Bomb-ruined building #14 (รีเพลย์)
posted on 18 Feb 2009 16:59 by iqdetective
ตอนที่ 14 :
รถจำนวน 5 คันที่จอดเรียงกันในโรงรถที่ทำขึ้นจากโครงเหล็กและหลังคากระเบื้องอย่าง่ายถูกปล่อยลมยางออกหมดทุกคัน..3 คันแรกเป็นของกลุ่มของศรารมที่ขับมาที่บ้านพักตากอากาศนี้ ส่วนอีก 2 คันเป็นของราชาลและจามร
แต่รถของอารยะจอดอยู่คนละที่ห่างออกไปไม่ไกล ไม่ได้ถูกปล่อยลมยาง..
ศรารมคว้ากุญแจรถที่ยึดมาได้จากเพื่อน กดรีโมทปลดล็อคแล้วมุดเข้าไปในรถ ไม่กี่วินาทีก็โผล่ออกมาสบถคำหยาบคายใส่รถพร้อมกับเตะยางรถยนต์ หันมาทางทุกคนที่ตามกันมาด้วย
“มันล็อคเกียร์..” ศรารมบอกทุกคน “ต้องมีกุญแจสำหรับไขตัวล็อคเกียร์อีกอัน”
หลังจากที่จามรเปิดเผยตัวว่าเป็นพ่อของแคทรีน ผู้หญิงซึ่งเคยเป็นแฟนของประพาสสมัยเรียนอยู่ที่ออสเตรเลีย แล้วบทสนทนาไม่ได้คืบหน้าไปไหน จนมหภพต้องตัดบทด้วยการเสนอว่าควรออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วค่อยหารือกันใหม่ทีหลังอีกครั้ง
“แปลว่าเราก็ออกไปจากที่นี่ไม่ได้อยู่ดีใช่มั้ย” จามรเอ่ย แต่กลับรู้สึกยินดีที่จะอยู่ต่อ “ถ้าอย่างนั้นเรามาคุยเรื่องที่ค้างกันเอาไว้ต่อ..”
แม้ตอนแรกจามรจะหัวเสียเมื่อเห็นว่ารถของตัวเองถูกปล่อยลมยางเหมือนกับคันอื่น ๆ แต่มาตอนนี้กลับรู้สึกขอบคุณอารยะอยู่ลึก ๆ ถ้าหากเขาเป็นคนจัดการให้เหตุการณ์เป็นแบบนี้
กระจกประตูบ้านพักของศิราษฎ์จึงถูกเศษกระถางต้นไม้ที่ระเบิดเขวี้ยงเข้าใส่จนแตกเป็นรู ศรารมสอดมือเข้าไปแล้วปลดกลอนประตูด้านใน เปิดประตูออกให้ทุกคนได้ก้าวเข้าไป
“สรุปว่าเราต้องอยู่ในนี้..” ศรารมบอกทุกคน แต่ตามองกระจกที่แตกกระจายบนพื้น “จนแล้วจนรอดก็ต้องพังเข้ามา”
“ความจริงยังมีบ้านพักอีกหลังที่ผมเข้าไปก่อนหน้านี้นะ” ราชาลเอ่ยขึ้น “ถ้าใครสักคนต้องการให้พวกเราอยู่ที่นี่ ผมขอไปอยู่ที่บ้านพักหลังนั้นดีกว่า”
“ใครสักคนหรือครับ..” ดนัยหรี่ตามองเขา
“ผมยังไม่ปักใจเชื่อหรอกนะว่าคนที่ชื่ออารยะที่พวกคุณอ้างน่ะจะเป็นคนทำ เพราะตั้งแต่มาที่นี่ผมยังไม่เห็นเขาเลยด้วยซ้ำ แล้วก็ที่คุณศรารมโทรหาเมื่อครู่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นใครเอามาแหกตาก็ได้..”
“นี่คุณ..” ศรารมตั้งท่าจะก้าวไปหา แต่ประพาสรั้งไว้ “เรื่องจริงนะ ทำไมผมต้องโกหกคุณด้วยล่ะ”
“ช่างเถอะ” จามรตัดบท นั่งลงบนโซฟาอย่างเหนื่อยหน่าย “แล้วจะเอาไงต่อ”
“ไอ้อารยะมันกำลังคิดจะทำอะไรต่อล่ะ” วาทยาเอ่ยขึ้น
“มีคนเขียนอะไรแปะเอาไว้ตรงนั้นน่ะ” จามรที่นั่งหน้าโทรทัศน์มองแผ่นกระดาษที่แปะอยู่บนจอ
ดนัยที่ยืนใกล้สุดดึงกระดาษแผ่นนั้นมาอ่านทันที “เปิดเทปนี่ดู” เขารีบหันกลับไปมองหาเทป มีม้วนเทปสำหรับบันทึกซ้ำได้วางอยู่ “..นี่มีใครสังเกตบ้างหรือเปล่าว่าเทปนี่อยู่ตรงนี้ก่อนหรือหลังไอ้อารยะมาน่ะ”
วาทยาส่ายหน้า นั่งลงบนโซฟาอีกคน
“ไม่ทันได้สังเกตหรอก” ศรารมบอก “มันอะไรล่ะ”
ดนัยไม่ตอบ แต่หันไปมองหาเครื่องเล่นวีดีโอเทปใต้โทรทัศน์ กดปุ่มเปิดแล้วสอดม้วนเทปเข้าไป
“มันจะเล่นอะไร..” ประพาสขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิด
ภาพบนจอโทรทัศน์เปลี่ยนจากดำเป็นสีขาว จากนั้นจึงค่อย ๆ ปรากฏภาพสีขาวดำขึ้น..
…
“ถึงแล้วนะ..” พิรดาจอดรถเลียบถนนอยู่ด้านนอกหมู่บ้านห่างออกไปไม่ไกลนัก เธอโทรหาอารยะอีกครั้ง “ออกมาแล้วหรือยัง..”
“ยัง เธอเข้ามาก่อนสิ” อารยะที่ยืนแทรกตัวอยู่ในพุ่มไม้ใกล้บ้านพักหลังหนึ่งก้าวออกมา
“ให้เข้าไปในนั้นเหรอ จะดีเหรอ ถ้าพวกนั้นมาเห็นเข้าละจะว่าไง อารยะ..เธอรีบออกมาดีกว่า”
“ยังก่อนพิรดา..ยังไปตอนนี้ไม่ได้ เธอเข้ามาในบริเวณบ้านพักนี่ก่อน พวกนั้นกำลังดูวีดีโอเทปอยู่”
“วีดีโอเทปหรือ..” พิรดาเดินห่างจากรถของเธอข้ามถนนตรงมายังหมู่บ้านเล็ก ๆริมทะเล “วีดีโอเทปอะไร”
“วิดีโอเทปที่จะทำให้พวกนั้นรู้โฉมหน้าของคนที่ระเบิดตึกและคนที่ฆ่าผู้ชายสามคนในห้องสูบบุหรี่น่ะ” อารยะมองหน้าพิรดาเดินผ่านประตูรั้วเข้า “..ทางนี้”
พิรดามองเห็นอารยะโบกมือเรียก เขายืนอยู่ใกล้พุ่มไม้ของบ้านพักหลังหนึ่งข้าง ๆ โรงจอดรถ “หมายความว่าไง..ฆ่าผู้ชายสามคนในห้องสูบบุหรี่”
อารยะยิ้มให้พิรดา “ก็..มีคนสามคนในห้องสูบบุหรี่ในตึกกิจเจริญวัฒนไพบูลย์ ถูกฆ่าตายก่อนที่ตึกจะถล่มน่ะสิ..”
พิรดาหยุดชะงัก จ้องมองอารยะในระยะหลายสิบเมตร “..ฉันงงไปหมดแล้ว ตกลงนี่มันเรื่อง..”
“เข้ามาก่อนเถอะ แล้วเดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ฟัง..”
สายเรียกซ้อนดังแทรกเข้ามาในโทรศัพท์ของอารยะทันที เป็นสายของไอคิวที่โทรเข้ามาหา..
“แกปลอดภัยใช่มั้ย..” ไอคิวเอ่ยถามทันที “รออยู่ที่นั่นกับพิรดาก่อนนะ ฉันกำลังไป”
“ใครโทรมาเหรอ” พิรดาเดินเข้ามาใกล้อารยะ มองเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเขาหลังวางสายจากไอคิว
“ไอคิวโทรมา บอกว่าอีกเดี๋ยวจะมา ให้รอที่นี่ก่อน”
“อืม..” พิรดามองทิวทัศน์โดยรอบ “'งั้นเราก็รอไอคิวที่นี่ก่อนก็ได้ บรรยากาศดีออก..”
“นี่เธอไม่แปลกใจบ้างหรือ” อารยะมองพิรดาที่อยู่ห่างแค่คืบ “แทนที่ไอคิวจะให้ฉันกลับไปพร้อมเธอ แต่กลายเป็นว่ามันให้เรารออยู่ที่นี่น่ะ..”
พิรดาไม่เข้าใจในสิ่งที่อารยะพูด “ทำไมหรือ..ฉันไม่เห็นจะเข้าใจ”
…
วาทยารู้สึกใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อดูวีดีโอมีความยาวเพียง 3 นาทีกว่าจบ
“รีเพลย์อีกรอบซิ” ประพาสสั่ง ดนัยจึงกดปุ่ม Rewind และ Play อีกรอบ
“นายจะอธิบายว่ายังไง..” ศรารมมองจอโทรทัศน์ แต่กลับถามเพื่อนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ภาพเคลื่อนไหวในม้วนเทปฉายจากมุมบนของห้องสูบบุหรี่ แต่น่าเสียดายที่เป็นภาพขาวดำและความละเอียดเพียงน้อยนิด พอเอามาฉายในโทรทัศน์ขนาด 40 นิ้วภาพจึงดูแตกไม่คมชัด
ภายในห้องสูบบุหรี่มีคนที่ยืนและนั่งสูบบุหรี่อยู่จำนวนหนึ่ง มีคนหนึ่งยืนพิงผนังติดกับตู้ปลากำลังจุดไฟแช็คกับบุหรี่ที่ปาก ไม่กี่วินาทีต่อมาชายวัยกลางคน ๆ หนึ่งก็ลุกขึ้นจากที่นั่งฝั่งตรงข้ามมาคว้าไฟแช็คเขาทิ้งลงตู้ปลาหน้าตาเฉยและพลอยทำให้บุหรี่ที่คาบหลุดออกจากปากด้วย ชายคนนั้นจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างโมโหแล้วกระชากคอเสื้อผลักอย่างแรงจนถลากลับไปนั่งที่เดิม จากนั้นชายวัยกลางคนคงรู้สึกกลัวจึงรีบหนีออกจากห้อง ชายคนเดิมมองตามอีกครู่หนึ่งโดยที่มีสายตาของคนอื่น ๆ ในห้องมองอย่างตำหนิ แต่ชายคนนั้นไม่สนใจหันกลับเอามือล้วงเข้าไปในตู้ปลาหยิบเอาไฟแช็คของตัวเองออกมาแล้วจุดอีกครั้ง แต่คราวนี้ไฟจุดไม่ติด เขาจึงยิ่งโมโหขว้างไฟแช็คไปที่ผนังด้านตรงข้าม ไฟแช็คจึงตกหายเข้าไปใต้ที่นั่งที่ชายวัยกลางคนเคยนั่ง เขามองสายตาคนอื่น ๆ อยู่ครู่หนึ่งจึงเดินออกไปจากห้องนั้น..
“ว่ายังไง..นายจะอธิบายวีดีโอนี่ว่ายังไง” ศรารมพูดย้ำคำเดิม แต่คราวนี้หันกลับมองมองเพื่อนของเขาด้านหลัง
มหภพยืนตัวเกร็งมองหน้าศรารม หายใจฟึดฟัด ในมือถือซองหมากฝรั่ง..
“ผู้ชายคนนั้นคือนายใช่หรือเปล่า..” ศรารมคาดคั้น “แล้วถ้าจำไม่ผิด คนแก่ที่นายผลักก็คือคนที่ตำรวจบอกว่าตายในห้องสูบบุหรี่ใช่หรือเปล่า..”
ราชาลผู้ที่ยืนอยู่ข้างมหภพถอยหนีทันที เขารู้สึกงุนงงสับสนไปหมดทุกอย่าง...
(ผู้เขียน : เนื้อเรื่องในคดีนี้หลอกไปมาหลายชั้นมาก ระวังโดนข้อมูลหลอกนะครับ)