Muder in Phukradeung #44 (ภาคไขปริศนา 3)

posted on 06 Oct 2008 11:27 by iqdetective  in Phukradeung
ตอนที่ 44
เวลา 22.00 น.
ราเมษเบนสายตามองทุกคนที่มองเขาอยู่  มือล้วงกระเป๋ากางเกงกำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น
“หมายถึงนายหรือเปล่า..” อามินดาเอ่ยกับเขาเป็นคนแรก
ราเมษเหลือบตากลับมามองอามินดาที่อยู่ตรงข้ามเขาพอดี อามันดาที่ยืนเคียงข้างเขาก็จ้องเขาไม่วางตา
“เท่าที่รู้มานายน่ะ ต้องลำบากมากมายกว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แถมยังต้องดูแลพ่อที่ป่วยอีก  คนที่มุมานะอย่างนายคงพยายามทำให้ตัวเองกลายเป็นคนเก่งขึ้นมา  แล้วก็หารายได้พิเศษโดยการ..”
“หยุดพูดจาอะไรซี้ซั้วซะที อามินดา” ราเมษพูดลิ้นรัวจนน้ำลายกระเซ็น  อามันดาถึงกับสะดุ้งที่เขากล้าดุน้องชายของเธอ “ธารินน่ะข่มขู่ผม  ผมต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบเธอทุกทาง”
“เพราะอย่างนั้นก็เลยยอมทำตามทุกทาง  ยอมเป็นตัวแทนไปสอบแทนธารินอย่างนั้นสิ”
“ไม่ใช่ผม..ผมไม่ได้ไปสอบแทนธารินหรือทำอะไรทุจริตเพราะธาริน  ผมแค่รับเงินจากเธอเป็นค่ารักษาพยาบาลพ่อผมแค่ครั้งเดียวเท่านั้น”
“แล้วธารินไม่หวังอะไรจากนายเลยหรือไง  อย่าบอกนะว่าให้เงินเพราะแค่สงสาร”
ราเมษชะงัก นิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนกล่าวออกมา
“ธารินให้ผมยอมช่วยเธอในเรื่องการเรียนตลอดสี่ปีที่เรียนมหาวิทยาลัย”
..ไม่เอาไหนจริง ๆ ...อามันดาส่ายหน้าให้กับความเห็นแก่ตัวของราเมษ “เพราะอย่างนั้น..ก็เลยต้องหาที่เพิ่งใหม่..ซึ่งก็คือฉัน”
ราเมษหันหลังกลับไปมองอามันดาอย่างรู้สึกผิด  พอเห็นสีหน้าผิดหวังของอามันดาก็พูดอะไรไม่ออกได้แต่ส่ายหน้าไปมา
“เพื่อที่จะได้ไม่ต้องยอมทำทุกอย่างที่ธารินขอตลอดสี่ปี  และเพื่อหาเงินไปรักษาพ่อตัวเองที่ป่วยเป็นโรคเอดส์” อามินดาน้ำตาไหลซึมออกมา เงื้อมือขึ้นตบหน้าเขา “..ก็เลยมาหาฉัน” 
“..ผมขอโทษ..แต่ว่าตอนนี้ ผมไม่ได้คิด..”
“เอาล่ะ ๆ..พอเถอะเรื่องของคุณสองคน” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งขัดจังหวะ “คุณไอคิวกรุณาอธิบายต่อเถอะครับ ต่อจากที่คุณบอกว่าฆาตกรเป็นคนที่ไปสอบแทนคุณธารินที่ตายไป  ตกลงว่าฆาตกรเป็นใครกันแน่”
ไอคิวพนักหน้าให้เจ้าหน้าที่ เหลียวมองราเมษและอามันดาที่ยังยืนมองหน้ากันอย่างค้างคาใจ
“จริงอยู่ที่อามินดาบอกว่าราเมษเป็นคนเก่ง  แต่นั่นไม่ได้เกี่ยวข้องกับตอนที่ทั้งสามคนนั่นจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย  ธารินรู้จักราเมษเมื่อเข้ามามหาวิทยาลัยได้แล้ว และติดตามแอบสืบเขาจะรู้ว่าพ่อของเขานอนป่วยที่โรงพยาบาลนิรนาม กิตติเพื่อนของราเมษและตัวราเมษเองบอกว่าธารินเคยไปที่โรงพยาบาลนิรนาม  ซึ่งก็น่าจะไปหาพ่อของราเมษ  จากนั้นก็ยื่นข้อเสนออย่างที่ราเมษว่า..แต่ว่าการไปสอบแทน ถ้าจะทำให้แนบเนียนที่สุดก็ต้องทำให้ไม่สามารถจับพิรุธอะไรได้เลย ราเมษคงจะทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้ เพราะราเมษเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิง”
พอไอคิวพูดประโยคสุดท้าย อามันดา วาดฝันและชนาภาก็ถูกจับจ้องทันที ความหนาวเย็นทำให้ริมฝีปากซีดและสั่นไปมา
“อะ..อะไรกัน” วาดฝันอึกอัก “พี่ไอคิวพูดอะไรออกมา”
“นั่นสิ..ทำไมถึงโบ้ยความผิดมาให้ฉันล่ะ” อามันดามองไอคิวอย่างสบประมาท
“ฉันก็เหมือนกัน..ฉันแค่รู้จักธารินทางอินเตอร์เน็ตแล้วก็เพิ่งจะเจอหน้ากัน..ไม่สิ  เจอกับธารินก็กลายเป็นศพไปแล้วน่ะ” ชนาภาพูดเสียงสั่น
“ใช่ครับคุณไอคิว” พลนาทย้ำคำพูดแฟนสาว “แฟนผมไม่รู้เรื่องจริง ๆ ผมเองต่างหากที่น่าสงสัยมากกว่าเธอซะอีก”
“พี่อามันดาก็ไม่มีวันทำแบบนั้นแน่ ๆ  พี่อามันดาไม่ได้..ไม่ได้มีนิสัยก้าวร้าวเลือดเย็นอย่างผมซะเมื่อไหร่” อามินดากึ่งตะโกนใส่หน้าไอคิว แต่ในใจก็หวั่นไหวกับสิ่งที่ตัวเองพูด
“..ส่วนวาดฝันก็ยิ่งไม่มีทางทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้แน่  ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการ เป็นผู้ใหญ่เกินตัว แล้วก็มองผมไม่เอาไหนอยู่เสมอ..ที่สำคัญวาดฝันก็ไม่เคยรู้จักพี่ชายของผมเลยด้วยซ้ำ”
ไอคิวพยักหน้าให้กับผู้ชาย 3 คนที่พยายามปกป้องคนที่รัก  เขาจงใจทิ้งช่วงให้ความเงียบเกิดขึ้น แล้วอธิบายต่อ..
“พอจะจำเหตุการณ์ที่ธารินถูกฆาตกรรมเป็นคนแรกได้หรือเปล่าครับ” ไอคิวถาม  ซึ่งทำให้ทั้ง 3 คนปรับสีหน้าไม่ทัน “ธารินเสียชีวิตในช่วงเวลาระหว่างที่ทุกคนยกเว้นอามินดาไปดูพระอาทิตย์ตกกันที่ผาหมากดูด  ในตอนนั้นธารินนอนอยู่ในเต้นท์ อามินดานั่งเฝ้าอยู่ด้านนอก  อามินดาซึ่งนั่งเฝ้าโดยที่ไม่รู้ว่าธารินนั้นได้กลายเป็นศพไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้”
ทุกคนนิ่งเงียบฟังไอคิว  อามินดาส่ายหน้าด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่ได้เอะใจเลยว่าในตอนนั้นธารินจะเสียชีวิตไปแล้ว
  “อามินดาถึงจะบอกว่านั่งเฝ้า แต่จริง ๆ แล้วก็เดินวนเวียนอยู่ไม่ไกลจากเต้นท์  ถ้ามีใครเข้ามาก็คงจะไม่เห็น  อย่างเช่นชนาภา”
ชนาภาขมวดคิ้วมองไอคิวเขม็ง..
“ตอนนั้นคุณได้เดินมาหาธารินหรือเปล่า”
“..ฉันเดินตามหาจริง..และก็พยายามโทรศัพท์หาธารินหลายครั้งแต่ก็ไม่รับสาย บางทีธารินอาจจะตายไปแล้วก็ได้  แล้วฉันก็ยอมรับว่าฉันก็เดินผ่านแถวเต้นท์ที่ธารินนอนอยู่  แต่ตอนนั้นไม่รู้จริง ๆ ว่าธารินอยู่ตรงนั้น”
“เรื่องนี้ยอมรับได้” ไอคิวเสริม “เพราะโทรศัพท์มือถือของธารินเปิดระบบสั่นทำให้ไม่ได้ยินเสียง  อีกอย่างตัวธารินเองคงไม่มีกะจิตกะใจจะโทรศัพท์ไปบอกหรือส่งข้อความไปบอกชนาภาก่อนหน้านั้นว่าตัวเธออยู่ตรงไหนในบริเวณสนามกางเต้นท์  เพราะตอนนั้นเธอก็เจ็บแผลที่หลังมากจนไม่คิดอย่างอื่น..เพราะฉะนั้น”
อามันดาและวาดฝันมองไอคิว ทั้งสองอยู่ห่างกันแค่ราเมษขั้นกลางเท่านั้น
“คุณชนาภาคงไม่ใช่ฆาตกร..”
“พูดดี ๆ นะพี่ไอคิว” ราเมษโพล่งออกมาในขณะที่ชนาภาใจชื้นขึ้นเมื่อตัวพ้นข้อสงสัย  “อย่ามากล่าวหาเพื่อนของผมสองคนลอย ๆ”
ไอคิวยิ้มให้ราเมษ แต่ไม่กล่าวตอบโต้เขา 
“ถ้าย้อนไปก่อนหน้านั้นเล็กน้อย  ผมได้สอบถามทุกคนแล้วและพอจะรู้ว่า หลังจากที่ธารินเกิดอุบัติเหตุเครื่องช๊อตไฟฟ้าทิ่มที่หลังจนเดินทางมาถึงเต้นท์และนอนพัก ช่วงนั้นมีคนสองคนที่ใกล้ชิดธารินและคอยเปลี่ยนเสื้อผ้าเช็ดตัวให้”
อามันดากับวาดฝันมองหน้ากันอย่างหวาดระแวง..
“เธอน่ะ..” ไอคิ้วชี้ตรงไปที่ราเมษ จากนั้นเลื่อนแขนเพียงน้อยนิดเพื่อเล็งไปที่ผู้หญิงคนหนึ่ง
จู่ ๆ หลอดไฟในศูนย์ก็กระพริบถี่เหมือนไฟฟ้าไหลต่ำขาดห้วง พอกลับมาสว่างเป็นปกติก็เหมือนมีแสงสว่างจ้าส่องตรงไปทางบุคคลที่ไอคิวชี้
เธอคนนั้นสะดุ้งสุดตัว รับรู้ว่าทุกคนกำลังค่อย ๆ เบนความสนใจมาที่ตน
“ในตอนนั้นเธอก็ลงมือเอายาพิษให้ธารินเรียบร้อยอย่างที่ไม่มีใครนึกสงสัยเลยสักนิดเดียว”
คราวนี้เจ้าหน้าที่จดจ้องไปตามปลายนิ้วของไอคิวอย่างมั่นใจ รวมทั้งทุก ๆ คนที่ต่างจับต้นชนปลายเหตุการณ์ได้ก็แทบจะไม่อยากเชื่อ  แต่ทว่า..ทุกอย่างมันดูลงล็อคอย่างที่ไอคิวอธิบาย
“คนที่เก่งและฉลาดน่ะ ไม่ได้มีแค่เพียงพี่ชายของพลนาท  พี่ชายของโยนินและราเมษหรอกนะ  เธอเองก็เก่งไม่ใช่เล่นเหมือนกัน”
“ทำไมกัน..”เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นข้างตัวราเมษ
“เก่งพอที่จะไปสอบแทนธารินได้ และโดยที่ไม่ต้องเจอหน้าธารินเลยแม้แต่น้อย  เธอได้รับคำเชิญชวนแกมขอร้องจากพี่ชายของโยนินให้ทำเรื่องทุจริตนี้ด้วยกัน” 
“ไม่จริง..ทำไม” เสียงนั้นเป็นเสียงของอามันดา  
อามันดาล้มทั้งยืนลงไปกองกับพื้น  ราเมษซึ่งอยู่ข้าง ๆ แทบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ  นี่คงเป็นเพราะเธอเหนื่อยล้ากับเรื่องที่เกิดขึ้นมากเกินทน..
“พี่อามัน..” อามินดาโผเข้าไปประคองตัวพี่สาวแต่ก็ไม่ทัน  อามันดากระแทกลงที่พื้น เปลือกตาขึ้นลงไปมา..
วาดฝันตัวแข็งทื่อมองอามันดา
“ทำไม..” อามันดาพยายามพยุงตัวโดยมีอามินดาและราเมษช่วย  เธอหรี่ตามองไอคิว “ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ  พี่ไอคิวแน่ใจแล้วเหรอ”
ไอคิวพยักหน้าอย่างมั่นใจ..
พอเห็นว่าไอคิวเชื่อมั่นในสิ่งที่พูด  อามันดาจึงเบนสายตาเงยหน้ามองเพื่อนของเธอที่ยืนอยู่
“ทำไมเธอถึงทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้ลงคอ” อามันดาร้องไห้โฮออกมา “..ทำไม..วาดฝัน”
วาดฝันไหล่กระตุกครั้งหนึ่ง..จากนั้นก็มีน้ำตาไหลซึมออกมาที่ดวงตา
 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Recommend