิรดา..” อารยะบอก
    “ทำไม มีอะไร เค้าโทรมาทำไม..”
    “บอกให้เลี้ยวกลับก็เลี้ยวกลับเถอะน่า..”
    พิรดาชะงักมองเขา  ชะลอรถแล้วเลี้ยวกลับไปอีกเลนหนึ่งของถนน..
    …
    ไอคิวจอดรถข้างทางทันที  เขาพยายามรื้อค้นเอกสารที่ได้มามากมายที่วางอยู่บนเบาะข้างคนขับ
    “ยังไงนะครับ..” ไอคิวถามย้ำกับปลายสาย  เขาใช้หูฟังต่อเข้ากับโทรศัพท์มือถือเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับรุ่นพี่ที่สำนักพิมพ์ของหนังสือพิมพ์คนเดิม
    “เมื่อกี้นี้เพิ่งมีนักข่าวคนหนึ่งเอาเทปมาขาย  บอกว่าเป็นเทปลับที่ยังไม่ได้เปิดเผยที่ไหนมาก่อน”
    “นักข่าว..เทปอะไรหรือครับ”
    “มันเป็นเทปที่อัดสำเนามาจากเทปกล้องวงจรปิดในห้องสูบบุหรี่ของตึกกิจเจริญวัฒนไพบูลย์”
    ไอคิวชะงักทันที เขายิ้มอย่างดีใจ “งั้นหรือครับ  แล้วมันเป็นยังไง”
    “เดี๋ยว ๆ..ก่อนอื่นนายต้องสัญญาก่อนว่าพอรู้ตัวคนร้ายและสะสางคดีนี่แล้วแล้วนายจะบอกพี่เป็นคนแรก ให้หนังสือพิมพ์ของพี่ได้พาดหัวข่าวก่อน”
    “ได้เลยครับ..ไม่มีปัญหา”
    “โอเค..ถ้างั้นก็จะบอกล่ะนะ..ภาพในกล้องวงจรปิดนั้นมีคนที่ชื่อมหภพกำลังสูบบุหรี่อยู่..”
    ไอคิวนั่งนิ่งฟัง.. “..ตู้ปลาหรือครับ..”
    “อืม..อ้อ..แล้วก็หลังจากนั้นก็มีอีกคนหนึ่งเข้าไป..แต่คิดว่าคงไม่น่าเกี่ยวเท่าไหร่”
    “ใครหรือครับ..”
    รุ่นพี่เอ่ยชื่อหนึ่งออกมา..
    ไอคิวพยักหน้าช้า ๆ กลายเป็นว่าแทนที่เขาจะตกใจแต่เขากลับดูเหมือนมั่นใจอะไรบางอย่างมากขึ้น
    “ครับ..แต่เรื่องกรอบข่าว  ยังไง ๆ ก็คงเลี่ยงให้ไปอยู่หน้าอื่นไม่ได้ใช่มั้ยครับ..”
    “ไม่ได้สิ..นี่มันข่าวดังที่คนสนใจนะ ขืนให้เอาไปลงหน้าอื่น บก. ก็ด่าพี่ตายสิ..ทำไมมีอะไรหรือ”
    “เปล่าหรอกครับ..ผมแค่ไม่อยากเห็นข่าวอาชญากรรมลงหน้าหนึ่งบ่อย ๆ ก็เท่านั้นเอง..” ไอคิวรื้อเองก็อีกครั้ง  หยิบเอารูปถ่ายรูปหนึ่งขึ้นมา..
    รูปนั้นคือภาพสุสุานจิ๋นซีฮ่องเต้ ในเมืองซีอาน ประเทศจีน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Recommend