Bomb-ruined building #1 (Intro)

posted on 01 Dec 2008 15:50 by iqdetective
11.50 นาฬิกา
เรียบร้อย..
เท่านี้ทุกอย่างก็เรียบร้อยเป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ทุกประการ..ที่เหลือก็รอเวลานั้นมาถึงเท่านั้น..ตอนนี้เกือบจะเที่ยงตรงแล้ว  พิธีเปิดงานจะเริ่มตอนบ่ายโมง  เรายังมีเวลาแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไปทานอาหารใต้ตึกนี้  คงไม่มีใครคิดว่าคนที่วางระเบิดตึกนี้จะมัวใจเย็นนั่งทานอาหารในตึกได้หน้าตาเฉย..
แม้จะมีกล้องวงจรปิดมากมาย..แต่เราก็พ้นข้อสงสัยอย่างแน่นอน
“ขอโทษนะครับ คุณลืมของเอาไว้น่ะครับ” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง ขณะที่อัครากำลังเดินออกจากห้องสำหรับสูบบุหรี่ขนาด 4x4 ตารางเมตรภายในชั้นสองของอาคารพาณิชย์สูง 39 ชั้น
อัคราหยุดชะงัก ค่อย ๆ หันไปทางต้นเสียงนั้น
“คุณลืมไฟแช็คน่ะครับ” ชายหนุ่มอายุราว 25 ปีคนหนึ่งยื่นไฟแช็ครูปทรงทหารชาวจีนให้อัครา
“ข..ขอบคุณครับ” เขายื่นมือไปจับไฟแช็คอย่างนึกเสียดาย
ไม่ได้การล่ะ..ไฟแช็คนี่เป็นอุปกรณ์สำคัญในการวางระเบิดตึกนี่ด้วยสิ..ไอ้เด็กนี่มันจุ่นจ้านจริง ๆ
“เฮ้..เดี๋ยว ๆ” ชายวัยกลางคนสวมเสื้อสูทราคาถูกคนหนึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งติดผนังยกมือขึ้น “ขอยืมไฟแช็คหน่อยสิ”
อัครามองชายวัยกลางคนนั้น มองไฟแช็คในมือตนเอง จากนั้นมองเด็กหนุ่มตรงหน้าซึ่งมองตอบเขาในทันที  เขายื่นไฟแช็คให้ชายวัยกลางคนนั้นพร้อมกับเอ่ยด้วยสีหน้าเป็นมิตร
“ผมให้คุณเลยแล้วกัน  ผมรีบไป”
พูดจบเขาก็หมุนตัวตรงไปเปิดประตูห้องแล้วก้าวเดินออกมาทันทีโดยไม่รอให้ชายหนุ่มได้ทักท้วง
“อ้าวเฮ้ย..ขอจุดแค่แป๊บเดียวไม่ทำให้เสียเวลาหรอกน่า” ชายวัยกลางคนยกไฟแช็คทหารจีนขึ้นชู “แต่ก็ดี..เอาซะเลย..ว่าแต่เปิดตรงไหนวะ..อ้อ..เจอแล้วตรงหัวทหารนี่เอง ฮ่า ๆๆ ช่างคิดจริง ๆ..ไฟแช็ครูปทหาร”
ชายหนุ่มยืนมองเขาที่กำลังจะกดจุดไฟ..
“เดี๋ยวครับ” ชายหนุ่มแย่งไฟแช็คจากมือเขาดื้อ ๆ 
“เฮ้ยอะไรวะ..”
“อย่าเพิ่งจุดดีกว่าครับ ผมว่ามันแปลก ๆ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับมองไฟแช็คในมืออย่างหวาด ๆ
ในขณะเดียวกันอัคราที่รีบเดินออกมาจากห้องก็ตรงรี่มาที่ลิฟท์ขนของด้านหลัง เพื่อขึ้นไปยังชั้นบนสุดของตึก  ตอนนี้ใกล้เที่ยงตรงเต็มที โชคดีที่ยังไม่มีใครใช้ลิฟท์นี้ขนของขึ้นลงในเวลานี้ 
เมื่อเข้ามาอยู่ในลิฟท์และกดหมายเลขชั้นบนสุด  มือข้างนั้นก็จับกระเป๋ากางเกงแน่นเหมือนกลัวของบางอย่างข้างในหล่นหาย  เขามองตัวเลขที่เพิ่มขึ้นที่ละหนึ่งอย่างเอื่อยเฉื่อยจนทนไม่ได้ต้องแตะผนังลิฟท์แก้อารมณ์หงุดหงิด
พอถึงชั้นบนสุดอย่างที่ต้องการ เขาก็พุ่งพรวดออกมาจากลิฟท์วิ่งลัดเลาะตรงมายังทางเดินภายในตัวตึก ความเย็นและกลิ่นจากแอร์เข้ามาปะทะใบหน้าในช่วงจังหวะเดียวกันกับที่สายตาสะดุดเข้ากับคนสามคนที่ออกมาจากลิฟท์โดยสารพอดี
นั่นมัน.. เขาค้างคำพูดในใจเอาไว้แค่นั้น ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบชิดติดผนังด้านหนึ่ง  แววตาอาฆาตเหมือนจะส่งทะลุผนังไปยังคนสามคนได้
มาแล้วรึ..แกมาไวกว่าที่ฉันคิดไว้..คงจะมาเตรียมพิธีเปิดบริษัทแกล่ะสิ
พอแน่ใจว่าคนสามคน เดินห่างจากลิฟท์ไปพอสมควร เขาก็โผล่กลับเข้ามายังทางเดินตรงไปยังห้อง ๆ หนึ่ง
ดีล่ะ..ตายกันให้หมด  ตายซะตั้งแต่ตอนนี้  ไม่ต้องรอให้ถึงบ่ายโมงหรอก
เขาผลุบหายเข้าไปในห้องที่หมายตาเอาไว้ก่อนแล้ว  ซึ่งเป็นห้องที่ติดอยู่ข้าง ๆ กับห้องทำงานของหนึ่งในสามคน  หนำซ้ำยังมีประตูภายในเชื่อมถึงกัน
ปกติห้อง ๆ นี้จะต้องถูกล็อคเอาไว้ แต่ทว่าเขาได้เตรียมกุญแจฝีสำหรับห้องนี้เอาไว้ก่อนแล้วโดยการขโมยมันมาทำสำเนาจากพนักงานดูแลความสะอาดผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
ห้องนี้เป็นห้องต้อนรับแขกวีไอพี  ใช่..คนทั้งตึกนี้คงจะรู้แค่นี้ว่า  ห้องนี้เป็นห้องต้อนรับแขกหรือลูกค้าในระดับวีไอพี
แต่ทว่าเขา..อัคราผู้ซึ่งมีอาชีพวิศกรรมการก่อสร้างและมีทักษะในด้านสถาปัยกรรมควบคู่กันนั้นรู้ดีว่า..
ห้องนี้คือห้องนิรภัยชั้นเลิศ..
...
ในห้องสูบบุหรี่..ชายวัยกลางคนโวยวายเสียงดังให้คนอื่น ๆ ได้ยิน
“ฉันจะจุดไฟแช็คอันนี้..อันอื่นไม่ต้องการ หมอนั่นมันให้ฉันแล้ว มันก็ต้องเป็นของฉัน..ไอ้เด็กบ้า แกเป็นใคร”
“ไปหาอันอื่นเถอะนะครับ” ชายหนุ่มหย่อนไฟแช็คลงในตู้ปลาเล็ก ๆริมผนังด้านหนึ่ง
ไฟแช็ครูปทรงทหารจีนค่อยร่วงลงบนก้อนหินก้นตู้ ปลาตัวเล็กว่ายหนี
“ไอ้เด็กบ้า..แก”
ชายวัยกลางคนลุกพรวดขึ้นจากม้านั่งตรงไปที่ตู้ปลาแล้วเอามือล้วงเข้าไปอย่าไม่แคร์สายตาใครต่อใคร น้ำในตู้ปลากระฉอกล้นขึ้นมาพร้อมกับที่เขาคว้าไฟแช็คได้แล้วชักมือออกทันควัน
“จุดไม่ติดแน่ ๆ เพราะแก”
ชายหนุ่มยังคงมอง สีหน้าหวาดหวั่นยังไม่จางหาย “อย่ากดนะ..นั่นมันอาจจะเป็นระเบิดก็ได้”
ชายวัยกลางคนชะงัก..มองหน้าเด็กหนุ่ม  จากนั้นก็ระเบิดหัวเราะออกมาแทน
“ฮ่า ๆๆ..ระเบิดเรอะ..ไฟแช็คนี่น่ะนะ ระเบิด  แกคงจะดูหนังมากไปหน่อยแล้ว  ฉันจะกดให้ดู”
ชายวัยกลางคนเปิดหัวทหารจีนออกแล้วกดทันที..
ชายหนุ่มหน้าถอดสี  แต่ทว่ากลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น รวมทั้งไฟก็ไม่ถูกจุดให้ติด
“เห็นมั้ย..ระเบิดอะไรที่ไหนกัน นี่มันก็แค่ไฟแช็คธรรมดา ๆ”
...
อัคราสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีของบางสิ่งในกระเป๋ากางเกงสั่นด้วยระบบอิเล็กโทรนิกส์ภายใน  ขณะที่เขากำลังเบี่ยงตัวเข้าไปแอบในตู้เก็บเอกสารที่มีความสูงเท่าเพดานห้อง เขาล้วงมันออกมาอย่างระมัดระวัง ของสิ่งนั้นมีลักษณะเป็นกล่องพลาสติกสีดำ มีผาครอบเป็นพลาสติกขุ่น  ครอบปุ่มสองปุ่ม  ปุ่มหนึ่งเป็นสีแดง อีกปุ่มเป็นสีดำมีหลอดไฟเล็ก ๆ เปล่งแสงสีเหลืองตรงมุมบน และมีตัวเลขดิจิตอลบอกเวลา
ไอ้แก่นั่นกดไฟแช็คแล้วรึ...เขาคิด
เมื่อใครก็ตามกดไฟแช็คนั้น สัญญาณไร้สายก็จะถูกส่งเข้ารีโมทเครื่องแม่ที่เขาถืออยู่ขณะนี้ และสั่นสะเทือนเพื่อเตือนว่าได้มีการกดที่เครื่องลูกเกิดขึ้น
เขาปิดประตูตู้เอกสารอย่างแผ่วเบา รวบเอาแผ่นชั้นที่ดึงออกมาก่อนหน้าเพื่อให้ตัวเองเข้าไปซ่อนได้พิงไว้ที่ขอบตู้ด้านหนึ่ง
ดีล่ะ..มันเองก็มาถึงพอดีเหมือนกัน
ตัวเลขดิจิตอลเดินถอยหลังเริ่มจาก 300  วินาที ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ 279 วินาที
ในระหว่างนี้ถ้าฉันกดละก็..ตึกนี้ระเบิดเป็นจุลแน่
อัคราจงใจเลือกเวลาในช่วงเที่ยงตรงถึงบ่ายโมง  เพราะช่วงเวลานี้เหล่าบรรดาพนักงานบริษัทที่ทำงานอยู่ในตึกจะลงไปทานอาหารกลางวันกันที่โรงอาหารข้างตึก  ซึ่งถึงแม้ว่าอาจจะได้รับผลกระทบจากการระเบิดแต่ก็ไม่รุนแรงเท่ากันคนที่อาศัยอยู่ภายในตึก...
เขายังคาดเดาอีกว่าเป้าหมายที่เขาต้องการให้นอนตายจมกองคอนกรีตนั้นจะไม่ลงไปทานอาหารกลางวันที่ไหนอย่างแน่นอน เพราะช่วงบ่ายจะมีพิธีเปิดบริษัทอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะต้องเข้ามาในห้องทำงานและคงจะทานอาหารกลางวันที่พนักงานเตรียมเอาไว้ให้ที่นี่
12.15 น.
ตอนนี้พวกพนักงานคงจะลงมากันหมดแล้ว..ใครที่วันนี้บังเอิญไม่ลงมาก็ช่วยไม่ได้..
นอกจากนั้นแล้วเขายังคาดการณ์ไว้อีกด้วยว่า จะต้องมีพวกที่อยากบุหรี่และรอจนถึงเวลาพักเที่ยงรีบรุดมาที่ห้องสูบบุหรี่บนชั้นสองก่อนที่จะไปลงทานอาหารที่โรงอาหาร  เขาจึงจงใจทิ้งไฟแช็คนั้นไว้ และใช้เป็นเครื่องมืออำพรางรีโมทตัวจริงที่อยู่ในมือเขาเอง
แต่ไอ้หนุ่มนั่นดันแส่ไม่เข้าเรื่อง...เกือบทำให้แผนการของฉันที่อุตส่าห์วางแผนมาอยากดิบดีต้องพังทลาย
ความจริงแผนของเขาคือ เมื่อไฟแช็คส่งสัญญาณมาที่เครื่องแม่ เขาก็ควรอยู่ในห้องนิรภัยนี้เรียบร้อยเพื่อแอบดักฟังการสนททนาจากห้องข้าง ๆ และล้วงกระเป๋ากดปุ่มสีแดงในทันทีโดยไม่ลังเล  และมันก็จะเหมือนว่าไฟแช็ครูปทรงทหารจีนนั้นคือรีโมทจุดระเบิด
แต่ความเป็นจริงมันคลาดเคลื่อนนิดหน่อย  แต่ก็ไม่เสียแผนเดิมมากมายนัก
หลังจากที่ดักฟังการสนทนาด้วยเครื่องดักฟังที่ติดเอาไว้ใต้ประตูภายในห้องที่เชื่อมระหว่างห้องนิรภัยนี้กับห้องทำงานของศัตรู จนแน่ใจว่ากลุ่มคนที่อยู่ภายในห้องทำงานมัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับการเตรียมพร้อมสำหรับแถลงการณ์พิธีเปิดและไม่มีทีท่าว่าจะเข้าห้องนิรภัยนี้อย่างแน่นอน  เขาจึงเปิดประตูตู้เอกสารก้าวออกมา แล้วตรงไปที่โทรทัศน์ซึ่งรับสัญญาณจากกล้องวงจรปิดทันทิ
โทรทัศน์นี้ถูกส่งสัญญาณต่อเนื่องมาจากห้องรักษาความปลอดภัยชั้นล่างอีกที  มีอยู่ 6 จอ ถูกฝังอยู่ในชั้นวาง 6 ช่องหน้าชุดรับแขก  1 ใน 6 จอแสดงภาพบริเวณชั้นหนึ่งของตึกนี้  ซึ่งกล้องวงจรปิดถูกติดไว้เบื้องหลังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์และซ่อนอยู่ในโครงอะลูมิเนียมที่ดัดเป็นตัวอักษรชื่อบริษัท
เขานั่งลงอย่างใจเย็นบนโซฟาชุดรับแขก มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงตลอดเวลา  สายตามองไปจอที่แสดงภาพเหล่าพนักงานบริษัทที่กำลังทยอยเดินออกมาจากลิฟท์ที่อยู่ทางซ้ายของจอภาพ เดินไปทางขวาซึ่งคือโรงอาหารด้านหลังตึก
ถ้าไม่กดภายใน 120 วินาที ระเบิดก็จะทำงานทันที  แต่ว่าไอ้พวกมดปลวกพวกนี้มันยังลงมาจากตึกไม่หมดซะที
อัคราล้วงเอารีโมทขึ้นมาจ้องมองตัวเลขดิจิตอลที่เหลือเวลาเพียงแค่ 120 วินาทีเท่านั้น
อีก 2 นาที..ฉันให้เวลาพวกแกเดินลงมาอีกสองนาทีเท่านั้น
จู่ ๆ มีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น  เขาสะดุ้งตกใจเพราะว่าเสียงนั้นไม่คุ้นหูสักนิด  พอหันซ้ายหันขวาพยายามมองหา กลับพบว่ามันอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาเอง
ใครกัน..ใครกันใส่โทรศัพท์มือถือเอาไว้  
เขาหยิบโทรศัพท์ราคาถูกขึ้นมากดรับแนบหู
เสียงถอนหายใจของเขาดังส่งไปก่อนคำพูด  ฝ่ายที่โทรมาจึงชิงพูดก่อน
“รปภ.ตึกนี้นี่แย่จริงเลยนะครับ  ไม่รู้แม้กระทั่งมีคนแปลกปลอมเข้าไปในห้องข้าง ๆ ห้องเจ้าของตึก”
เสียงนี้..“..ใคร..แกเป็นใคร”
ปลายสายหัวเราะในลำคอ  “เราเพิ่งได้เจอกันวันนี้เองนะครับ  จำเสียงผมไม่ได้หรือ”
“แกเป็นใคร..” เขาพูดกึ่งตะคอก
“เรื่องที่ผมเป็นใครมันไม่สำคัญเท่ากันเรื่องที่คุณกำลังพยายามทำอยู่ตอนนี้หรอกนะครับ”
“แก..”
“ไฟแช็คที่คุณจงใจลืมทิ้งไว้ก็คงเป็นแค่รีโมทส่งสัญญาณมาที่รีโมทของคุณอีกที..ตอนนี้เหลือเวลาอีกเท่าไหร่ล่ะครับ”
“แกรู้ได้ยังไง..นี่แกอยู่ในห้องสูบบุหรี่นั่นอย่างนั้นรึ”
“คงจะอย่างนั้นมั้งครับ..แต่ว่าคนที่อยู่ในห้องสูบบุหรี่ตอนนั้นมีตั้งหลายคนนะครับ  คุณคงเดาไม่ออกหรือแม้กระทั่งไม่ได้สังเกตใบหน้าของทุกคนในนั้นหรอก  ผมเดาว่าคงเหลือเวลาอีกสักนาทีกว่าๆ  คุณถึงไม่ว่างหูจากผมไป”
อัครารีบดึงเอารีโมทออกมาจากกระเป๋ากางเกง  เวลาเหลืออีก 80 วินาที
“ห้องนี้คงปลอดภัยใช่มั้ยครับ..”
ห้องนี้...ทำไมถึงใช้คำว่าห้องนี้  “นี่แก..อยู่ที่ไหน  แกอยู่ที่ไหน”
“ก็หน้าห้องนี่ไงล่ะครับ..”
“แกแอบตามมารึ..”
“อีกเดี๋ยวจะมีคนเข้ามาในห้องนี้นะครับ  คุณพอทราบหรือเปล่า”
อัคราเด้งตัวลุกขึ้นทันที  “ใคร..”
“ตกลงนี่คุณวางแผนไว้อย่างรอบคอบหรือว่า ไม่ได้เตรียมแผนการอะไรเลยน่ะครับ  ถึงไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะมีเพื่อนของลูกชายเจ้าของบริษัทมาที่ห้องนี้เพื่อร่วมพิธีเปิดบริษัทน่ะครับ”
เหลือ 70 วินาที..อัครารีบเปิดประตูตู้เอกสารดันตัวเองเข้าไปข้างใน
มีเสียงดังจากบุคคลอื่นเข้ามาจากปลายสาย “คงจะมากันแล้ว  โชคยังดีนะครับ..ถ้าพวกนั้นมาช้ากว่านี้ก็อาจจะจมกองคอนกรีตตาย”
“แกเองก็ต้องตายเหมือนกัน” อัคราสวนทันควัน
“ไม่หรอกครับ..เพราะว่าผมก็จะเข้าไปในห้องด้วยเหมือนกัน”
“อ๊ะ..นี่แก..หรือว่าแกเป็น”
“แค่นี้ก่อนนะครับ เพราะว่าผมจะเข้าไปแล้ว”
ปลายสายวางหูไปอย่างไม่ใยดี  
“แก..” อัคราหลุดตะคอกออกมาทีหนึ่งแต่แล้วก็รู้สึกตัวเงียบลง
ไม่ได้การ..ต้องกดเดี๋ยวนี้  ต้องกดตอนนี้เท่านี้
12.20 น.
เสียงเปิดประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงดังจอแจ  ลูกชายของเจ้าของบริษัทกับกลุ่มเพื่อนเดินกรูกันเข้ามาภายในห้อง
ถ้าไอ้หมอนั่นมันตรงเข้าเปิดตู้นี้ก็จบเห่กันพอดี..ต้องกดเดี๋ยวนี้
อัคราตัดสินใจกดปุ่มบนรีโมทของเขา พร้อมกับที่ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น
“คุณพ่อครับ..รีบเข้ามาในห้องนี้เถอะครับ”
พอสิ้นคำพูดนั้นเสียงระเบิดก็ดังสนั่นหวั่นไหว...ตามด้วยแรงสั่นสะเทือนมหาศาล  อัครารู้สึกเหมือนอยู่ในลิฟท์ที่กำลังเคลื่อนลงอย่างรวดเร็ว...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณมากครับ

#1 By กล้องวงจรปิด (124.120.166.61) on 2008-12-01 23:42

อะนะ โฆษณากล้องวงจรปิดซะงั้น

#2 By IQ Detective on 2008-12-02 13:59

สวัสดีค่ะ ^ ^

เนื้อเรื่องน่าสนใจดีค่ะ เป็นแบบที่ต้องอ่านรวดเดียวจบเลย เดี๋ยวขอใช้เวลาอ่านต่ออีกหน่อยแล้วจะมาคอมเม้นท์ให้นะคะ แต่ตอนแรกก็สนุกแล้วค่ะ ดูเหมือนว่าคุณ IQ จะวางพล็อตเรื่องอีกยาวนะคะมีหลายตอนเชียวค่ะ ขยายเหตุการณ์ จาก situation เดียวได้เยอะเลย ไว้จะมาอ่านต่อนะคะ

เราเองก็แต่งนิยายเหมือนกันค่ะ อยากมีแรงฮึดเขียนต่อจัง (ตอนนี้ยังไม่ถึงไหนเลย ^ ^;;)

#3 By 109 on 2009-04-06 22:46

Recommend