Muder in Phukradeung #47 (ภาคไขปริศนา 6)
posted on 13 Oct 2008 10:43 by iqdetective in Phukradeung
ตอนที่ 47
ไอคิวล้วงเอาของสิ่งหนึ่งออกมาจากห่อของหลังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์..
“กระป๋องน้ำอัดลมนี่ไงครับ” เขาเอ่ยพร้อมชูมันขึ้นให้ทุกคนเห็น
“ระเบิดกระป๋องน่ะหรือ” พลนาทมองกระป๋องในมือไอคิว “วาดฝันใช้ระเบิดกระป๋องระเบิดที่ตรงนั้นเพื่อฆ่านิกรหรือ นายจะบอกว่านิกรโดนระเบิดตายอย่างนั้นน่ะรึ”
“ไม่ใช่ครับ..นิกรไม่ได้โดยระเบิด ทุกคนก็คงเห็นว่าร่างกายของนิกรไม่ได้ถูกระเบิด แต่โดนตีด้วยของแข็งจนร่วงหล่นจากเหวไปเท่านั้นครับ แต่ที่ผมกำลังจะบอกก็คือวาดฝันใช้ระเบิดนี่ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจต่างหาก”
“เข้าใจ ๆ” อามินดาพยายามนึก “ระเบิดครั้งแรกตรงที่พวกเราปูเสื่อนั่นก็เพื่อให้เกิดเสียงดังขึ้น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากบรรดานักท่องเที่ยวอย่างนั้นใ ช่มั้ยล่ะ”
“อื้ม..ถูกต้องเลยล่ะ” ไอคิวยิ้ม “ระเบิดครั้งแรกทำเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่อยู่ตามจุดต่าง ๆ รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าในร้านค้ามารวมตัวหรือหันเหความสนใจไปที่จุดที่เกิดระเบิดเท่านั้น จึงทำให้บริเวณหน้าผาเกือบตลอดแนวไม่มีผู้คน วาดฝันจึงสามารถที่จะเรียกนิกรเพื่อไปฆ่าได้อย่างง่ายดาย
นิกรเองก็คงจะตกใจที่อยู่ดี ๆ เกิดระเบิดขึ้น ซึ่งคงเป็นไปตามที่พสกบอก พอเห็นวาดฝันเขาจึงน่าจะรู้ในทันทีว่าเธอเป็นฆาตกร แต่ว่าก็สายเกินไป เขาโดนทุบที่ศีรษะและถูกผลักลงไปทันที”
โยนินกำหมัดแน่น และทุบลงไปที่เสากลางศูนย์ ฯ ด้วยความโกรธ..
“จากนั้นเธอก็ลงไปดูให้แน่ใจว่าเขาได้ตายไปจริง ๆ และก็จัดการกับศพเขาโดยการนำเชือกเส้นเล็กหรือเส้ นเอ็นหนาไปคล้องที่คอและลำตัวเพื่อการยกร่างของศพขึ้นมาให้พวกเราได้เห็นตอนไปถึง”
“โดยระเบิดอีกลูกอย่างนั้นหรือ” ราเมษพอจะวิเคราะห์ตามไอคิวได้บ้าง
“ครับ..วาดฝันเอาระเบิดกระป๋องลูกที่สองไปไว้ใต้ก้อนหินก้อนหนึ่งใกล้หน้าผาที่มีน้ำหนักเท่ากันหรือมากกว่าน้ำหนักตัวของนิกร แล้วโยงเส้นเอ็นจากศพของนิกรที่อยู่เบื้องล่างมาพันรอบก้อนหิน จากนั้นใช้เศษใบไม้และดินโปรยลงไปเพื่อบดบังเส้นเอ็น พอพวกเรามาถึงก็รอจังหวะและใช้กลไกอัตโนมัติเพื่อระเบิดก้อนหินให้ร่วงหล่นลงเหวพร้อมกับยกร่างนิกรขึ้นมาให้เราได้เห็นอยู่ชั่วอึดใจ แต่พอเส้นเอ็นรับน้ำหนักไม่ไหวจึงขาด ทำให้ร่างของนิกรร่วงลงไปอีกครั้ง และทำให้สภาพศพยิ่งบอบช้ำกว่าเดิม ยากต่อการสืบสวนยิ่งขึ้น”
วาดฝันมองไอคิวอย่างรู้สึกทึ่งอยู่ไม่น้อย ที่สามารถเล่ารายละเอียดได้อย่างคล่องแคล่ว แต่เธอต้องข่มความชื่นชมนั้นไว้ เมื่อไอคิวจ้องตอบกลับด้วยสายตาเย็นชาหลังอธิบายจบ
“ผมเล่าถูกต้องหรือเปล่าครับ” ไอคิวถามอย่างเป็นต่อ
“เฮอะ..นึกว่าหลักฐานอะไร” วาดฝันมองด้วยสายตาดูแคลน “ก็แค่กระป๋องน้ำอัดลมเปล่า ๆ ที่ไม่ใช่ของฉัน ฉันยอมรับว่าที่เธออธิบายมามันก็ดูสมเหตุสมผลดีอยู่หรอก แต่ว่าคนที่ทำไม่ใช่ฉันน่ะสิ”
“เธอจะปากแข็งไปถึงเมื่อไหร่” โยนินตะคอกใส่เธอทันที “ทุกอย่างมันก็เห็นชัดอยู่แล้ว”
“แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าฉันเป็นคนทำ แล้วจะมาปรักปรำฉันได้ยังไง” วาดฝันโต้กลับ แต่มีน้ำตารื้นออกมาเพราะไม่คิดว่าโยนินจะพูดแบบนั้น
โยนินจึงหันไปทางไอคิว “พี่ไอคิวมีหลักฐานหรือเปล่า”
วาดฝันหันไปตาม รู้สึกเจ็บปวดใจที่โยนินอยากใ ห้เธอจนมุมเหลือเกิน..
“มีครับ..” ไอคิวตอบ
นั่นทำให้วาดฝัยเซถอยจนไหล่กระทบกับไหล่ของโยนิน และโยนินเองก็เผลอประคองตัวเธอด้วยความเป็นห่วง..แต่พอเธอกลับมายืนได้อีกครั้งเขาก็รีบผละมือออก
“ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ..” ไอคิวกล่าว “แต่มีเพียงอย่างเดียวที่เธอไม่น่าทำมันลงไป นั่นคือการทิ้งเครื่องช็อตไฟฟ้า”
แม้แต่วาดฝันเองก็ยังงุนงงว่าไอคิวต้องการจะบอกอะไร
“เธอตอบคำถามผมสักหน่อยได้มั้ยล่ะ”
“ว่ามาสิ..”
“เธอฆ่าธารินหรือเปล่า”
วาดฝันขมวดคิ้วอย่างสงสัย “..ไม่”
“เธอฆ่าพสกหรือเปล่า”
“ไม่..”
“เธอฆ่านิกรหรือเปล่า”
“ไม่..”
“เธอระเบิดก้อนหินหรือเปล่า”
วาดฝันรู้สึกรำคาญที่ไอคิวใช้วิธีนี้กับเธอ เธอสูดหายใจแรง ๆ แสดงอาการไม่พอใจ “ไม่”
“เธอช็อตธารินกับพสกหรือเปล่า”
“ไม่..” วาดฝันเสียงดัง
“เธอได้แตะต้องเครื่องช็อตไฟฟ้าหรือเปล่า”
“ไม่..” เธอตะคอกใส่หน้า
ทว่าภายในเสี้ยววินาทีที่หลุดปากตอบปฏิเสธออกไปเธอก็ระลึกได้ว่าไอคิวทำสำเร็จกับเกมตอบคำถามนี้
“แสดงว่าที่เครื่องช็อตไม่มีลายนิ้วมือเธอใช่หรือเปล่า”
วาดฝันไม่ตอบ หน้าซีดและปากสั่น..
เครื่องบอกอุณหภูมิอิเล็กทรอนิกส์ที่ติดอยู่ที่เสากลางศูนย์บอกอุณหภูมิเป็น 10 องศาเซลเซียส ซึ่งหมายความว่าภายนอกอาคารต้องหนาวกว่านี้ 1-2 องศาเซลเซียส
วาดฝันทรุดลงจนโยนินต้องประคองอีกครั้ง
ไอคิวหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าออกมาจากห่อของ
“เกือบสำเร็จแล้วล่ะ..” ไอคิวกล่าวกับเธอ “ถ้าตอนนั้นที่ทุกคนพยายามหาเครื่องช็อตไฟฟ้าในเต้นท์ เธอไม่โยนมันเข้าไปใต้เต้นท์ ถ้าเธอทิ้งมันไปไหนต่อไปหรือโยนลงเหวให้มันหายสาบสูญไปก็คงจะไม่ผิดพลาดแบบนี้ บางทีคงคิดว่าจะยังอยากใช้มันกับนิกรเป็นรายสุดท้ายก่อนโยนทิ้งไปจริงก็ได้...เธอก็เลยลืมไปว่ารอยนิ้วมือของเธอติดอยู่บนเครื่งอช็อตไฟฟ้าเต็มไปหมด..ถ้าเธอยืนกรานว่าไม่เคยได้สัมผัสหรือแตะต้องเครื่องช็อตไฟฟ้าของธารินเลย เหตุผลเดียวที่มีรอยนิ้วมือของเธอติดอยู่ก็คือ..”
วาดฝันก้มหน้านิ่งอยู่ในอ้อมแขนของโยนิน
“เธอเป็นฆาตกร..”
โยนินสัมผัสได้ว่าร่างกายของวาดฝันกระตุกเบา ๆ เพราะเธอกำลังพยายามสะกดกลั้นน้ำตา..
“เธอฆ่าธาริน พสกและนิกร พยายามป้ายความผิดให้อามินดา และใช้ปูมหลังของครอบครัวสิมิลาเสริมให้อามินดาดูน่าสงสัย ใช้นิสัยของอามินดาและอามันดาเป็นเครื่องมือให้ทั้งสองทะเลาะกัน คาดหวังให้ราเมษกลายเป็นผู้ต้องสงสัยอีกคน เนื่องจากธารินเคยให้เงินและข่มขู่เรื่องพ่อของเขาที่ป่วยเป็นโรคเอดส์ นอกจากนั้นยังหวังให้พลนาทถูกสงสัยเป็นอันดับสาม เพราะเป็นน้องชายของคนที่อยู่ร่วมเหตุกาณ์ที่ผายินดีและเป็นเพื่อนกับพี่ชายของโยนิน ต่อจากนั้นก็เกิดผลพลอยได้ที่ทำให้โยนินกลับมาสงสัยผมที่ดันทุรังเข้ามาร่วมเดินทางด้วย”
“ไม่น่าเชื่อ..” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเอ่ยลอย ๆ “เธอคิดถึงขั้นนั้นเลยหรือนี่”
“โดยที่ไม่มีใครสักคนสงสัยตัวเธอเองที่เป็นแค่ผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่เกินตัว และชอบดุด่าโยนินแฟนตัวเอง”
“เพราะอะไร..” โยนินถามเธอ ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้ใบหน้าของเธอ “ทำไมถึงทำเรื่องแบบนี้ได้”
ทว่าวาดฝันกลับนิ่งเงียบ พยายามคลายมือของโยนินที่ประคองออกแล้วคุกเข่าลงกับพื้น ตรงหน้าโยนิน
“ขอโทษนะโยนิน..ฉันรักพี่ชายของเธอ”
วินาทีนั้นโยนินเกิดอาการชาไปทั่วร่าง อามันดาหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่รู้ตัว ขณะที่คนที่เหลือต่างงุนงงกับสิ่งที่เธอบอก
“เพราะฉันรักพี่ชายของเธอมากเหลือเกิน ฉันจึงอยากแก้แค้นสามคนนั่น..อยากให้มันตายไปซะ”
“เธอกับพี่ของโยนินเป็นคนรักกันอย่างนั้นหรือ” ราเมษเอ่ยถามขึ้น
วาดฝันพยักหน้าช้า ๆ “ฉันขอโทษ..ทุกคน..ฉัน ยอมเป็นแฟนกับโยนิน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นน้องชายของคนที่ตัวเองรักก็เพราะหาโอกาสแก้แค้น”
โยนินถอยหลังจนชนบอร์ดแสดงแผนที่ด้านหลัง “นี่เธอ..ไม่ได้รักฉันหรือ”
วาดฝันเงียบ..
“เธอรักพี่..ใช้ฉันเป็นเครื่องมือเพื่อพี่..เห็นฉันเป็นไอ้โง่อย่างนั้นรึไง..ทำไมต้องพี่ด้วยล่ะ ทำไมพี่ทำอะไร ๆ ก็มีคนรักคนชอบไปหมด..แล้วฉันล่ะ” โยนินหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความคับแค้นใจ “ฉันล่ะ..เพราะฉันไม่เหมือนพี่อย่างนั้นสิ ฉันไม่ได้เก่งไม่ได้เพอร์เฟ็คเหมือนพี่ของตัวเอง ฉันมันไม่เอาไหนในสายตาของใครต่อใคร..”
วาดฝันส่ายหน้าซ้ำไปซ้ำมา..
...
“เล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ย” พลนาทกล่าว “..เรื่องของเธอกับพี่ชายของโยนิน”
เป็นครั้งแรกที่วาดฝันเงยหน้ามองพลนาทด้วยสายตาอ่อนโยน..พลนาทเองก็เหมือนโยนินที่น้อยเนื้อต่ำใจที่มีพี่ชายที่เก่งกว่าตัวเอง..
“..เมื่อสองปีก่อน..ห้าเดือนก่อนเหตุกาณ์ที่ผายินดีจะเกิด ฉันเจอเขาที่นี่..ที่ภูกระดึงแห่งนี้” เธอกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความทรงจำ...