ก่อนอื่นต้องขอโทษผู้ที่ติดตาม IQ Detective ที่หายไปนานข้ามเดือน เนื่องจากเรื่องเดิมคืองานล้นจนไม่มีเวลาเขียนต่อ (ข้ออ้างชัด ๆ) และตอนนี้เขียนยากมาก ๆ (เหนื่อย...)

ขอขอบคุณมาก ๆ สำหรับผู้ที่ติดตามครับ แม้จะหายไปนานแต่พอเข้ามาดูกราฟสถิติก็ยังคงขึ้นลงสม่ำเสมอ และ IQ Detective อาจจะมีข่าวดีเร็ว ๆ นี้ (ยังไม่คอนเฟิร์ม)

ขอบคุณจากใจจริงครับ

ปล. ผมจะพยายามอัพเดท index ของทุกตอนนะครับ เพราะถ้าอ่านย้อนหลังมันจะไม่มีปุ่ม previous หรือ มีก็ต้องกดจนมือหงิกแน่ ๆ

 ตอนที่ 15 : ลายเซ็นและสุสาน
    มหภพหน้าซีดเผือดมองเพื่อน ๆ ทั้ง 4 คน รวมทั้งราชาลและจามร
    “จริง ๆ แล้วนายยังเลิกบุหรี่ไม่ได้” ศรามรมขบกรามแน่น รู้สึกผิดหวังในตัวเพื่อนที่โกหกเรื่องไม่เป็นเรื่อง “แต่กลับมาหลอกพวกเราว่านายเลิกบุหรี่ได้แล้ว พกหมากฝรั่งสำหรับแก้อาการอยากบุหรี่เอาไว้ตลอดเวลา”
    บัดนี้ทุกคนในห้อจดจ้องมาที่มหภพด้วยข้อหาที่เขาโกหกเรื่องการสูบบุหรี่และการที่มีเขาอยู่ในห้องสูบบุหรี่เมื่อวันเกิดเหตุตึกระเบิด  โดยลืมนึกถึงเรื่องการมีอยู่ของวิดีโอเทปม้วนนั้นไปเสียสนิท
    “หลังจากที่ผลักคนแก่คนนั้นแล้วนายเดินออกไปไหน  ไปฆ่าเค้าใช่หรือเปล่า” ศรารมคาดคั้น
    “ฉ..ฉันยอมรับว่าเข้าไปสูบจริง ๆ แต่ว่านั่นมันก็แค่เรื่องบังเอิญ  ไอ้แก่นั่นอยู่ดี ๆ ก็มาปัดเอาบุหรี่ที่ฉันสูบทิ้งแล้วก็เอาไฟแช็คโยนลงตู้ปลา  ฉันก็ฉุนขึ้นมาก็เท่านั้นเอง”
    “ฉันถามว่า หลังจากนั้นนายเดินออกไปไหน” ศรารมตะคอก
    “ก็ออกมาหาพวกแก ขึ้นไปชั้นสามสิบเก้ากับพวกแกไง” มหภพฉุนเฉียวตะคอกกลับบ้าง “แล้วบนชั้นสามสิบเก้า บนทางเดิน..ฉันก็ดันไปเห็นไฟแช็ครูปทรงทหารจีนนั่นตกอยู่..ไม่ใช่สิ มันตั้งอยู่บนพื้นติดชิดผนังอย่างดิบดี  ฉันที่ยังหงุดหงิดไม่หายที่ไอ้แก่คนนั้นทิ้งไฟแช็คไป แถมจมูกตอนนั้นก็ได้กลิ่นหลงเหลือของบุหรี่โชยมา พอมองไปที่ทางเดินเห็นมันเข้าก็รีบหยิบใส่กระเป๋าทันที”
    “เดี๋ยว..” ประพาสจ้องหน้ามหภพ “นายหมายถึงไฟแช็คที่นายจุดในห้องนั่นน่ะรึ  ตกลงนั่นไม่ใช่ของนายอย่างนั้นหรือ”
    ราชาลยกมือขึ้นปรามทุกคนบ้าง “..ไฟแช็คนั่นเป็นตัวจุดระเบิดไม่ใช่หรือ ข่าวมันออกมาแบบนี้  คนที่ชื่ออัครานั่นยอมสารภาพแล้วว่าได้ใช้ไฟแช็ครูปทรงทหารจีนเป็นตัวจุดระเบิดตึกน่ะ  แล้วทำไมไฟแช็คนั่นถึงมาอยู่ที่นายได้ล่ะ”
    “แต่ก่อนหน้าที่ตึกจะระเบิดฉันก็ไม่ได้ไปกดอะไรมันเลยนะ  ถ้าจะบอกว่าไฟแช็คนั่นที่ฉันเก็บได้เป็นรีโมทอะไรล่ะก็  คงไม่ใช่..” มหภพปฏิเสธเสียงแข็ง
    “แปลว่ามีสองอัน” ดนัยเอ่ยขึ้น เอามือเกาคางใช้ความคิด “ที่แกอันหนึ่งซึ่งไม่ใช่รีโมท กับที่คนที่ชื่ออัคราอันหนึ่งที่เป็นรีโมทของจริง”
    “ไม่ ๆ..” ราชาลครุ่นคิด “ข่าวบอกว่าพบไฟแช็คที่เป็นตัวจุดระเบิดหรือส่งสัญญาณที่ห้องสูบบุหรี่นั่นนะ”
    จามรนั่งนิ่ง ทนฟังคนทั้งหมดสนทนากันโดยที่ลืมเรื่องของแคทรีน ลูกสาวของเขาไปเสียสนิท
    “คนที่ชื่ออัครานั่นอาจจะวางแผนแกล้งทิ้งไฟแช็คไว้ในห้องสูบบุหรี่ หวังให้ไอ้พวกติดบุหรี่อย่างแกหยิบมันขึ้นมากดก็ได้” วาทยาดีดนิ้วดังเปาะแล้วชี้ไปที่มหภพ
    ศรารมสูดหายใจฟึดฟัดเอนตัวพิงบานหน้าต่างที่ปิดสนิท
    “ว่าแต่คุณเถอะ ทำไมผู้ต้องหาอย่างคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ” ประพาสเห็นว่าเรื่องของเขาที่เกียวข้องกับผู้หญิงที่ชื่อแคทรีนสงบลงและไม่มีใครกล่าวถึงแล้วจึงเอ่ยถาม ชี้ไปยังราชาล
    “ผมน่ะหรือผู้ต้องหา” ราชาลชี้ตัวเอง “หลักฐานไม่เพียงพอตำรวจไม่รั้งตัวเอาไว้หรอกครับ ยังไงผมก็ไม่ได้ฆ่าคุณศิราษฎ์อยู่แล้ว  ผมบอกตั้งกี่ครั้งว่าอัครานั่นต่างหากที่ฆ่า”
    “นี่พวกแกได้กลิ่นอะไรแปลกหรือเปล่า..” วาทยาแทรกขึ้น ยื่นจมูกสูกดมไปทั่ว “..เหมือนกลิ่นไหม้ผสมกลิ่นไอดิน”
    พอวาทยาทักขึ้นทุกคนก็เริ่มรู้สึกว่ามีกลิ่นที่ว่าโชยเข้ามา ในขณะที่หน้าต่างทุกบานปิดสนิท มีแค่ประตูเท่านั้นที่เปิดอ้า
    กลิ่นนั้นรุนแรงขึ้นทุกขณะจนวาทยาต้องเดินวนเวียนตามหาที่มาของกลิ่น เข้าไปในห้องนอน 3 ห้อง ห้องครัวเล็ก ๆ แล้วเดินกลับออกมายังห้องรับแขก
    จังหวะที่ทุกคนกำลังหาต้นตอของกลิ่นนั้น ประตูบ้านพักที่ศรารมทำกระจกแตกไปช่องหนึ่งก็ถูกทำให้แตกอีกช่องแล้วถูกคล้องสองบานเข้าด้วยกันด้วยโซ่เส้นหนา ล็อคด้วยแม่กุญแจ
    ทั้งหมดเกิดขึ้นรวดเร็วจนทุกคนในบ้านพักได้แต่นิ่งอึ้ง
    “ไอ้อารยะ”
    อารยะปล่อยมือออกจากแม่กุญแจ เบื้องหลังมีพิรดายืนอยู่ไม่ห่างกัน เขามองเข้าไปในบ้านพัก มองทุกคนที่ยืนนิ่งงุนงง  จากนั้นโบ้ยสายตาให้ทุกคนมองไปที่ศรารม  ทุกคนจึงหันไปมองศรารมทันที
    ศรารมที่ยืนพิงหน้าต่างค่อย ๆ ทรุดลงเนื้อตัวเกร็งไปหมด  หลังของเขาพาเอาผ้าม่านขึงตึงจนหลุดออกมาจากราวเส้นลวดเล็ก ๆ เหนือบานประตู  เขานั่งลงเต็มแรงจนกระทบพื้นเสียงดัง พยายามสูดหายใจอย่างหนักหน่วง ตาขวางมองเพื่อนของเขา
    “เฮ้ย อาการหอบมันกำเริบ”  ประพาสตรงรี่เข้าไปประคองตัวศรารม “ยาแก้หอบของมันอยู่ไหน”
    “นี่แก!!” ดนัยหันไปมองอารยะอย่างเหลืออด
    “เปิดหน้าต่างสิวะ” วาทยาชี้ไปที่หน้าต่างแล้วตรงไปเปิดหน้าต่างเหนือโซฟาที่จามรนั่งอยู่
    “ทำไมทำแบบนี้” มหภพจ้องอารยะ “นายพยายามจะช่วยฉัน แต่ทำไมถึงได้ทำกับศรารมแบบนี้”
    “เปิดไม่ออก..หน้าต่างเปิดไม่ออก ให้ตายสิ” วาทยาพยายามดันขอบบานหน้าต่าง
    ศรารมหอบหายใจจนตัวโยนไปมาบนอ้อมแขนของประพาส ขาก่ายพื้นดิ้นทุรนทุราย
    “นายทำอะไรลงไป” ราชาลมองขาทั้งสองข้างของศรารมแล้วหันไปทางอารยะที่ยืนนิ่งด้านนอก โดยมีพิรดาเขย่าแขนเขาบ่งบอกว่าไม่เห็นด้วยกับการกระทำในครั้งนี้ “นายจะฆ่าเขานะ”
    “ยาอยู่ในรถ..ทำไงดี” ประพาสโพล่งออกมาเมื่อนึกออกว่าศรารมคงไม่ได้หยิบยาออกมาจากกระเป๋าในรถ
    “นี่นายวางแผนให้เป็นแบบนี้หรือไง..” มหภพเดินเข้าไปใกล้ตัวอารยะ คิดจะล้วงมือผ่านช่องกระจกที่แตกเพื่อกระชากคอเสื้ออารยะ แต่ก็หยุดความคิดนั้นไว้
    อารยะยิ้มอย่างเลือดเย็น “พวกนายทำฉันก่อน”
    “แต่นี่นายวางแผน  นายต้องวางแผนมาก่อนถึงทำแบบนี้ได้  นายทำให้หน้าต่างเปิดไม่ได้ ปล่อยแก๊สอะไรบางอย่าง แล้วก็เอาโซ่นี่มาขังพวกเราไว้” มหภพชี้โซ่ตรงหน้า
    “ก็เป็นแผนที่ฉันจะตัดสินใจทำหากพวกนายทำฉันก่อน” อารยะชูแคปซูลยาเม็ดหนึ่งขึ้นมา “ยาแก้หอบอยู่นี่..”
    มหภพยื่นมือผ่านช่องกระจกทันทีโดยไม่ทันระวังเศษกระจกแหลมที่ติดอยู่ เขาสะดุ้งชักมือกลับเมื่อรู้ตัวว่าโดนกระจกบาด พร้อม ๆ กันที่อารยะถอยห่างหนึ่งก้าว
    อารยะมองผ่านกระจกเข้าไปยังศรารมที่จ้องเขม็งเกร็งมาที่เขา “แลกเปลี่ยน..”
    พิรดายื่นซองสีน้ำตาลยื่นให้อารยะทันทีด้วยสีหน้าเป็นกังวลกลัวว่าศรารมจะหมดลมหายใจไปก่อน
    วาทยาใช้ก้นแจกันที่หยิบเอามาจากข้างโทรทัศน์ทุบลงไปบนกระจกหน้าต่างทุกช่อง  จามรเบี่ยงตัวหนีไปยืนอยู่อีกฝั่ง  แต่กระจกที่แตกกลับค้างอยู่ไม่กระจายลงพื้นด้านนอก
    “แก..ไอ้อารยะ”วาทยาหันมาชี้หน้าอารยะ “..มันแปะสติกเกอร์ใสด้านนอก”
    ดนัยหันไปมองกระจกที่แตก “ทุบมันออกไป แค่สติกเกอร์ไม่หนามากหรอก”
    “ข้างในซองนี่มีเอกสารมอบทรัพย์สินส่วนของศรารมให้ผม ผมเซ็นแล้วเหลือแต่ศรารมเท่านั้น”
    “นี่มันจะมากไปแล้วนะ” ประพาสตะโกนออกมา ยกตัวศรารมขึ้นอุ้ม พยายามดันศีรษะเขาชิดช่องหน้าต่างที่เป็นรูโหว่เพื่อให้เขาไดสูดอากาศข้างนอก
    “สรุปว่าแกอยากได้ทรัพย์สินของคุณศิราษฎ์จริง ๆ” มหภพตีสีหน้าเย้ยหยัน “แกมันก็แค่ไอ้พวกโจรสกปรก ๆ คนหนึ่ง”
    “คงไม่มีใครสกปรกไปมากกว่าคุณศิราษฎ์อีกแล้วล่ะ”
    “ยอมมันไปก่อนเถอะ เพื่อนนายจะตายเอานะ” ราชาลบอกมหภพ
    จามรยืนพิงโทรทัศน์มองดูอย่างไม่สะทกสะท้าน
    ,มหภพถอนหายใจเฮือกใหญ่ คว้าเอาซองที่อารยะยื่นให้แล้วเปิดออกทันที
    “ได้อากาศข้างนอกแล้วคิดว่าคงพอมีสติเซ็นลายเซ็นสวย ๆ นะครับ” อารยะกล่าวกับศรารม
    ราชาลคว้าเอาปากกาที่เหน็บอยู่ในกระเป๋าเสื้อยื่นให้มหภพทันที “เอาปากกานี่ไป..”
    มหภพรับปากกานั้นมา มองผ่านตัวหนังสือในใบเอกสารแวบหนึ่งแล้วรีบวางลงบนโต๊ะรับแขกทันที “แกฝืนใจเซ็นหน่อยนะ..”
    ประพาสดึงตัวศรารมที่เริ่มทุเลาจากอาการหอบมานั่งบนโซฟาตรงหน้าเอกสาร
    “เซ็นไปเถอะครับ ไม่ต้องเสียดาย” ราชาลคะยั้นคะยอจนจามรเริ่มผิดสังเกต “เชื่อผม..”
    ศรารมได้สัมผัสกลิ่นแก๊สแปลก ๆ อีกครั้ง ยิ่งรู้สึกพะอืดพะอม จ้องหน้าอารยะอย่างเคียดแค้น มือถือปากกาสั่นเทา  เขากลั้นหายใจแล้วเซ็นลายเซ็นลงบนช่องว่างที่มีกากบาทเล็ก ๆ บ่งชี้ไว้ พอเซ็นเรียบร้อยเขาทิ้งปากกาทันทีแล้วหุนหันพลิกตัวกลับไปหาช่องหน้าต่างอีกครั้ง
    “เอายามา” มหภพตะโกนใส่อารยะ
    อารยะใช้นิ้วดีดยาเข้าไปข้างใน  ยาตกลงบนพื้นใกล้ประตู
    ..พอมหภพดันยาแก้หอบเข้าปากของศรารมสำเร็จ  ไม่กี่วินาทีต่อมาศรารมก็ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาทันที
    เมื่อสถานการณ์ของศรารมดูเหมือนจะสงบลง  จามรจึงก้าวเดินเข้ามาหาอารยะที่ประตูแล้วเอ่ยถามเขา
    “เมื่อครู่นี้นายพูดว่าไม่มีใครสกปรกไปกว่าคุณศิราษฎ์  นายหมายความว่ายังไง”
    อารยะมองจามรครู่หนึ่ง  จากนั้นมองผ่านเข้าไปยังทุกคนอีกครั้ง เห็นว่าทุกคนเองก็หันมาด้วยความอยากรู้ ยกเว้นศรารมที่ยังนอนสนใจแต่กับลมหายใจของตัวเอง  เขายิ้มที่มุมปาก
    “เป็นเวลาหลายปีที่ผมรู้จักคุณศิราษฎ์..จนได้มาทำงานกับเขา ผมจึงพอรู้เรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทกิจเจริญวัฒนไพบูลย์มากพอ แถมยังรู้ดีกว่าลูกชายผู้ไม่เอาไหนของคุณศิราษฎ์ด้วยซ้ำ แต่ก่อนที่จะเล่าเรื่องนี้ ผมขอเอกสารคืนด้วยครับ”
    เพื่อนทั้ง 4 คนจ้องเอกสารที่อยู่บนโต๊ะเขม็ง มหภพทำท่าจะคว้ามัน แต่ราชาลกลับชิงดึงเอกสารแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านก่อน
    “..ได้ยินยอมมอบทรัพย์สิน อันได้แก่ ที่ดินและอาคารกิจเจริญวัฒนไพบูลย์ รวมทั้งหุ้นในบริษัททั้งหมดให้แก่ นาย อารยะ  ทุติยะ..” ราชาลเงยหน้าขึ้นจากเอกสารแผ่นนั้นมองอารยะที่ยังยืนนิ่งไม่สะสกสะท้านใด ๆ “ฉันขอนับถือในความฉลาดของนายจริง ๆ” เขายื่นแผ่นเอกสารสอดผ่านช่องประตูให้แก่อารยะ
    จามรมองราชาลอย่างเคลือบแคลงสงสัย แต่ก็ต้องเก็บเอาไว้ในใจเพราะมีอย่างอื่นที่สำคัญกว่าในตอนนี้
    “เชิญเล่าเรื่องของนายมา” ราชาลยังคงต้องการฟังต่อ แต่ประพาสกลับท้วงขึ้น
    “แกเปิดประตูให้พวกเราก่อน”
    อารยะยิ้ม “ได้สิครับ” เขาก้มลงหยิบเศษกระถางที่ถูกระเบิดก่อนหน้านั้นขึ้นมาทุบช่องกระจกประตูอย่างอย่างง่ายดาย “บังเอิญว่าผมไม่ได้ติดสติกเกอร์ใสตรงประตูน่ะครับ”
    วาทยากัดฟัดกรอดมองอารยะอย่างแค้นเคือง เขาไม่คิดที่จะทุบกระจกประตูเลยด้วยซ้ำ เพราะมีอารยะยืนอยู่ตรงนั้น ซ้ำมหภพยังยืนโต้ตอบอยู่ด้วยกัน
    กระจกแตกกระเด็นเข้าไปด้านใน ราชาลกับมหภพต้องถอยหนี
    “ผมจะวางกุญแจเอาไว้ตรงนี้” อารยะล้วงกุญแจจากกระเป๋ากางเกงออกมาวางบนเศษกระถางที่เข้าใช้ทุบกระจก
    “นายรู้อะไรเรื่องพ่อฉัน..บอกมาเดี๋ยวนี้” ศรารมเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรกหลังจากเกิดอาการหอบกำเริบ ทั้ง ๆ ที่ยังหลับตาและสูดหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ
    อารยะหัวเราะในลำคอ  พิรดาเองก็จ้องมองเขาอยู่ด้านหลังด้วยความตื่นเต้น
    “คนที่ชื่ออัครา คนที่ยอมรับว่าได้วางระเบิดตึกกิจเจริญวัฒนไพบูลย์ แท้ที่จริงแล้วก็คือหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทกิจเจริญวัฒนไพบูลย์หรือชื่อเดิมคือ บริษัทอัคราษฎ์”
    ร่างของศรารมกระตุกนิดหนึ่ง  แต่เพราะนอนหันศีรษะมาทางประตูบ้านพักจึงไม่อาจมองหน้าอารยะได้
    “เรื่องนั้นพอมีเค้าความจริงอยู่” จามรเอ่ยขึ้น “เพราะเหตุนี้หรือ อัคราถึงได้ระเบิดตึกกิจเจริญวัฒนไพบูลย์”
    “ครับ..เพราะว่าคุณศิราษฎ์ พ่อของคุณศรารมฮุบกิจการเอาไว้คนเดียว  คุณอัคราจึงโกรธแค้นและเก็บความแค้นนั้นมาตลอดเวลา หวังว่าสักวันจะได้แก้แค้นเพื่อนทรยศคนนี้”
    เพื่อนทรยศ..ศรารมรู้สึกเหมือนโดนเข็มทิ่มแทง  คำ ๆ นี้เพิ่งเกิดขึ้นกับเขาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
    “นายรู้หรือว่าคุณศิราษฎ์โกงยังไง” จามรถาม
    “เรื่องนั้นผมรู้แค่เพียงคุณศิราษฎ์อาศัยจังหวะที่คุณอัคราไปดูงานที่ต่างประเทศ และมอบหมายให้คุณศิราษฎ์อนุมัติงานทุกอย่างที่เมืองไทย”
    “ประเทศจีนน่ะรึ  เคยได้ยินว่าสมัยนั้นคุณศิราษฎ์คิดจะไปบุกเบิกเปิดบสาขาที่นั่น”
    “ครับ..คงจะเป็นอย่างนั้น”
    มหภพเตะเศษกระจกเดินเข้ามาใกล้อารยะ “เดี๋ยว ต่างประเทศนั่นประเทศจีนแน่นะ”
    อารยะจ้องหน้ามหภพ ก่อนที่จะหลบสายตา “ใช่ครับ..”
    “ทำไมมันลงล็อคทุกอย่างเลยล่ะ” มหภพหันกลับมาทางเพื่อนของเขา
    “อะไร แกจะมาแก้ตัวอะไรอีก” ดนัยต่อว่าเพื่อน
    “โถ่เว้ย..นี่พวกแกยังติดใจไอ้เทปบ้า ๆ นั่นอีกเหรอ อาจจะเป็นไอ้อารยะนี่ก็ได้ที่มันเอามายัดเยียดให้ดู” มหภพชี้ไปด้านหลัง
    “แกอย่าพยายามป้ายความผิดให้ใครดีกว่า” ประพาสยังสงสัย “มันไม่สำคัญหรอกว่าใครจะเอาเทปนั่นมา มันสำคัญที่มีแกอยู่ในเทปนั่นต่างหาก”
    มหภพเตะเศษแก้วอย่างโมโห “ฟังก่อนสิ !!..ที่บอกว่ามันลงล็อคก็คือไฟแช็คนั่นน่ะ  ไฟแช็ครูปทรงทหารจีนนั่น”
    ราชาลหรี่ตามองมหภพ พอจะเข้าใจที่เขาพยายามสื่อ  แต่เพื่อน ๆ ของเขายังมองด้วยสายตาบ่งบอกความไม่แน่ใจ
    “ฉันเองไม่รู้ว่าไอ้ไฟแช็คแบบนั้นมันมีขายกลาดเกลื่อนขนาดไหนนะ  แต่เท่าที่รู้คือไฟแช็คทรงทหารจีนนั่นสามารถหาซื้อได้ที่ประเทศจีนแน่ ๆ เพราะว่ามันเป็นของที่ระลึกขายในสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ในเมืองซีอาน  สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของประเทศจีน..”
    วาทยาดีดนิ้วอย่างลืมตัว  ศรารมก็เด้งตัวลุกขึ้นหันมามองมหภพ
    เพื่อนทั้ง 4 คน รวมทั้งราชาลและจามร ไม่เว้นแม้แต่อารยะกับพิรดา..ทุกคนต่างนิ่งอึ้งกับสิ่งที่มหภพอธิบาย..

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Recommend