Muder in Phukradeung #45 (ภาคไขปริศนา 4)

posted on 08 Oct 2008 14:53 by iqdetective  in Phukradeung
ตอนที่ 45
“ทำไม..” อามันยันตัวลุกขึ้นยืน  “ทำไมเธอถึงทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้ลงคอ...วาดฝัน”
วาดฝันชะงักจนไหล่กระตุก  มองหน้าอามันดาผู้เป็นเพื่อนที่เชื่อใจเธอมาตลอด  คิดได้แบบนั้นเธอก็รู้สึกผิดที่ได้ทำลายความไว้วางใจไปจนหมดสิ้น  น้ำตาไหลซึมออกมา ปากเผยอเหมือนจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ก็เอ่ยไม่ได้..
“เธอน่ะ..แสร้งทำเป็นเข้าไปช่วยเช็ดตัวทำแผลให้ธาริน  แต่แล้วก็ป้ายยาพิษลงไปที่ผ้านวมสำหรับปูรองนอนตรงบริเวณที่พอธารินเอนหลังนอนจะกดทับกับแผลพอดี  ยาพิษจึงค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ผิวหนังของธารินจนออกฤทธิ์และเสียชีวิตในที่สุด”
“ฉัน..เปล่านะ” วาดฝันมองไอคิวเพียงแวบเดียวแล้วก็เบนสายตาก้มลงมองพื้น “ยาพิษอะไรกัน  ฉันก็แค่เช็ดตัวให้เธอเท่านั้นเอง  จริงมั้ยอามันดา” เธอมองอามันดา แม้จะรู้ว่าอาจจะไม่ได้รับความร่วมมือในการแก้ตัว
อามันดาที่ใบหน้าซีดเผือดมองเพื่อนสาวอย่างอย่างอ่อนใจ “..ไม่รู้สิ..แต่เท่าที่ฉันเห็นวาดฝันก็แค่เช็ดตัวให้เท่านั้น” 
วาดฝันยิ้ม..จากนั้นหันกลับไปมองไอคิวอย่างเต็มตา “พี่ไอคิวคงผิดแล้วล่ะ  หรือถ้ายังไม่เชื่อละก็ลองไปดูในเต้นท์ก็ได้  ไม่มียาพิษอะไรที่พี่ไอคิวว่าหรอก  แล้วก็ไม่มีคราบยาพิษที่ผ้าน่วมด้วย”
ไอคิวยิ้มที่มุมปาก.. “ไม่มีหรอก ทั้งยาพิษ ทั้งผ้านวมที่เปื้อนยาพิษ”
“ถ้าอย่างนั้นก็หยุดใส่ร้ายคนอื่นซะทีสิ” โยนินก้าวออกมาจากข้างหลังวาดฝัน สีหน้าเคร่งเครียด “วาดฝันก็บอกแล้วไงว่าเธอไม่ได้ทำ แล้วพี่ก็บอกว่าไม่มียาพิษอะไรนั่น ก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าเธอทำ”
ไอคิวจ้องมองโยนินที่เอามือข้างหนึ่งจับต้นแขนวาดฝันและบีบเบา ๆ พลางมองวาดฝันด้วยดวงตาหวั่นวิตกไม่แพ้กัน
นายเองก็เชื่อที่พี่พูด..ไอคิวคิด..แต่ว่านายแค่ไม่อยากยอมรับ
“ว่าไงครับ  พิสูจน์ได้หรือเปล่า” เจ้าหน้าที่เร่ง
ไอคิวเหลือบไปมองเจ้าหน้าที่ ยืดตัวตรงมองทุกคน “พิสูจน์ได้ครับ  แต่ว่ามันออกจะเป็นนามธรรมซะมากกว่า..ตอนนั้นหลังจากที่รู้ว่าธารินเสียชีวิต  วาดฝันก็แสดงอาการอย่างชัดเจนว่าไม่อยากนอนเต้นท์นั้นอีกต่อไป  จึงสลับเต้นท์นอนกับเต้นท์ของพสกและนิกร ซึ่งดูเผิน ๆ แล้วก็เหมือนเหตุผลของคนกลัวคนตาย  แต่จริง ๆ แล้วแค่ต้องการอยู่ห่างจากยาพิษของตัวเองบนผ้านวม
ต่อมาหลังจากนั้น  เธอก็หาช่วงเวลาเอาผ้านวมที่เปื้อนคราบยาพิษไปคืนที่โรงเก็บผ้านวมใกล้ ๆ กับที่ตั้งของเต้นท์..ที่ซึ่งมีผ้านวมและผ้าห่มมากมายกองสุมรวมกัน  เหมือนกับซ่อนใบไม้เอาไว้ในป่าแบบนั้น”
โยนินคล้อยตามอย่างเห็นได้ชัด  สีหน้าของเขาบอกอย่างชัดเจนว่าเข้าใจสิ่งที่ไอคิวพูด  แต่ทว่าปากก็ยังพูดออกมาขัดกับความคิดภายในใจ “ก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าวาดฝันเป็นคนทำ  ใคร ๆ ก็สามารถเอาผ้านวมไปเปลี่ยนได้ทั้งนั้น  เผลอๆ บางที่อาจจะเป็นพสกกับนิกรเองด้วยซ้ำที่นึกขยาดศพธารินเอง”
“ถึงได้บอกว่ามันเป็นนามธรรมไงครับ..มันก็บอกไม่ได้จริง ๆ อย่างที่นายว่านั่นแหละ  แต่ยังมีอีกอย่างที่นายน่าจะเอะใจ”
โยนินบีบแขนวาดฝันจนแน่น ทำให้วาดฝันขมวดคิ้วเพราะเจ็บ.. “อะไร”
“จำได้หรือเปล่าครับว่าในตอนเช้าหลังจากที่พบศพพสกนอนอยู่ที่ลานพระแก้วแล้ว พวกเราถูกสอบสวนและก็กลับมาที่เต้นท์อีกครั้ง  ตอนนั้นเกินเหตุวุ่นวายนิดหน่อยที่มีคนเอะใจว่าเครื่องช๊อตไฟฟ้าที่ควรจะอยู่ในกระเป๋าของราเมษ ซึ่งราเมษเป็นคนขอเก็บเอาไว้เองตอนที่ธารินได้รับบาดเจ็บ ทำไมมันถึงไปช๊อตพสกเป็นเหตุให้เขาสลบและโดนยาพิษที่ลานพระแก้วได้
นั่นเป็นเพราะว่าวาดฝันได้ขโมยเครื่องช๊อตไฟฟ้าจากในกระเป๋าของราเมษไปเก็บเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเดินทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อเอาไปจัดการตามแผนที่วางเอาไว้กับพสก  พอเจอศพพสกและกลับมาที่ศูนย์ฯ นี่ก็ถูกสอบสวนทันที..จนแทบไม่มีเวลานำมันกลับคืนลงไปในกระเป๋าขอราเมษในเต้นท์”
“อย่างนี้นี่เอง..” ราเมษร้องออกมา “ถึงว่าตอนที่พวกเราไปค้นที่เต้นท์กลับไม่เจอมันอยู่ข้างใน  แต่กลายเป็นว่าเจอมันใต้เต้นท์แทน”
“อืม..ก็เพราะว่าวาดฝันเองก็ไม่รู้จะทำยังไงกับเหตุการ์เฉพาะหน้าแบบนี้ ก็เลยทิ้งเข้าไปในใ ต้ เต้นท์ซะตอนที่ทุกคนชุลมุนสนใจแต่การหาเครื่องช๊อตให้เจอ ถ้านึกให้ดีทุกคนจะเห็นว่ามีเพียงวาดฝนคนเดียวที่ไม่ได้เข้าไปค้นหาภายในเต้นท์แต่ว่ายืนอยู่นอกเต้นท์ใกล้เต้นท์ของราเมษตลอดเวลา..ใช่มั้ย”
ไอคิวทิ้งท้ายด้วยคำถามส่งไปทางวาดฝัน
แต่วาดฝันหนักแน่นพอที่จะสบตาเขาอย่างจริงจัง  เมื่อไม่กี่นาทีก่อนพอรู้ว่าตัวเองถูกเปิดโปง เธอแสร้งทำเป็นอ่อนแอเพื่อให้คนอื่นช่วยปกป้อง  แต่ในระหว่างนั้นเธอกลับคิดได้ว่า  ในเมื่อแผนการทุกอย่างมันลงตัวและสำเร็จมาจนถึงขั้นนี้..แค่ถูกสงสัยนิดหน่อย..ทำไมจะต้องกลัว  คนที่พูดอธิบายบอกว่าเธอเป็นฆาตกร ก็แค่พยายามหาเหตุผลแวดล้อม พยายามคว้าเอานามธรรมอย่างที่ว่ามาก่อตัวให้เป็นรูปเป็นร่างก็เท่านั้นเอง  แต่ว่าไม่มีหลักฐานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักอย่าง..
“..แค่ฉันไปยืนอยู่ตรงเต้นท์ราเมษและไม่ได้เข้าไปช่วยค้นหาก็เหมาเอาว่าฉันเป็นคนซ่อนเครื่องช๊อตไฟฟ้าแล้วงั้นหรือ”
คราวนี้อามันดาดูจะตกใจที่เพื่อนสาวของเธอแสดงความมั่นใจอย่างเต็มที่
“นั่นก็คงเป็นแค่นามธรรมที่พยายามทำให้เป็นรูปธรรมอย่างที่พี่พูดอีกนั่นล่ะ”
ไอคิวสูดลมหายใจเต็มปอด..ฆาตกรพร้อมจะสู้กับเขาแล้ว
“ถ้าสมมติว่าสองเรื่องที่พี่ไอคิวบอกมานั้นเป็นไปอย่างที่พี่พูด ทั้งเรื่องการป้ายยาพิษและเรื่องการซ่อนเครื่องช๊อตไฟฟ้า  ถ้าอย่างนั้นแล้วเรื่องที่พสกตายล่ะจะว่ายังไง  ตอนนั้นทุกคนก็รู้ว่าพสกนั่งคุยกับฉันและโยนินที่ผานกแอ่นตอนที่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น  แต่พอขากลับเราก็แยกกันเดิน  จนพอมาถึงลานพระแก้วถึงได้รู้ว่าพสกตายอยู่ตรงนั้น  ทั้งๆที่ฉันกับโยนินเพิ่งคุยกับเขา  แล้วตอนเดินกลับจากผานกแอ่นฉันก็อยู่กับโยนินตลอดไม่ได้หนีหายไปไหน”
โยนินพยักหน้าทันที “ใช่ครับ..วาดฝันเดินกับผมตลอดนะ เธอไม่มีทางหนีไปฆ่าใครได้หรอก ยิ่งกว่านั้น คือพวกเราตามหลังพสกที่เดินกลับไปก่อน  ไม่ใช่ว่าพวกเราเดินนำเขาซะเมื่อไหร่  ตอนนั้นน่ะคนที่ไม่อยู่ก็เห็นจะมีแต่นิกรกับอามินดาเท่านั้น”
ไอคิวยังคงยืนกอดอกแน่น  เขาเขย่งเท้าอยู่สองสามครั้งอย่างอารมณ์ดีผิดจากทุกคน
“เรื่องนั้นไม่ยากเลยครับ”
วาดฝันเพ่งมองไอคิว..ใจเต้นรัว เพราะไม่คิดว่าแผนในขั้นตอนนี้จะถูกเปิดเผยได้อย่างง่าย ๆ
“ทริกในการฆ่าพสกนั้นดูเหมือนจะไม่มีทางเป็นไปได้เลยถ้าเรามองกันอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทั้งเรื่องเวลา เรื่องตำแหน่งที่อยู่ของพสก..เป็นทริกที่สลับซับซ้อนที่ต้องใช้ทั้ง สภาพแวดล้อม เวลาและความเฉพาะของคน ๆ นั้น”
“ความเฉพาะของคน ๆ นั้น” พลนาทเอ่ยขึ้น “หมายความว่ายังไง”
“เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในทริกนี้ แล้วเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดที่ทุกคนมองข้ามไป  แต่ว่าก่อนจะพูดถึงความเฉพาะของคน ต้องพูดถึงเรื่องเวลาและสภาพแวดล้อมก่อน”
ไอคิวตอบคำถามพลนาทรวมทั้งทุกคน แต่ทว่าสายตากลับจดจ้องที่วาดฝันและเบื้องหลังของเธอที่เป็นแผนที่ภูกระดึงขนาดใหญ่
วาดฝันยืนนิ่งไม่ตอบโต้ใด ๆ เห็นดังนั้นไอคิวจึงอธิบายต่อทันที
“ระยะทางจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวางแห่งนี้ไปจนถึงผานกแอ่นมีระยะทางประมาณ 1600 เมตร  ทั้งเส้นทางขาไปและเส้นทางขากลับที่ผ่านลานพระแก้วก็มีระยะทางพอ ๆ กัน  แต่เส้นทางขาไปนั้นค่อนข้างสะดวกและอันตรายน้อยกว่าเส้นทางขากลับเมื่อต้องเดินในเวลากลางคืน  พวกเราเดินทางไปผานกแอ่นกันเวลาประมาณตี 4 ถึง ตี 5 ซึ่งท้องฟ้ามืดมิด  เวลาเดินทางจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้ไฟฉายส่องแสงนำทาง  แต่ว่าเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องมีไฟฉายก็พอจะเดินทางได้ เพราะมีนักท่องเที่ยวมากมายร่วมเดินทาง  หากเราเดินตามนักท่องเที่ยวไปไม่ให้คลาดสายตาก็พอทำได้
และด้วยความที่มีนักท่องเที่ยวเยอะ มีแสงไฟฉายส่องพื้นมากมายแบบนี้  การเดินไม่ให้หลงจึงเป็นเรื่องไม่น่ากังวลเท่ากับการมองพื้นที่จะเดิน  ทุกคนส่วนมากแล้วจะมองพื้นที่จะเดินมากกว่าที่จะมองไกลออกไป  เพราะห่วงว่าอาจจะสะดุดอะไรเข้าหรือมีสัตว์เลื้อยคลายอยู่ก็ได้
สภาพแวดล้อมแบบนี้เองที่วาดฝันนำมันมาเป็นข้อดีในการทำให้ทริกของเธอเป็นจริง  เริ่มจากการที่ทุกคนในกลุ่มเดินกันไปตามทาง จนสะเปะสะปะเดินกันไปโดยไม่รอกัน  ทิ้งช่วงห่างกันและก็หากันไม่ค่อยเจอ  แต่ไม่ว่า ยังไงก็ไม่มีหลงทางเพราะมีนักท่องเที่ยวเดินตามกันอยู่เต็มทางเดิน
พอมาถึงจุด 1100 เมตร หรืออีก 500 เมตรก่อนถึงผานกแอ่น วาดฝันก็จะพูดบางอย่างให้พสกและอามินดาเดินตามเธอไป”
อามินดาชะงัก.. “ผมกลายเป็นหนึ่งในทริกของเธออีกแล้วหรือ  ผมโดนพสกเรียกถึงได้เดินตามไป”
ไอคิวพยักหน้าให้อามินดา “อันที่จริงถ้านายไม่ตามไปทริกก็ยังดำเนินต่อไปได้  แต่ถ้านายตามไปมันก็เรียกว่าสมบูรณ์แบบ..ไม่ว่านายจะโดนพสกเรียกหรือนายจะเอะใจเดินตามไปเองหรืออะไรก็ตาม ขอให้นายเดินตามวาดฝันและพสกไปเท่านั้นก็พอ  พอถึงจุดทางสามแพร่งก่อนถึงผานกแอ่น 500 เมตรที่เชื่อมไปยังเส้นทางไปลานพระแก้วซึ่งลับสายตาคน อามินดาก็ถูกช๊อตด้วยเครื่องช๊อตไฟฟ้าจนสลบและถูกพสกลากตัวพาไปที่ลานพระแก้ว”
“แบบนั้นมันก็หมายความว่าพสกสมรู้ร่วมคิดน่ะสิ” ราเมษกล่าวแย้ง
“ถูกต้องครับพสกสมรู้ร่วมคิด”
เจ้าหน้าที่ทั้งสองเริ่มงุนงงอีกครั้ง “เดี๋ยว ๆ ไม่เข้าใจ..ทำไมอยู่ดี ๆ นายพสกนั่นถึงสมรู้ร่วมคิดด้วยล่ะ”
“ผมเดาว่าวาดฝันมีข้อต่อรองอะไรบางอย่างซึ่งเกี่ยวกับเรื่องการเปิดโปงความชั่วของคนทั้งสาม” ไอคิวจงใจหยุดพูดและมองหน้าวาดฝัน แต่เธอกลับเมินหน้าหนีพร้อมกับเม้มริมฝีปากแน่น “พสกที่แอบหลงรักธารินเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงยอมทำตาม..และบางทีอาจจะบอกเป็นนัยว่าอามินดาเป็นฆาตกรที่ฆ่าธาริน”
อามินดาฉุนกึก.. “คนที่เป็นปีศาจคงไม่ใช่ธารินหรอก..เธอต่างหาก”
วาดฝันเหลือบมองอามินดา  ทำท่าจะโต้เถียงแต่ก็ยั้งปากเอาไว้ เหล่มองไปทางไอคิวอย่างประหม่า
“หลังจากนั้นก็เป็นไปอย่างที่ทุกคนเห็น คือ พสกถูกช็อตด้วยเครื่องช๊อตไฟฟ้าอีกคนและถูกป้ายยาพิษจนถึงแก่ความตาย จากนั้นก็จัดฉากทำเหมือนอามินดานอนสลบข้าง ๆ ..ซึ่งอย่าลืมว่าทั้งหมดนี้..เกิดขึ้นในช่วงขาไปไม่ใช่ขากลับจากผานกแอ่น”
“อืม..ก็จริงนะ..เพราะว่าขาไปมันมืด” พลนาทกล่าวงึมงำ ชนาภาเองก็พยักหน้าเข้าใจ
“ไม่จริงสักหน่อย..” โยนินโต้ด้วยเสียงดังลั่น ในมือพลิกเหรียญบาทไปมาด้วยนิ้วมือเพื่อข่มจิตใจของตัวเอง จนนักท่องเที่ยวที่จะก้าวเข้ามาในศูนย์ฯต้องผงะ แล้วหันหลังกลับไป “ก็วาดฝันเพิ่งบอกอยู่หยก ๆ ว่าผมกับวาดฝันและก็พสกนั่งคุยกันอยู่ที่ผานกแอ่น  แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงที่คนที่ถูกทำให้สลบและโดนยาพิษนอนกองอยู่ตรงลานพระแก้วอย่างที่พี่พูดจะมานั่งอยู่กับผมที่ผานกแอ่นน่ะ” เขาพูดลิ้นรัวอย่างคล่องแคล่วโต้กลับไอคิวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
พลนาทและชนาภาที่เพิ่งเห็นด้วยกับไอคิวกลับต้องประหลาดใจพอได้ฟังโยนิน  รวมทั้งคนอื่น ๆ ก็พลอยเห็นด้วยกับโยนินเช่นกัน
“นั่นสิพี่ไอคิว” อามันดาพูดอย่างเชื่องช้าเพราะความเหนื่อยล้า “ที่โยนินพูดก็จริงนะคะ”
ไอคิวถอนหายใจเฮือกใหญ่  แต่ไม่ใช่เพราะถูกตอกหน้าโดยโยนิน “พี่ถึงได้บอกว่า ทริกในการฆ่าพสกดูเหมือนจะไม่มีทางเป็นไปได้เลยถ้ามองกันอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้   เรื่องการมีตัวตนของพสกอยู่ที่ผานกแอ่นนั้นอธิบายได้ด้วยข้อสุดท้ายคือความเฉพาะของคน ๆ นั้น หรือก็คือความเฉพาะของพสก  ซึ่งอามันดาก็น่าจะรู้ดี”
อามันดาโอบเอวอามินดาน้องชายเพื่อประคองตัว โดยมีราเมษอยู่ใกล้ ๆ “อามันน่ะหรือคะ”
“อื้ม..” ไอคิวมั่นใจ “อามันดากับอามินดารู้ดีที่สุด”
อามันดาก็ยังคงมองไอคิวอย่างไม่เข้าใจ  แต่ในขณะเดียวกันเหรียญบาทในมือโยนินก็ตกลงพื้นเสียงดัง  ไอคิวจึงหันไปยิ้มให้โยนิน
“โยนินรู้แล้วใช่หรือเปล่า”
โยนินกลอกตาไปมามองวาดฝันสลับกับไอคิว “ไม่..ไม่รู้..ยังไม่รู้”
“อย่าหลอกตัวเองเลยโยนิน..” ไอคิวบอก “..ยิ่งหลอกตัวเองมากเท่าไหร่ความจริงก็ปรากฏชัดขึ้นมากเท่านั้น..นายมองออกแล้วว่าวาดฝันใช้ทริกอะไรถึงทำให้ผสกมานั่งอยู่กับนายได้”
“เข้าใจล่ะ..” อามินดาดีดนิ้วมองไปทางอามันดา “นั่นเพราะว่าพสกกับนิกรเหมือนอย่างเราไง”
คราวนี้อามันดาทำตาโตเพราะนึกออก  ไอคิวจึงเฉลยให้ทุกฟัง
“อามันดากับอามินดาเป็นฝาแฝดกัน  และพสกกับนิกรก็เป็นฝาแฝดกัน..คนที่นั่งอยู่กับโยนินในตอนนั้นไม่ใช่พสก  แต่เป็นนิกรต่างหากล่ะ”
มือข้างหนึ่งของโยนินที่ทำเหรียญบาทตกกำแน่น  ส่วนมืออีกข้างผละออกจากแขนวาดฝัน..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Recommend