Bomb-ruined building #8 (ลายเซ็น)
posted on 07 Jan 2009 17:08 by iqdetective
เนื้อเรื่องย่อ : เกิดเหตุระเบิดตึก กิจเจริญวัฒนไพบูลย์ (ขออนุญาตเปลี่ยนแปลงชื่อสกุลของตัวละคร) ขึ้น โดยผู้ลงมือวางระเบิดคือนายอัคราผู้มีความแค้นเคืองบางอย่างต่อ นายศิราษฎ์ กิจเจริญวัฒนไพบูลย์ ผู้เป็นเจ้าของตึกและเจ้าของบริษัทกิจเจริญวัฒนไพบูลย์ เหตุระเบิดครั้งนี้ทำให้พนักงานและคนจำนวนหนึ่งต้องจมอยู่ในซากตึก และภายในห้องรับแขกระดับวิไอพีหรือห้องนิรภัยที่อยู่ชั้นบนสุด
ตอนที่ 8 :
โรงพยาบาลตำรวจ..
อัครา ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนวางแผนระเบิดตึกกิจเจริญวัฒนไพบูลย์ นอนไม่ได้สติอยู่ในห้องผู้ป่วยพิเศษ หลังจากย้ายจากห้องฉุกเฉินมาได้เพียงไม่กี่วัน ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อผู้ป่วยของทางโรงพยาบาลอย่างหลวม ๆ ที่ต้นคอมีปลอกคอเข้าเฝือกยึดเอาไว้ ทำให้คอตรงแนวเดียวกันลำตัว แขนทั้งสองข้างถูกพันด้วยผ้าพันแผลชนิดโปร่ง พอให้อากาศภายนอกลอดผ่านได้หลังจากที่แผลสดเริ่มตกสะเก็ดและทุเลาลง ขาข้างหนึ่งถูกเข้าเฝือกทั้งลำขาท่อนล่าง และถูกยกขึ้นเหนือขาอีกข้างเล็กน้อยด้วยเชือกเส้นเล็กแข็งแรง ส่วนขาอีกข้างมีบาดแผลเล็กน้อยถูกปิดด้วยผ้าก๊อซที่เปลี่ยนขอใหม่ซ้ำแล้วหลายครั้งจนแผลเริ่มหายสนิท
ที่สำคัญคือจิตใจของอัคราในตอนนี้แทบไม่เหลือความเป็นอัคราเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนเลยแม้แต่น้อย เขาตื่นขึ้นมาครั้งหนึ่ง รับรู้ว่าเขาได้ทำอะไรลงไปเมื่อ 2 วันก่อน ทั้งรับไม่ได้กับสภาพที่ย่ำแย่ของตัวเอง และรับไม่ได้กับภาพข่าวทางโทรทัศน์ที่นายตำรวจผู้รับผิดชอบคดีพยายามยัดเยียดให้เขาดู
เขาได้ทำให้ผู้บริสุทธิ์ผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวหลายคนต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บ มองเห็นญาติของผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้นร่ำไห้ต่อหน้าซากตึกกิจเจริญวัฒนไพบูลย์ด้วยหัวที่แตกสลาย
เขาจึงหลับไปเพราะฤทธิ์ของยาระงับประสาท และจะลืมตาตื่นอีกครั้งในตอนนี้
พอเขาลืมตา สิ่งที่เขาเห็นเป็นอย่างแรกคือนายตำรวจผู้เฝ้าเขานั่งอยู่ปลายเตียง เขาแกล้งหลับตาลงอีกครั้ง แต่นายตำรวจคนนั้นกลับรู้เสียก่อนว่าเขารู้สึกตัวจากการสั่นไหวของขาด้านขวาที่หัก
“คุณอัครา คุณตื่นแล้วใช่มั้ยครับ”
อัครายังหลับตา แต่จะเอนหรือเอียงคอหลบก็ทำไม่ได้
“ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องถูกสอบปากคำ กรุณาให้ความร่วมมือกับทางตำรวจแต่เนิน ๆ จะดีกว่านะครับ”
“ผมทำเอง” เขากล่าวทั้ง ๆ ที่ยังหลับตานิ่ง “ผมเป็นคนระเบิดตึกนั่นเอง”
นายตำรวจคนนั้นตกใจเล็กน้อยที่เขายอมสารภาพอย่างง่ายดาย แต่แล้วก็ถามกลับทันที “เพราะอะไรครับ”
เขานิ่งไปชั่วครู่..
“ผมหิวน้ำ ขอน้ำก่อนได้มั้ยครับ”
นายตำรวจรินน้ำในเหยือกข้าง ๆ เตียงใส่แก้วให้อย่างใจเย็น หมุนคันโยงข้างเตียงเพื่อทำให้เขาอยู่ที่ท่ากึ่งนั่ง
อัคราลืมตาขึ้น..รับน้ำจากนายตำรวจมาดื่มอย่างช้า ๆ รู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่าง แต่ความรู้สึกนี้คงเทียบไม่ได้กับผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้น นอกจากนี้เขายังทำตัวเองให้ตกลงมาด้วยซ้ำ เขาถีบอารยะจนตัวเองตกตกจากตึก 39 ชั้น ไม่มีสิทธิ์โทษใครทั้งสิ้น แถมสวรรค์ยังช่วยให้เขาตกลงบนผืนป้ายไวนิลที่อารยะจัดวางในตำแหน่งนั้น
นายตำรวจกำลังรอเขาเอ่ยปากเล่าเรื่องราว..ซึ่งเขาเองก็ไม่อยากเอ่ยถึงมันอีก
“เพราะความแค้นที่สะสมมากว่าห้าปีเต็ม..” อัครากลืนน้ำลายลงคอ
“หรือครับ..”
“ความแค้นที่ไม่อาจลบเลือนไปได้เลยจนทุกวันนี้”
“แม้แต่ทำลายตึกนี้ไปแล้วหรือครับ”
เขามองนายตำรวจ รู้ดีว่ากำลังถูกสั่งสอนว่าความแค้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
“ลบเลือนไปบางส่วน แต่ยิ่งคิดถึงมันก็จะยิ่งแค้นขึ้นมาอีก แต่ว่า..” เขาก้มหน้านิ่งนึกถึงภาพในโทรทัศน์เมื่อสองวันก่อน “ทุกอย่างถูกลบไปแทบไม่เหลือ เมื่อผมได้รู้ว่าตัวเองทำร้ายผู้บริสุทธิ์ไปมากมายขนาดไหน”
“ผมเข้าใจเรื่องนั้นดี..แต่ผมอยากรู้ว่าคุณแค้นอะไรคุณศิราษฎ์ กิจเจริญวัฒนไพบูลย์” นายตำรวจย้ำ
“..เมื่อห้าปีก่อนมันพยายามจะฆ่าผมทั้งเป็น..ด้วยการปลอมแปลงเอกสารและยึดทรัพย์สินของผมไปจนหมดสิ้น..”
“คดีล้มละลายเมื่อห้าปีก่อนนะหรือครับ”
“ใช่..คดีนั้นล่ะ ผมนี่แหละเจ้าของอัคราษฎ์กรุ๊ป ที่มีมันเป็นหุ้นส่วนอันดับสองในตอนนั้น”
“อัครากับศิราษฎ์งั้นหรือครับ”
“เพราะฉะนั้นกิจเจริญวัฒนไพบูลย์อะไรนั่น มันก็คือ อัคราษฎ์กรุ๊ป ดี ๆ นี่เอง เป็นของผมทั้งหมด”
“เขาปลอมแปลงยังไงครับ”
“ผมและมันเป็นทั้งเพื่อนและหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัท ดังนั้นการออกอนุมัติโครงการอะไรสักอย่างในบริษัทต้องมีลายเซ็นของผมกับมันสองคนกำกับอยู่ในเอกสาร ไม่อย่างนั้นก็ถือว่าไม่ผ่านการอนุมัติ แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมกำลังรุกตลาดเข้าไปในประเทศจีน ผมไปซื้อกิจการเล็ก ๆ ที่นั่นแล้วก็อาศัยอยู่ที่นั่นเพื่อปรับตัวและทำความคุ้นเคยกับวิถีชีวิตของคนที่นั่นอยู่ราวเดือนกว่าๆ”
“โดยไม่กลับมาที่นี่หรือครับ”
“ใช่ครับ.. มันจึงถือโอกาสนี้ขอร้องให้ผมช่วยเซ็นอนุมัติโครงการต่าง ๆ ไว้ก่อน ให้เซ็นกำกับเอกสารสำคัญเปล่า ๆ เอาไว้ก่อน จนถึงขั้นผมยอมอนุญาตให้ปลอมลายเซ็นสำคัญ”
“งั้นหรือครับ” นายตำรวจพยักหน้า
“เพราะว่าผมใช้สองลายเซ็นในการดำเนินธุรกิจและเรื่องส่วนตัว ลายเซ็นสำคัญมันจึงคุ้นตามากที่สุดและใช้น้ำหมึกและปากกาเพียงยี่ห้อเดียวเท่านั้น”
“แต่คุณศิราษฎ์ก็รู้ว่าคุณใช้ปากกายี่ห้ออะไรในการเซ็นลายเซ็น”
“ครับ..เพราะอย่างนั้น มันจึงกลายเป็นลายเซ็นของผมโดยสมบูรณ์แบบ ไม่นานลายเซ็นของผมก็ไปอยู่บนเอกสารการโอนขายหุ้นและกิจการทั้งหมดให้มัน”
“เป็นอย่างที่เค้าลือกันจริง ๆ” นายตำรวจเออออ “ถ้าอย่างนั้น แล้วห้าปีที่ผ่านมาคุณทำอะไร”
“ครับ โชคดีที่ผมมีกิจการเก่าของครอบครัวที่ยังใช้ลายเซ็นเดิมอยู่ ตอนแรกผมก็แทบนึกไม่ถึงมันด้วยซ้ำว่าผมเคยมีกิจการนั้นอยู่ในมือ คิดว่าตัวเองกลายเป็นบุคคลล้มละลายไปจริง ๆ แล้ว”
“อะไรครับ”
“โรงงานทำประทัดและดอกไม้ไฟเล็ก ๆ ในต่างจังหวัดน่ะครับ” เขาหันมองหน้านายตำรวจ
“ว่าไงนะครับ ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า..” นายตำรวจตกใจจริง ๆ
“ห้าปีนี้ผมหายไปจากสังคมและแวดวงธุรกิจ ผมไปอยู่ที่นั่นเพื่อหลบซ่อนตัว ย้านสำมะโนครัวไปอยู่ที่นั่นเพื่อไม่ให้มันตามเจอและคิดว่าผมไม่อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว และก็เริ่มศึกษาวิธีการทำระเบิดอย่างจริงจัง”
“คุณทำระเบิดเอง..”
“ครับ..บังเอิญว่าการทำโรงงานประเภทนั้น ผมได้เจอกับลูกค้าบางคนที่เป็นมือปืนบ้าง คนในเงามืดบ้าง จึงได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้”
“ทั้งคุณและคุณศิราษฎ์ต่างก็น่ากลัวพอ ๆ กันเลยนะครับ”
เขายิ้มเจื่อน..
“กระทั่งเมื่อเดือนก่อน ผมไปสมัครเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ควบคุมดูแลห้องกล้องวงจรปิด แกล้งทำกล้องวงจรปิดให้เสีย แล้วเรียกช่างมาซ่อม เพื่อศึกษาส่วนต่าง ๆ ของอาคารทั้งหมด จนกระทั่งรู้ว่ามีห้องรับแขกบนชั้นสามสิบเก้าที่ทำหน้าที่เป็นห้องนิรภัยป้องกันแผ่นดินไหวและตึกถล่มด้วย..จากนั้นก็ตั้งตารอ..รอวันที่มันมาถึงจุดสูงสุด ที่ผมจะทำลายมันให้ลงต่ำจมไปกว่าพื้นดินซะอีก”
นายตำรวจก้าวถอยอย่าลืมตัวเพราะเห็นใบหน้าของอัคราที่เขม็งเกร็งกับดวงตาแดงก่ำส่งแววอาฆาตออกมา..เหมือนกับกวางที่บาดเจ็บเพราะถูกเสือตระครุบ และใช้เฮือกสุดท้ายของชีวิตก่อนที่จะถูกกินเป็นอาหารทำร้ายดวงตาของเสือตัวนั้น
…
“ขอบคุณมากนะครับ” ไอคิวยกมือไหว้ชายหนุ่มคนหนึ่งก่อนที่จะรับแฟ้มหนาหนึ่งนิ้วมาไว้กับตัว
“อย่าเผลอเอาไปให้คนอื่นเห็นล่ะ” นักข่าวหนังสือพิมพ์รุ่นพี่ของไอคิวเตือน แต่ก็แสดงสีหน้าเป็นกันเอง
“แน่นอนครับ” ไอคิวเก็บแฟ้มนั้นลงกระเป๋าสะพาย “ผมรบกวนเท่านี้นะครับ ขอตัวไปทำธุระที่อื่นก่อนครับ”
“อือได้..แต่เรื่องเลี้ยงข้าวอย่าลืมซะล่ะ”
ไอคิวยิ้มให้รุ่นพี่คนนั้นอย่างอารมร์ดีแล้วผละออกมาจากสำนักพิมพ์ตรงไปเรียกแท็กซี่ริมถนนทันที เขาพยายามระงับความตื่นเต้นที่จะได้อ่านข้อมูลสำคัญที่รุ่นพี่ในสำนักพิมพ์สืบหามาได้ ค่อย ๆ กางแฟ้มออกอ่านขณะที่รถแท็กซี่ค่อย ๆ เคลื่อนไปยังถนนเส้นหลัก
“อัคราษฎ์กรุ๊ปอย่างนั้นหรือ” เขาพูดเสียงแผ่วเบาพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น “ที่แท้ก็..”
ไอคิวพลิกไปแผ่นอื่นอย่างรวดเร็วให้พอมองภาพรวมได้ แล้วก็พลิกกลับมาอ่านย้ำไปมาอยู่ราว 10 นาที คนขับรถเท็กซี่มองเขาผ่านกระจกหลังเป็นระยะ เพราะด้วยท่าทางตั้งใจอ่านเอกสารในแฟ้มที่ไม่เข้ากับบุคลิกลักษณะภายนอกที่ดูยังเป็นวัยรุ่นอยู่มาก แต่ก็ไม่สนใจมากมาย ขับรถเลี้ยวเข้าอีกเส้นจากนั้นเปิดไฟเลี้ยวเตรียมจอด..
“อ้ะ..นี่ไง”
“ถึงแล้วครับ” คนขับรถแท็กซี่บอก
ไอคิวเงยหน้าขึ้นมองสองข้างทาง โรงพยาบาลตั้งตระหง่านอยู่ด้านซ้ายมือ เขาคิดอยู่ชั่ววินาทีก่อนบอกกับคนขับแท็กซี่
“ผมเปลี่ยนใจแล้ว ไปต่อที่..” เขาก้มมองในแฟ้ม แล้วบอกสถานที่แก่คนขับแท็กซี่
…
อัคราเอนตัวลงนอนโดยมีนายตำรวจหมุนคันโยกกลับ..
“ผมจะเป็นยังไงต่อไป..”
“คุณสารภาพก็เป็นผลดีต่อคุณ แต่ยังไงก็ต้องเข้าคุก คดีอาญาแบบนี้ร้ายแรงมากนะครับ”
“ผมทราบดี..” เขาหน้าซีดลงเมื่อจินตนาการว่าตัวเองต้องใส่ชุดนักโทษอยู่ในตารางสี่เหลี่ยมคับแคบ แต่ภาพห้องขังกลับถูกซ้อนทับด้วยห้องนิรภัยบนชั้น 39 ของตึกกิจเจริญวัฒนไพบูลย์ขึ้นมา “”อ้ะ..คุณตำรวจ”
นายตำรวจเดินไปยืนปลายเตียง กำลังเตรียมตัวจะออกจากห้อง “ครับ..นึกอะไรออกหรือครับ”
สีหน้าของอัคราดูเคร่งเครียดผิดจากเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
“มีคนโทรหาผม ก่อนหน้าที่ผมจะกดระเบิดมีคนโทรหาผม เป็นผู้ชาย มันบอกว่ามันรู้แผนการของผมหมดทุกอย่างและกำลังจะเข้าไปในห้อง ๆ นั้น”
นายตำรวจตรงรี่เข้ามาใกล้เขา “ว่าไงนะครับ”
“ห้องนิรภัย ห้องนั้นน่ะ ผมไม่รู้ว่ามันมีจุดประสงค์อะไรถึงได้โทรมา แต่คงไม่ใช่แค่ขู่ผมอย่างเดียว ไม่แน่มันอาจจะเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในห้องนิรภัยตอนนั้นก็ได้”
นายตำรวจผงะ รีบดึงสมุดบันทึกมาจดสิ่งที่อัคราพูด..
“อีกอย่าง..”
“มีอะไรอีกหรือครับ”
“ไฟแช็คนั่น ไม่ใช่ไฟแช็คของผม”
“ไฟแช็ครูปทหารจีนนั่นน่ะหรือครับ คุณรู้ได้ยังไง”
“มันเปิดค้างได้ ตรงหัวทหารจีนมันเปิดค้างได้ แต่ของผมไม่เปิดค้างไม่ได้” เขาพูดพลางนึกถึงตอนที่เพื่อนคนหนึ่งของศราราม ลูกชายของศิราษฏ์กดไฟแช็คให้แสงสว่างภายในห้องนิรภัยที่มืดสนิท “แสดงว่าไอ้คนที่มันอ้างว่ารู้แผนการของผมมันเตรียมซ้อนแผนอะไรบางอย่างเอาไว้นะครับ”
นายตำรวจกดดินสอแรงเกินไปจนไส้ดินสอหัก “ซ้อนแผนงั้นหรือครับ..”
…
“จอดตรงนี้แหละครับ..” ไอคิวบอกกระทันหัน คนขับรถจึงแตะเบรคอย่างรวดเร็วจนหน้าเขาบดเข้ากับหลังเบาะโดยสาร “ขอโทษทีครับ จอดตรงนี้แหละครับ” เขาลุกลี้ลุกลนล้วงกระเป๋าหยิบเงินพลางมองตัวเลขราคาค่าเดินทางแล้วยื่นเงินให้ “ไม่ต้องทอนนะครับ..”
ไอคิวยืนถือแฟ้ม ขณะที่รถแท็กซี่แล่นออกไป ทิ้งฝุ่นเอาไว้เบื้องหลัง..
หัวใจของเขาเต้นถี่ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาทำตัวเป็นนักสืบเต็มตัว มาสืบหาข้อมูลถึงแหล่ง
เบื้องหน้าของไอคิวคือบ้านหลังหนึ่งที่มีที่อยู่ปรากฏอยู่ในหน้ากระดาษแสดงถึงรายละเอียดของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คนในห้องสูบบุหรี่ของตึกกิจเจริญวัฒนไพบูลย์
บ้านของผู้เสียชีวิตหนึ่งในสาม..

#2 By IQ Detective on 2009-01-07 17:24