Mine murder #39 (ภาคไขปริศนา 5)
posted on 22 Nov 2008 12:16 by iqdetectiveตอนที่ 39
สารวัตรคงไม่ต้องการคำตอบ เพราะสายตาทุกสายตานั้นมองไปที่รวงทองอย่างอัตโนมัติ สารวัตรอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง
“จริงหรือครับ” สารวัตรหันไปถามกอบกิจ
กอบกิจโบ้ยปากมาทางไอคิว
“จริงครับ” ไอคิวตอบเมื่อสารวัตรหันมามองอย่างไม่อยากจะเชื่อนักเมื่อรู้ว่าคนที่ไขคดีได้คือคนต่างถิ่นคนหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่กี่วัน
“เดี๋ยวสิ อย่าพูดกับสารวัตรแบบนั้น” รวงทองบอกเสียงแข็ง “ฉันถูกเธอกล่าวหา ไม่ได้เป็นฆาตกรอย่างที่เธออยากให้เป็น”
“เรื่องมันยังไงกัน” สารวัตรมองหน้าทั้งสองฝ่าย
“เอาสิ พูดมาสิว่าฉันเข้าไปในห้องทำงานของคุณพ่อได้ยังไง”
ไอคิวมองรวงทองพลางสูดลมหายใจเข้าอย่างแผ่วเบา
“ไม่ยากหรอกครับ ก็แค่ใช้กิจวัตรและนิสัยของคุณกอบกิจให้เป็นประโยชน์เท่านั้น”
“ว่าไงนะ นิสัยของฉันงั้นรึ” กอบกิจรู้สึกว่าตัวเองโง่ขึ้นมาทันที
“ครับ นิสัยที่คุณกอบกิจชอบเข้าไปนั่งทำงานที่ห้องทำงานในช่วงเวลาที่คาดเดาได้ในแต่ละวัน และนิสัยที่ชอบหลับของคุณกอบกิจ”
“หลับงั้นหรือ”
“คุณกอบกิจหลับบนโต๊ะทำงานบ่อยไหมครับ” ไอคิวถามกลับ
“ก็มีบ้าง แต่ทุกครั้งที่ฉันรู้สึกง่วง ฉันก็จะโทรเรียกคนรับใช้ให้เอาชาร้อนหรือกาแฟมาให้”
“นั่นล่ะครับ เข้าทางเลย”
สารวัตรพยักหน้า งืมงำอยู่ในลำคอ
“คุณรวงทองรู้ดีถึงนิสัยและกิจวัตรของคุณกอบกิจ เมื่อไหร่ที่สบโอกาสตอนที่คุณกอบกิจรู้สึกง่วงนอนแล้วโทรเรียกให้คนรับใช้เอาเครื่องดื่มมาให้ คุณรวงทองก็จะอาสาเอามาให้เองและแอบผสมยานอนหลับอ่อน ๆ ลงไป”
“แต่ว่า รวงทองก็ไม่ได้มาครั้งเดียวสักหน่อยนะ บางครั้งแม้นก็มาบางครั้งรวงทองก็มา ก็ไม่เห็นว่าผิดปกติตรงไหนนี่นา”
“ก็เพราะความไม่ผิดปกติตรงนี้ไงล่ะครับที่ทำให้คุณกอบกิจตายใจและไม่สงสัยว่าใครจะเป็นคนยกเครื่องดื่มมาให้ แถมบางครั้งคุณกอบกิจดื่มไปแล้วก็ไม่ทำให้อาการง่วงหายไป ใช่มั้ยครับ”
“อืม ก็ใช่”
“แล้วถ้าคิดว่าคุณรวงทองเริ่มแผนที่จะใส่ยานอนหลับเข้าไปตั้งแต่รู้ว่าสามคนที่ตายไปส่งจดหมายมาล่ะครับ คุณกอบกิจก็จะเคยชินกับการดื่มแล้วยังไม่หายง่วงไปเรื่อย ๆ โดยไม่สงสัย”
กอบกิจเบิกตาโพลง มองรวงทองสลับกับไอคิว “นี่เธอทำถึงขนาดนั้นเลยเรอะ”
รวงทองไม่พูดอะไรทั้งสิ้น สบตากอบกิจครั้งหนึ่งแล้วก็เลี่ยงสายตาไปทางอื่น
“เพราะฉะนั้นในวันที่คุณรวงทองตัดสินใจที่จะลงมือขโมยเหรียญทองแดง คุณรวงทองก็ยกถาดเครื่องดื่มไปให้คุณกอบกิจอย่างเป็นปกติ แล้วกลับออกมาโดยที่ประตูไม่ได้ล็อคเหมือนอย่างเคย รอเวลาจนกว่าจะแน่ใจว่าคุณกอบกิจหลับสนิท จึงกลับเข้ามาอีกครั้งเพื่อมาขโมยเหรียญทองแดง”
“อย่างนี้นี่เอง” กอบกิจรำพึง “จริงอย่างที่เธอพูด ถึงแม้จะดูจากกล้องวงจรปิดก็ไม่ทำให้สงสัย เพราะมันเป็นเรื่องปกติ...”
“ไม่ปกติหรอกนะคะ” รวงทองท้วงขึ้นทันที “ถ้าฉันเอาเครื่องดื่มผสมยานอนหลับไปให้คุณพ่อแล้วกลับออกมาอย่างที่เธอว่า แล้วก็ไม่กลับเข้าไปอีกเลยนั่นล่ะถึงจะปกติ แต่ที่เธอบอก..ฉันกลับเข้าไปอีกครั้งเพื่อขโมยเหรียญทองแดงน่ะ กล้องวงจรปิดต้องเห็นฉันที่เดินเข้าไปอีกครั้งแน่นอน มันก็กลายเป็นว่าฉันเข้าไปและออกมาโดยไม่มีเหตุผลอะไร รึเธอจะบอกว่าฉันแอบปิดเครื่อบันทึกเทปในห้องทำงานตอนที่เอาเครื่องดื่มไปให้ มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ ไม่เชื่อก็เชิญเอาเทปที่บันทึกมาดูได้เลย เวลาไม่มีขาดช่วงแน่”
“นั่นสิ” ภาคินีร้องออกมาอย่างลืมตัว
ภมรหันไปมองภาคินี ความโล่งใจปกปิดเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เมื่อรู้ว่าภรรยาสามารถแก้ข้อกล่าวหาได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ยังไม่ทันที่เขาจะหันกลับไปทางไอคิว ไอคิวก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงมั่นใจอย่างเหลือล้น
“ได้สิครับ ผมเตรียมเทปจากเครื่องบันทึกเอาไว้แล้ว”
หัวใจของรวงทองและภมรแทบแตกสลาย ทั้งสองมองไอคิวหยิบเทปม้วนหนึ่งขึ้นมาจากชั้นวางโทรทัศน์ นี่เขาเตรียมการเอาไว้แล้วหรอกหรือ เขาให้เรามารวมกันที่นี่ เพื่อรอใช้โทรทัศน์และเครื่องเล่นเทปเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดให้ทุกคนได้ประจักษ์แก่สายตา
ไอคิวใส่เทปเข้าไปในเครื่องเล่นเทปที่เปิดค้างรอไว้อยู่ก่อนหน้านี้ กดปุ่มเล่นเทป หยิบรีโมตของโทรทัศน์เปิดไปที่ช่องวิดีโอ
ภาพทางเดินด้านนอกห้องรับแขกปรากฏขึ้น พร้อม ๆ กับดวงตาทุกคนที่จับจ้องอย่างลุ้นระทึกปนระคนสนเท่ห์
ไอคิวเตรียมกรอภาพให้มาหยุดอยู่ช่วงเวลาที่รวงทองกำลังเดินถือถาดเครื่องดื่มเข้าไปในห้อง ภาพนั้นไม่ปะติดปะ จึงมองเห็นรวงทองเหมือนเดินหายตัวเป็นระยะ ๆ
“ในภาพนี้คือเมื่อสามวันก่อนหน้านี้ กล้องวงจรปิดจะจับภาพทุก ๆ สามวินาที” ไอคิวชี้ไปตัวเลขบอกเวลามุมขวาล่างของจอภาพ “อาจจะดูขาดช่วงไปบ้างแต่ก็เห็นได้ชัดเจนว่าคุณรวงทองยกถาดเครื่องดื่มเข้าไปในห้องทำงาน”
ขณะที่ไอคิวอธิบาย รวงทองก็หายเข้าไปในห้องทำงานของกอบกิจ แล้วจึงกลับออกมาด้วยมืออันว่างเปล่า ไอคิวกดปุ่มหยุด แล้วกรอเทปกลับไปยังจุดที่รวงทองเดินยกถาดเครื่องดื่มเข้ามาอีกครั้ง
“ดูอีกครั้งนะครับ คุณรวงทองยกถาดเครื่องดื่มเข้ามาตามปกติ แล้วก็กลับออกไปด้วยมือเปล่า” ไอคิวกดปุ่มเล่นอีกครั้ง ภาพเล่นไปตามเดิมจนรวงทองกลับออกมาเช่นเคย เขากดหยุดอีกครั้ง “ต่อจากนี้ไป คุณรวงทองจะรอเวลาจนกว่าจะแน่ใจว่าคุณกอบกิจหลับไป” เขากดเล่นต่อ แต่ทำให้ภาพช้าลง
ภาพปรากฏแต่ความว่างเปล่าของทางเดิน ขณะที่เวลาเดินไปอย่างรวดเร็ว ไอคิวกดหยุดอีกครั้ง
“ถึงตอนนี้ คุณรวงทองได้ขโมยไปเรียบร้อยแล้วล่ะครับ”
ทุกคนจ้องมองไอคิวอย่างงุนงง
“ไม่เห็นมีอะไรนี่ ” ภมรเอ่ยขึ้น
“เป็นไปได้ยังไง ไม่เห็นพี่รวงทองเลยนะ ทางเดินก็ไม่ใช่ว่าจะสั้น ต่อให้วิ่งยังไงกล้องก็ต้องจับไว้ได้บ้าง” ภาคินาตั้งข้อสังเกตให้ไอคิว
“คุณรวงทองไม่ได้เดินมาจากทางเดินหรอกนะครับ” ไอคิวมองรวงทองอย่างผู้ชนะ เขากรอเทปกลับไปช่วงหนึ่งแต่เป็นภาพช่วงหลังจากภาพรวงทองกลับออกมาจากห้องทำงาน แล้วหยุดลง คราวนี้เขาค่อยทำให้ภาพเล่นไปทีละเฟรม แล้วหยุดอีกครั้ง
“ดูภาพนี้” ไอคิวบอกทุกคน “กับภาพนี้” เขาเลื่อนไปอีกเฟรม “มองเห็นอะไรผิดปกติบ้างหรือเปล่าครับ”
ภาพสลับไปมาสองเฟรม
ภัทรนรินร้องออกมาด้านหลังภูมิกับนริน “ประตูลิฟท์เหรอครับ”
ไอคิวยิ้มอย่างชื่นชม “ถูกต้อง”
ทุกคนต่างเอี้ยวตัวไปข้างหน้าเพื่อเพ่งมองประตูลิฟท์ที่อยู่เยื้องห้องทำงานเกือบจะตรงกัน แล้วก็เห็นเหมือนอย่างที่ภัทรนรินเห็น แม้มองไม่เห็นว่าใครอยู่ในลิฟท์แต่ก็มองเห็นได้ว่าประตูลิฟท์ที่เป็นเหล็กแบบเปิดออกด้านข้างนั้นเปิดค้างเอาไว้
“คุณรวงทองอยู่ในลิฟท์นี้แหละครับ” ไอคิวมองรวงทอง แต่รวงทองกลับก้มหน้านิ่ง เนื้อตัวสั่นเทา “ที่กล้องวงจรปิดจะมีไฟสีแดงเอาไว้บอกสถานะการบันทึก ไฟสีแดงจะติดหากถูกบันทึก ก็หมายความว่า ไฟสีแดงจะติดทุก ๆ สามวินาที”
“จริงด้วยสิ” กอบกิจมองไอคิว เขาเข้าใจวิธีการของรวงทองในทันที
“คุณรวงทอง ใช้การกระพริบของไฟนั้นให้เป็นประโยชน์ พอไฟดับลงในช่วงเวลาแค่เพียงสามวินาที เธอก็รีบวิ่งออกมาจากลิฟท์และเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของคุณกอบกิจได้อย่างฉิวเฉียด”
เสียงปิดประตูห้องทำงานด้วยความตื่นเต้นนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของรวงทอง เธอใจเต้นตึกตักปิดประตูได้ทันเวลาที่กล้องจะจับภาพอีกครั้ง ยืนพิงประตูมองกอบกิจที่ฟุบหน้านอนลงบนโต๊ะทำงาน เธอพยายามสะกดความตื่นเต้นนั้นไว้ มองไปยังตู้สูงสองเมตรครึ่ง จากนั้นลดสายตาลงมามองตู้สูงหนึ่งเมตร
ตราประทับที่ตั้งเคียงกับฐานรูปทรงเว้าด้านข้างคล้ายนาฬิกาทราย ตราประทับนั้นคว่ำด้านตรายางเอาไว้กับฐานรองหมึก ทำให้ทรงกลมที่มีลวดลายมังกรอันวิจิตรโดดเด่นเมื่ออยู่เคียงกับฐานทรงนาฬิกาทรายที่มีลายมังกรเช่นกัน
เธอยกฐานรองทรงนาฬิกาทรายอันหนักอึ้งขึ้นมาก่อน เอาวางไว้หน้าตู้สูงสองเมตรครึ่ง จากนั้นจึงหันกลับไปยกตราประทับขึ้น
ความหวั่นใจบังเกิดขึ้น ขณะที่ตัดสินใจเดินไปหาฐานรองทรงนาฬิกาทราย
รวงทองสะดุ้งสุดตัวเมื่อภมรแตะที่ไหล่เธอเบา ๆ เธอหลุดออกจากห้วงความนึกคิดมองสามี ใบหน้าซีดเผือด
สายตาทุกคนจับจ้องมาที่เธอ สายตานั้นดูว่างเปล่าสำหรับเธอ
“เป็นอะไรไปล่ะ รวงทอง” เสียงที่ไม่เป็นมิตรต่อเธอดังขึ้น เธอหันไปตามเสียงนั้น และพบว่าคนที่พูดออกมาคือกอบกิจ พ่อของเธอ
ความรู้สึกโดดเดี่ยวบังเกิดขึ้นในใจของรวงทอง ไม่มีใครเข้าข้างเธอเลยแม้สักคน กอบกิจผู้เป็นพ่อเริ่มที่จะเข้าใจและเห็นด้วยกับสิ่งที่ไอคิวพูดมาทั้งหมด แต่เธอไม่มีทางยอมให้เป็นแบบนั้น ต้องขอบคุณที่เธอตกเข้าไปในห้วงความคิด ทำให้กล้าต่อกรกับไอคิว เธอจึงกล่าวออกมาพร้อมกับระเบิดเสียงหัวเราะอันน่าเกลียดใส่ไอคิว
“ฉันเข้าไป...ถ้าฉันเข้าไปอย่างที่เธอพูดโดยใช้วิธีแบบนั้น ซึ่งเธอก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าฉันหรือใครที่อยู่ในลิฟท์ แต่เธอคงลืมอะไรไปอย่าง” ดวงตาอาฆาตของรวงทองฉายแววออกมาอย่างน่ากลัว
ภาคินาทำหน้าแหยเก รู้สึกรังเกียจพี่สาวของตนเอง โดยไม่รู้ตัวว่าเธอได้คล้อยตามไอคิวไปหมดทั้งใจแล้ว
บัดนี้เธอกลายเป็นคนจนตรอกที่ไม่มีใครเข้าข้าง จะเป็นอะไรไปถ้าจะดื้อดึงให้ถึงที่สุด
“เอาสิ ฉันเข้ามาได้โดยไม่มีใครสงสัยแล้วยังไงล่ะ แล้วฉันทำยังไงรึถึงขึ้นไปเอาเหรีญทองแดงจากชั้นบนสุดของตู้ซึ่งสูงถึงสองเมตรกว่า ฉันที่สูงแค่หนึ่งเมตรกับอีกหกสิบสองเซนติเมตรเท่านั้นน่ะ”
“ไม่เห็นจะยากเลยนี่” ภาคินามองพี่สาวอย่างดูแคลน “ในห้องทำงานของคุณพ่อก็มีเก้าอี้ของโต๊ะทำงาน ก็แค่ใช้เก้าอี้ตัวนั้นต่อตัวขึ้นไปหยิบ”
รวงทองมองน้องสาวแล้วระเบิดเสียงหัวเราะอันน่าเกลียดอีกครั้ง “เป็นไปไม่ได้หรอก ภาคินา เพราะจากทฤษฎีของไอคิวน่ะ คุณพ่อหลับคาโต๊ะทำงานอยู่ ฉันใช้เก้าอี้ที่คุณพ่อนั่งอยู่ไม่ได้หรอก แล้วในห้องนั่นก็ไม่มีเกาอี้ตัวอื่น ไม่มีอะไรพอที่จะใช้แทนเก้าอี้ได้เลย”
ภาคินาชะงัก หน้าแดงด้วยความอับอาย
กอบกิจเพิ่งเข้าใจความหมายที่ไอคิวเคยบอก เมื่อตอนเข้ามาสำรวจห้องทำงานก่อนที่จะไขคดีเมื่อประมาณชั่วโมงก่อนหน้า ว่าทำไมเก้าอี้ที่เขานั่งถึงใช้ไม่ได้
รวงทองยิ้มสะใจให้ภาคินา หันมาทางไอคิว...ไม่มีทางรู้หรอก ว่าเธอใช้ตราประทับตระกูลแร่กอบกิจ คิดไม่ถึงหรอก “ว่ายังไงล่ะไอคิว ก็บอกแล้วว่าฉันไม่ได้เอาไปน่ะ ฉันไปเอาไม่ได้หรอกฉันสูงแค่นี้เอง”
“ได้สิครับ ถึงไม่ใช้เก้าอี้ก็ยังมีอย่างอื่นที่ทดแทนกันได้”
หัวใจของรวงทองเต้นรัว “อะไรล่ะ บอกมาสิ”
“เราย้ายไปห้องทำงานของคุณกอบกิจกันดีกว่าครับ เพราะว่าผมจะแสดงให้ทุกคนดูว่าคุณรวงทองทำยังไงถึงขึ้นไปเอาเหรียญทองแดงลงมาได้”
ผิดไปจากตอนที่ไอคิวขอร้องให้ทุกคนมารวมกันที่ห้องนี้หรือที่โต๊ะอาหาร ทุกคนพร้อมใจกันลุกขึ้นอย่างว่าง่ายจนรวงทองอดอกสั่นขวัญหายไม่ได้ แม้แต่ธานีที่นอนเจ็บอยู่ก็ยังพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น
ทันทีที่แม้นเปิดประตูห้องรับแขกไอคิวก้าวเดินนำออกไป แม้นก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นพานนรัตที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นจ่อขวางทาง
พานนรัตจ้องมองทุกคน มือจับล้อเก้าอี้รถเข็นบีบแน่น
รวงทองมองหน้าพานนรัต สะกดกลั้นความรู้สึกภายในใจทุกอย่างเอาไว้ แสดงสีหน้าเย็นชาให้พานนรัตได้เห็น
“แม่..ผมบังเอิญได้ยิน” พานนรัตเอ่ยขึ้นด้วยความปวดร้าว “จริงหรือครับ แม่สารภาพออกมาแล้วเหรอครับ”
รวงทองยืนโงนเงนมองหน้าลูกชาย น้ำตาเอ่อท้นท่วมขอบตา
ขณะที่ทุกคนที่ยืนขึ้นพร้อมที่จะไปที่ห้องทำงานของกอบกิจ ธานีที่พยายามจะลุกขึ้นจากท่านอนแต่พ่อของเขาห้ามไว้ ไอคิวที่ยืนอยู่หน้าประตูใกล้กับพานนรัต
ทุกคนล้วนต่างรอว่ารวงทองจะพูดอะไรออกมาหรือไม่
“ใช่..” รวงทองเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก “แม่ทำเอง...แม่ฆ่าคนทั้งสามคนด้วยมือของแม่เอง”
ไอคิวตะลึงงัน ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะพลิกผันเป็นอย่างนี้ไปได้ ทั้ง ๆ ที่เมื่อครูยังดันทุรังไม่ยอมรับ แต่พอเจอหน้าลูกชายกลับเปลี่ยนท่าที และยอมรับอย่างเต็มใจ
