Muder in Phukradeung #48 (End of case)
posted on 14 Oct 2008 14:24 by iqdetective in Phukradeung
ตอนที่ 48
สองปีห้าเดือนก่อน..
วาดฝันจับกล้องถ่ายรูปในมือแน่นพลางก้าวเท้าทีละนิดเพื่อให้ร่างของตัวเองอยู่ริมขอบสระที่สุด มีเสียงเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนมาให้เธอระวัง แต่ยังไม่ทันสิ้นเสียงนั้น เท้าของเธอก็ลื่นพรวดลงไป
ท่อนขาครูดกับก้อนหินหยาบบริเวณ นั้นจนไปถึงกางเกงยีนส์สี่ส่วน สุดท้ายหลังเธอกระแทกกับขอบหิน กล้องถ่ายรูปหลุดมือกระเด็นไปด้านหลังตกอยู่หมิ่นเหม่ระหว่างก้อนหินกับน้ำในสระ เธอพลิกตัวในเสี้ยววินาทีเพื่อจับก้อนหินเท้าตะเกียกตะกายอยู่ใต้น้ำ รับรู้ได้ถึงหินแหลมคมเบื้องล่าง พร้อมกับแผดเสียงดังลั่นสระอโนดาต
สองมือคว้าแง่งหินตรงนั้นได้..ใจเบาหวิวและเหมือนจะหลุดลอยออกไปจากร่าง เธออยู่ในท่านั้นโดยไม่พยายามถีบตัวเองขึ้นมา เพราะยังคงอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จนมีมือหนึ่งยื่นมา..
“จับมือไว้..”
เธอรู้สึกตัวรีบปล่อยมือหนึ่งจากก้อนหิน แล้วคว้ามือนั้นไว้ เจ้าของมือออกแรงดึงอย่างสุดชีวิตพาเอาร่างของเธอค่อย ๆ ตะเกียกตะกายมานอนกองอยู่ริมสระ เสื้อผ้าเปียกโชก..
เธอหอบหายใจเหมือนกำลังทดแทนอาการอึ้งเหวอเมื่อครู่..
“ขอบคุณค่ะ..”
ระหว่างนั้นเพื่อนหญิงที่พูดเตือนเธอก็ร้องโวยวายอยู่ไม่ห่าง
“ไม่เป็นไรครับ..” อานันท์กล่าว “คุณเจ็บหรือเปล่า..”
วาดฝันจึงรู้สึกตัวเดี๋ยวนั้นว่าที่ขารู้สึกเจ็บแสบเป็นอย่างมาก เธอพยายามพลิกขาตัวเองดูก็พบว่ามีรอยครูดและเลือดกำลังไหลซึมออกมาจากน่องทั้งสองข้าง
“ตายแล้ว..เลือดออกเยอะเลย” เพื่อนหญิงกล่าว “เด่ยวฉันจะไปตามคนอืนมาช่วยนะ”
พูดจบเพื่อนของเธอก็วิ่งห่างออกไป ทิ้งให้เธออยู่กับเขาสองคน พร้มอกับบรรดาสายตาของนักท่องเที่ยวคนอื่นที่จ้องมอง..
“ลุกไหวมั้ยครับ”
เธอพยักหน้า จากนั้นเอามือดันพื้นพร้อมกับยันขาขึ้น แต่ปรากฏว่ามันทำให้เธอเจ็บมากขึ้นจนเสียหลักก้นกระแทกพื้นหิน
อานันท์เห็นแบบนั้นจึงเอามือช้อนใต้รักแร้ของเธอข้างหนึ่งแล้วช่วยพยุงเธอให้ยืนขึ้น
“ไปนั่งพักตรงนั้นดีกว่า ล้างแผลด้วยน่ะครับ” เขาชี้ไปที่ก้อนหินก้อนใหญ่ใต้ต้นสนสูงตระหง่านอยู่ไม่ห่าจากสระอโนดาตมากนัก
อีกไม่กี่นาทีต่อมาหลังจากทุลักทุเลเดินเขย่งเท้า..เธอกับเขาก็มานั่งลงตรงบนพื้นที่ปกคลุมด้วยใบสนแห้ง เขาเอาเป้สะพายออกมาจากหลังเอาคว้าเอากระดาษทิชชูม้วนหนึ่งออกมา เทน้ำในขวดน้ำลงไปบนกระดาษทิชชูที่ดึงออกมาส่วนหนึ่งแล้วซับลงบนน่องของเธอ
เธอรู้สึกแสบแต่ก็กัดฟันทน
เศษดินเล็กน้อยและสีแดงของเลือดปรากฏอยู่บนกระดาษทิชชูมากมายกว่าที่เธอคิด เธอมองมือของเขาที่ยังคงเช็ดแผลให้ แล้วค่อยเลื่อนสายตาเพื่อมองหน้าเขาให้ชัดเจน
“กินยาแก้ปวดซะก่อนนะครับ พอดีผมมีติดตัวมา” เขาล้วงเอาซองยาในกระเป๋าเป้ด้านหน้าออกมา แล้วคัดเอายาแก้ปวดออกมาสองเม็ดยื่นให้
“ขอบคุณค่ะ..เอ่อ..ฉันเช็ดแผลเองก็..”
“ไม่เป็นไรครับเรื่องเล็กน้อย”
พอเขาตัดบทแบบนั้นเธอจึงต้องเงียบลงมองเขาเช็ดแผลให้จนสะอาด..
“มาที่นี่ครั้งแรกหรือครับ”
“ค่ะ..”
“ผมก็เพิ่งมาครั้งแรกเหมือนกัน”
“มา..กับเพื่อนหรือคะ”
“มาคนเดียวครับ..ตอนแรกว่าจะมากับน้องชาย แต่พอดีน้องผมติดเข้าค่ายก็เลยต้องมาคนเดียว”
“หรือคะ”
อานันท์รวบเอากระดาษทิชชูเปื้อนเลือดมาขยำรวมกันอย่างไม่รู้สึกรังเกียจ
...
“นั่นคือ..ครั้งแรกที่ฉันพบกับพี่ชายของเธอ” วาดฝันยังคงคุกเข่าตรงหน้าโยนิน ก้มหน้านิ่ง “หลังจากนั้นเราก็คุยกันเรื่อยมา จนเพิ่งมารู้ว่าเราสองคนเรียนอยู่ที่เดียวกัน และสอบเข้าพร้อมกันด้วย”
...
อานันท์วางแก้วน้ำสองแก้วลงบนม้านั่งยาวหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง เวลาพ่นลมหายใจ ไอร้อนสีขาวจากปากปรากฏออกมาชัดเจน
“หนาวแบบนี้น่าจะมีน้ำอุ่นนะ” เธอมองแก้วน้ำ
“ตรงนี้มองเห็นดาวชัดมากเลยนะครับ ถ้าเทียบกับที่กรุงเทพแล้วต่างกันลิบลับเลย”
อานันท์และวาดฝันเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน..ในขณะที่เธอกำลังเคลิบเคลิ้มกับดวงดาวที่ระยิบระยับบนท้องฟ้า อานันท์ก็หันมามองใบหน้าของเธออย่างเต็มตา..
“มีเรื่องนึงผมอยากจะบอก”
วาดฝันค่อย ๆ หันมามองเขา ใบหน้าทั้งสองอยู่ห่างกันแค่คืบ “ หคะ..”
“ผมตามคุณมา..”
“หือ..”
“ผมตาคุณมาที่นี่..ที่ภูกระดึง”
“เอ๋..” วาดฝันแปลกใจ “ตามมา..”
“พอผมรู้ว่าคุณกับเพื่อน ๆ จะมา ผมก็รีบจองตั๊วเพื่อตามคุณมาเที่ยวที่นี่”
วาดฝันอ้าปากค้าง..
“จริง ๆ แล้ว..” อานันท์หลุบใบหน้าลงต่ำ “ผมเห็นคุณตั้งแต่ที่มหาวิทยาลัยแล้วล่ะครับ”
“นาย..”
“ผม..เฝ้ามองคุณมาตั้งแต่ตอนเข้าปีหนึ่งใหม่ ๆ แล้ว แต่ก็ไม่กล้าที่จะเข้ามาทักทายซะที”
“นายเองหรอกหรือ..”
คราวนี้อานันท์เป็นฝ่ายแปลกใจบ้าง “อะไรครับ”
“นายนี่เองที่เป็นคนส่งการ์ดแปลก ๆ มาให้เป็นประจำ”
อานันท์ยิ้มเขิน..
“..ฉันชอบนะ การ์ดพวกนั้น ฉันเก็บมันเอาไว้ทุกใบ มีแต่ใบแรกเท่านั้นที่ฉันทิ้งมันไปเพราะยังรู้สึกแปลก ๆ แต่ตั้งแต่การืดใบที่สองฉันก็เก็บมันเรื่อยมา ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่เรียนวิศวะอย่างเธอจะเขียนอะไรได้ดีขนาดนั้น..ยังกับเรียนอักษรมาอย่างนั้นแหละ”
อานันท์ยิ่งยิ้มเขินมากขึ้น..
“ปล่าวหรอก..ผมพูดให้น้องชายผมฟัง แล้วก็วานให้น้องผมช่วยเขียนให้มันสวยขึ้นน่ะครับ”
...
โยนินนึกขึ้นได้ทันที..
“การ์ดพวกนั้น..พี่บอกแบบนั้นหรือ..ที่จริงแล้วคนที่ได้รับการ์ดพวกนั้นก็คือเธอหรือ”
วาดฝันพยักหน้า..
“ตลอดเวลาที่เราคบกัน อยู่ด้วยกัน..พี่ชายของเธอมักจะเล่าเรื่องของเธอให้ฟังอยู่บ่อย ๆ เล่าทุกอย่างตั้งแต่เธอเกิด เล่าทุกอย่างที่เขาทำร่วมกับเธอ..พี่ของเธอน่ะ..รักเธอมากเลยนะ”
โยนินนิ่งอึ้ง..แต่แล้วก็ส่ายหน้าไม่ยอมรับ..
“ตั้งแต่พี่ไปคบกันคนพวกนั้น พี่ก็เริ่มเปลี่ยนไปไม่เหมือนก่อนอีกแล้ว เปลี่ยนไปเป็นอีกคนอย่างง่ายดาย..”
“ไม่ใช่นะ..เรื่องนั้นเป็นเพราะอานันท์ไม่อยากให้เธอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกธารินต่างหาก ไม่อยากแม้แต่จะให้เธอเห็นหน้าคนสามคนนั่น ไม่อยากจะให้เธอรู้จักเลยด้วยซ้ำ”
โยนินนิ่งเงียบ..
“ตัวฉันเองก็ยังถูกปกปิดเรื่องนี้มาโดยตลอด..ถูกห้ามไม่ให้ไปบ้านเขาที่ต่างจังหวัด..แต่ว่า จนแล้วจนน้รอด อานันท์ก็ตกที่นั่งลำบากจนต้องมาขอร้องฉันให้ช่วยทุจริตการสอบให้กับธาริน”
โยนินเหล่มองเธออย่างใคร่อยากจะรู้ในทันที..
“เพราะเขาไม่มีทางเลือก เขาบอกว่าถ้าไม่ทำแบบนี้ ที่บ้านก็อาจจะต้องถูกทำร้าย..เลยมาขอร้องฉันที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักธารินให้ช่วยเรื่องนี้..”
“ธารินขู่จะทำร้ายครอบครัวของโยนินน่ะหรือ” อามันดาเอ่ยถามขึ้น พลางย่อตัวลงเตะที่ไหล่วาดฝันอย่างไม่รู้สึกรังเกียจ
“..ฉันขอโทษนะ..” วาดฝันเอี้ยวตัวไปมองอามันดา “ขอโทษทุกคน..ฉันยอมเรียนซ้ำเพื่อมาอยู่รุ่นเดียวกับโยนิน..หลังจากที่รู้ข่าวว่าอานันท์ตายเพราะตกเหว ฉันก็สงสัยธารินเป็นคนแรกว่าต้องมีส่วนทำให้เขาตาย จากนั้นก็ตามสืบเรื่องของธารินเรื่อยมา จะทำแบบนั้นได้ก็ต้องเข้ามาเรียนซ้ำ อยู่ใกล้โยนิน..และคอยมองธารินอยู่ห่าง ๆ”
“เพื่อแก้แค้น” โยนินประชด
วาดฝันเงียบไปครู่หนึ่ง “..เพื่อนายด้วย..”
โยนินมองเธอ..
“ฉันอยากดูแลนายแทนอานันท์ ฉันจึงทำแบบนี้..เป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้อานันท์ที่เสียไปแล้วได้” วาดฝันหลั่งน้ำตาออกมา
โยนินเองก็มีน้ำตาซึมออกมาเช่นกัน “ไม่จำเป็น..”
“โยนิน..”อามันดาทำเสียงดุ
“ฉันไม่ใช่เด็ก ที่จะต้องมีใครมาดูแล แล้วก็ไม่ได้ไม่เอาไหนอย่างที่เธอมอง..แล้วคิดหรือไงว่าการฆ่าคนเพื่อพี่ชายของฉัน..เพื่อฉัน แล้วจะทำให้ฉันซาบซึ้งใจ..”
วาดฝันร้องไห้หนักขึ้นเป็นเท่าทวี..
“โยนินพูดอะไรออกมาน่ะ..” อามันดาลุกขึ้นยืนตะคอกใส่หน้าเขา “นายไม่รับรู้ถึงความรักของวาดฝันเลยหรือไง”
“ด้วยการฆ่าคนแบบนั้นน่ะหรือ..ความรัก”
อามันดาเงื้อมือตบหน้าเขา..แม้แต่ราเมษเองก็ตกใจที่อามันดามีอารมณ์ร้อนขึ้นมา..
“เลิกทำตัวไร้ความหมายแบบนี้ซะทีเถอะ..นายปล่อยปละละเลยความรู้สึกของคนอื่น นายแกล้งยอมทำตามคนอื่น แกล้งไม่รู้สึกรู้สมเวลาโดนต่อว่าโดนดูหมิ่นจากคนอื่น..นายอยากให้หัวใจของนายชินชากับเรื่องพวกนี้ แต่ว่าพวกเราไม่ได้อยากจะชินชาไปกับนายด้วยนะ ทุกครั้งที่ไม่ว่าจะฉัน วาดฝัน หรือราเมษว่านาย สั่งให้ นายหยุดออกความเห็นหรืออะไรก็ตามที่ดูเหมือนนายไม่มีตัวตน ดูเหมือนแกล้งแบบไม่คิดอะไรมาก..พวกเราหวังลึก ๆ ว่านายจะตะโกนด่ากลับออกมา หวังให้นายระเบิดอารมณ์ออกมา จะได้เลิกทำตัวไร้ความหมายอย่างที่ทำมาตลอดเวลาที่เราคบเป็นเพื่อนกัน”
โยนินจับที่แก้มตัวเอง..เบนหน้าไปทางอื่น
“มัวแต่คิดว่าตัวเองด้อยค่า เทียบกันพี่ชายตัวเองไม่ได้ ตอนพี่ชายอยู่ก็เทียบไม่ได้ พอพี่ชายตายไปเงาของพี่ชายก็ยังตามหลอกหลอน..ว่าตัวเองไม่เอาไหน เพราะพี่ชายทำทุกอย่างเพื่อนาย แต่นายไม่เคยได้ทำอะไรเลย..”
“พูดพอรึยัง” โยนินหันมาจ้องอามันดา
วาดฝันค่อยลุกขึ้นหวังจะห้ามเพื่อนทั้งสอง..ไอคิวนิ่งกอดอกแน่นโดยไม่พูดอะไร
“ฉันเข้าใจที่เธอพูดดี..แต่ไม่ว่ายังไงมันก็เปลี่ยนเรื่องที่วาดฝันฆ่าคนตายไม่ได้หรอกนะ วาดฝันแก้แค้นให้พี่จนถึงกับต้องฆ่าคนสามคน..ใช้ฉันเป็นเครื่องมือ ใช้ทุกคนเป็นเครื่องมือ”
โยนินหลั่งน้ำตาออกมา ปากบิดเบี้ยว
“ใครจะยอมรับไหวล่ะ”
ไอคิวถอนหายใจเฮือกใหญ่ พ่นไอร้อนออกจากปาก
“ถ้าอย่างนั้นพี่ขอถามข้อเดียว..”
โยนินมองไอคิวทั้งน้ำตา..
“วาดฝันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รักนาย..สิ่งที่ทำให้เธอประทับใจในตัวพี่ชายนายก็คือข้อความที่นายเขียนแทนพี่ชาย..เพราะแบบนั้นวาดฝันจึงตัดสินใจยอมคบกับนาย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันผิด..คำถามคือ นายจะยังเป็นเหมือนเดิมกับเ ธอหรือเปล่า..”
โยนินหลุบตาลงต่ำ หยดน้ำตาร่วงหล่นสู่พื้น..ขณะที่วาดฝันมองเขาอยู่เบื้องหลัง..
ทุกคนนิ่งเงียบ มองโยนินเป็นตาเดียว..
โยนินพยักหน้าช้า ๆ ก่อนตอบคำถาม “..เหมือนเดิม..” เขาเงยหน้ามองไอคิว “เหมือนเดิมไม่มีวันเปลี่ยนแปลง..”
วาดฝันยิ้มทั้งน้ำตา..อามันดาโผเข้ากอดอย่างยินดี..ผ่านไปเกือบนาที วาดฝันทำท่าจะจับต้นแขนโยนิน แต่เขากลับก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง
“ผมกลับเต้นท์ได้รึยัง” โยนินหันไปทางเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจีงพยักหน้าให้เขาไปได้..
“ผมเหนื่อยแล้วก็ง่วงเต็มที..ขอตัวกลับก่อนนะครับ” โยนินบอกทุกคน จากนั้นจึงเดินไปทางประตูศูนย์ฯ จงใจหยุดเดินโดยไม่หันกลับมามอง “ฉันจะรอนะ..”
วาดฝันร้องไห้อีกครั้ง มองโยนินเดินลับไปจากสายตา..
ไอคิวเหลียวหลังหันไปมองโยนิน จากนั้นจึงหันกลับมามองวาดฝัน “ทำผิดก็ต้องรับโทษนะ..เพื่อน ๆ ของเธอก็ยังเหมือนเดิมกับเธอ ไม่มีใครเปลี่ยนแปลง..พี่เองก็จะเอาใจช่วยให้เธอผ่านพ้นมันไปให้ได้”
วาดฝันยิ้มรับ..แล้วปรายตามองเจ้าหน้าที่สองคนที่เดินเข้ามา..
...
อานันท์ค่อย ๆ เลื่อนมือวางลงบนมือของวาดฝันที่ยังคงเหม่อมองดาวดวงบนท้องฟ้า เธอสะดุ้งนิดหนึ่ง มองอานันท์..
อานันท์จึงดึงมือกลับอย่างเคอะเขิน..ขยับตัวไปมาบนม้านั่งหน้าศูนย์ ฯ
วาดฝันถอนใจเบา ๆ เงยหน้ามองอีกครั้ง..
“เค้าบอกว่าตอนลงภูน่ะมันลำบากกว่าตอนขึ้นภูซะอีก...ไว้ค่อยจับมือฉันตอนลงภูก็แล้วกันนะ..”
..จบดคี..
*ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามไ อคิวมาโดยตลอดครับ พิมพ์ผิดหรือพลาดประการใดต้องขออภัย..เนื้อเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นทั้งสิ้น ไม่มีบุุคคลในเรื่องอยู่จริง..
พบกับฉากจบที่ต่างออกไ ปแ ละเพิ่มเติมในรวมเล่ม (ถ้ามีโอกาสนั้นนะ)
...พบกับคดีต่อไป เร็ว ๆ นี้ครับ