Muder in Phukradeung #42 (ภาคไขปริศนา 1)
posted on 02 Oct 2008 16:35 by iqdetective in Phukradeung
ตอนที่ 42
ไอคิวเดินวนเป็นวงกลมอยู่หน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง..
เมื่อ 10 กว่านาทีก่อนอยู่ดี ๆ โยนินก็เดินเข้ามาแล้วพูดในสิ่งที่ไม่คาดคิดให้เขาช่วยเฉลยคดีนี้ในคืนนี้เลย..คืนของวันที่แสนเหนื่อยล้าเกินบรรยาย เขาพยายามเรียบเรียงทั้งความคิดและคำพูดทั้งหมดเพื่อเฉลยคดีฆาตกรรมในครั้งนี้ รวมทั้งยังต้องอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ให้แก่เจ้าหน้าที่พนักงานให้เข้าใจไปพร้อม ๆ กันด้วย
ขณะที่เดินวนรอบเขาก็เกาศีรษะ เอานิ้วชี้และนิ้วโป้งกดหางตาทั้งสองข้างด้วยความเคยชิน จนไม่รู้ตัวว่าผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนไม่ผิด เวลามองออกไปไกล ๆ ก็พร่ามัวเพราะสายตาสั้น
เขาหยิบแว่นตาที่เก็บพับเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาใส่ มองเห็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวางชัดเจน มองเห็นคน 7 คนที่ยืนอยู่ตรงขั้นบันได..
“ฆาตกรอยู่ในคนทั้งเจ็ดนี่แหละ” ...
อีกอึดใจต่อมาไอคิวก็เข้ามายืนเบื้องหน้าทุกคน มีเจ้าหน้าที่อีกสองคนยืนอยู่ด้านหลัง เขามองคนทั้ง 7 จากนั้นส่งสายตาไปที่เจ้าหน้าที่พนักงานประจำศูนย์ ฯ
“ว่าไปสิ..” เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนยืนกอด อกตัวตรง คนหนึ่งบอกไอคิวด้วยสีหน้าเรียบเฉย คงจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเรื่องที่ทุกคนบอกว่าเขาจะไขปริศนาทั้งหมดของคดี
ไอคิวสูดหายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งครั้ง พาเอาอากาศเย็นแสบจมูกเข้าไปในปอด ตัวเขาสั่นเทิ้มเพราะความหนาวเหน็บ แล้วถอนหายใจยาวกว่า 3 วินาที ก่อนที่จะเอ่ยขึ้น พร้อมกับมองตรงไปยังทุกคน
“ต่อไปนี้ผมจะไขปริศนาทั้งหมดของการฆาตกรรมบนภูกระดึงครั้งนี้ ทั้งตัวฆาตกรและทริกในการก่อการฆาตกรรมของคนสามคน”
ทุกคนยังคงยืนนิ่ง สีหน้าที่ดูอิดโรยเหมือนจะเปลี่ยนมาสดชื่นอีกครั้ง
“แต่ก่อนอื่นผมคงจะต้องขออธิบายเรื่องราวทั้งหมดคร่าว ๆ ก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของที่นี่ได้เข้าใจด้วย..เริ่มจากจุดเริ่มต้น คือ อามันดา..”
อามันดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอกำลังคล้องแขนราเมษอยู่ ทำให้ราเมษรับรู้อาการของเธอ
“อามันดาเป็นคนต้นคิดเรื่องการมาเที่ยวภูกระดึงครั้งนี้ เธอพยายามชักชวนเพื่อนทั้งสาม ราเมษ วาดฝันและโยนินให้มาเที่ยวด้วยกัน แต่การสนทนานั้นบังเอิญว่ามีอีกกลุ่มหนึ่งมาได้ยินเข้าและขอร่วมทริปครั้งนี้ด้วย นั่นก็คือ ธาริน พสกและนิกร..
ในตอนนั้น ทั้งสี่คนคงจะแปลกใจ แต่การที่มีเพื่อนร่วมทริปที่เป็นเพื่อนในมหาวิทยาลัยเดียวกันเพิ่มขึ้นมาอีกสามคนก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ถึงแม้จะไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน..ก็คงเหมือนกับเวลาเราไปเข้าค่ายอะไรสักอย่างที่แต่ละคนแทบไม่รู้จักกันมาก่อน
แล้วถ้าหากเหตุการณ์ตรงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญล่ะ..”
คราวนี้ราเมษเป็นฝ่ายสะดุ้งบ้าง
“ถ้าหากว่ามีใครบางคนรู้ว่าอามันดาจะพยายามพูดเรื่องการมาเที่ยวครั้งนี้ แล้วได้บอกให้อีกฝ่ายรับรู้เอาไว้ก่อน แล้วทำให้มันเหมือนเรื่องบังเอิญซะ..พี่พูดถูกมั้ย..ราเมษ”
ราเมษชะงัก ไหล่กระตุกรุนแรงจนอามันดาต้องปล่อยแขน
“นายน่ะรู้จักผู้หญิงที่ชื่อธารินมาก่อน แต่ก็ทำเป็นเพิ่งพบกัน”
อามันดาจ้องราเมษเขม็ง เพราะเธอเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เอง ความโกรธเคืองเริ่มต้นอีกครั้ง ฝ่ายราเมษแค่เพียงหางตาก็รู้ว่าอามันดากำลังไม่พอใจ แต่เขาก็พยายามยืนนิ่ง ไม่พูดโต้ตอบอะไร และไม่แก้ตัวอะไร
“นายชวนเธอมาที่นี่ แสร้งทำเป็นเรื่องบังเอิญ เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง..ซึ่งก็คือเรื่อง”
“หยุดก่อน..” ราเมษห้าม
ไอคิวหยุด เอามือกอดอก อากาศหนาวเริ่มพัดเข้ามา
“ให้ผมอธิบายเรื่องนี้เองจะดีกว่า..เพราะไหน ๆ ทุกคนก็ต้องรู้” ราเมษมองไอคิว ไอคิวพยักหน้าอย่างเต็มใจ “ผมกับธารินรู้จักกันมาก่อน ผมคบกับธารินเพื่อหวังเงินของเธอ”
มีเสียงสูดหายใจหนักหน่วงจากอามันดา..
“เพื่อรักษาพ่อของผมที่ป่วยเอดโรคเอดส์”
เสียงหายใจนั้นขาดห้วงลงทันที แต่มีน้ำตาเอ่อล้นมาแทน
“โรคเอดส์..” โยนินร้องขึ้น “นายไม่เห็นเคยบอก” เขาและคนอื่น ๆ ตกใจที่ได้ยิน
“อืม..จะให้ฉันบอกพวกนายหรือไงว่าพ่อตัวเองป่วยเป็นโรคเอดส์ และฉันที่เป็นลูกก็มีโอกาสติดเอดส์จากการสัมผัสตัวพ่อมากกว่าใคร ๆ”
โยนินอ้างปากค้าง..จริงอย่างที่เพื่อนของเขาพูด
“แต่ผมไมได้ชอบธารินเลยแม้แต่น้อย ผู้หญิงแบบนั้นใครจะไปชอบลง ผม..ชอบอามันดาเพียงคนเดียว”
ตอนที่เขาเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมา เขาแทบไม่ได้ขยับร่างกายส่วนใดเลย แต่อามันดากลับชะงัก หน้าแดงก่ำด้วยความอาย
“จริงอยู่ที่การมาเที่ยวภูกระดึงครั้งนี้ของผมคือการได้เงินจากผู้หญิงสองคน คือธารินและอามันดา..ผมยอมรับว่าผมคบเธอทั้งสองเพื่อเงินจริง ๆ ..แต่ว่าตอนนี้..ผมชอบเธอจริง ๆ”
อามินดาส่งยิ้มเย้ยหยันไปทางพี่สาว เป็นนัยว่าเขาคิดไม่ผิดเรื่องที่ราเมษจะมาปอกลอก แต่อามันดาไม่สนใจ เธอสนใจแต่ราเมษเท่านั้นในตอนนี้
“ที่จะพูด..มีเท่านี้แหละครับ” ราเมษบอกไอคิว
ไอคิวคลายมือที่กอดอกลง “อย่างที่ราเมษได้บอก การมาของธาริน พสกและนิกรไม่ใชเรื่องบังเอิญ แต่ราเมษเป็นคนชวนเธอมา จากนั้นตัวละครอีกตัวก็โผล่มา นั่นคือ อามินดาน้องชายของอามันดา”
อามินดาละสายตาจากพี่สาวหันมามองไอคิว
“มีเพียงอามินดาน้องชายของอามันดาคนเดียวเท่านั้นที่มาจากที่อื่น ซึ่งก็คือบ้านเกิดทางภาคใต้ อามินดาที่เป็นทั้งน้องชายและฝาแฝดของอามันดา อามันดาชวนเขามาเพื่อมาเที่ยวที่นี่ด้วยกัน แต่ทว่า การมาของอามินดานั้นก็อยู่ในแผนฆาตกรรมครั้งนี้ด้วยเหมือนกัน”
“ว่าไงนะ” วาดฝันกล่าว “แผนของอามินดาอย่างนั้นหรือ”
“เปล่า..ไม่ได้บอกว่าแผนของอามินดา แต่แค่บอกว่าอามินดาอยู่ในแผนครั้งนี้เท่านั้น”
“เอ่อ..นั่นสิ” วาดฝันเอ่ยออกมาได้เพียงแค่นั้นก็เงียบลง
“เชื่อหรือไม่ว่าแม้อามันดาจะไม่เคยเปิดเผยว่าตนมีน้องชายฝาแฝดที่ชื่ออามินดากับเพื่อนคนไหนมาก่อน แต่ฆาตกรก็สามารถรู้เรื่องราวของตระกูลสิมิลาของเธอได้”
อามันดาและอามินดาจ้องหน้าเขาพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ
“และก็รู้ทุกอย่างที่คนในหมู่บ้านรู้..หมู่บ้านที่ตระกูลสิมิลาตั้งอยู่ เพราฉะนั้นเรื่องการมีตัวตนของอามินดาจึงเป็นเรื่องน้อยนิดมากเมื่อเทียบกับเรื่องราวเบื้องลึกของตระกูลสิมิลา”
คราวนี้อามันดาหันมามองน้องชาย “เธอบอกอะไรเขาไปบ้าง”
อามินดาค่อย ๆ หันมามองพี่สาวเหมือนจะแกล้งหน่วงเวลา แล้วก็ตอบสั้น ๆ “..ทุกอย่างที่พี่ไอคิวถาม”
“ครับ..ดังนั้นฆาตกรจึงรู้ว่าอามินดามีพฤติกรรมและอุปนิสัยอย่างไร” ไอคิวจงใจไม่ใส่ใจอามันดาที่ส่งสายตาดุดันไปที่น้องชาย “..ตระกูลสิมิลามีความร่ำรวยจากการที่มีทองสะสมเอาไว้ตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นทวด ดังนั้นบรรดาเพื่อนบ้านจึงมักจะมาของความช่วยเหลือจากตระกูลสิมิลาอยู่เสมอ หลังจากที่ปู่ของอามินดาเสียเพราะไฟไหม้บ้าน พ่อของเขาพบหีบทองจำนวนมาก จากนั่นก็เริ่มช่วยเหลือคนในหมู่บ้าน แต่กลับกลายเป็นว่าความช่วยเหลือนั้นส่งผลร้ายกลับมา เพราะบรรดาคนในหมู่บ้านต่างจ้องจะหาทางของเงินทองจากพ่อของเขา อามินดาจึงกลายเป็นคนไม่ไว้ใจใคร และมักจะมองออกว่าใครไม่จริงใจ มีนิสัยโผงผางและดูเลือดเย็นในสายตาคนอื่น ..ฆาตกรจึงใช้ตรงจุดนี้เอง เริ่มต้นแผนการทั้งหมดและโบ้ยความผิดไปให้อามินดาแต่เพียงผู้เดียว”
“ตายจริง..” คราวนี้ชนาภาอุทานออกมา
“แต่ว่าเรื่องเกินความคาดหมายก็เกิดขึ้น เมื่อธารินเหยียบก้อนหินตรงบันไดพลาดและหงายหลังล้มลงตกจากบันไดเหล็กกระแทกพื้นเป็นเหตุให้เครื่องช็อคไฟฟ้าทิ่มหลังเธอจนเลือดออก”
“บังเอิญอย่างนั้นหรือ..” วาดฝันเอ่ยลอย ๆ “ก็ไหนอามินดาบอกว่า..”
ใช่ครับ อามินดาบอกเองว่าเขาแกล้งทำให้ธารินเสียหลักล้มลง”
“ผมแกล้งผลักเธอนิดเดียวเท่านั้นแหละครับ..” อามินดาเอ่ยเสริม “แต่ก้อนหินก้อนนั้นมันไม่มั่นคงอยู่แล้ว เธอเลยล้มลงไปจริง ๆ..ความจริงตอนนั้นผมหงุดหงิดมาก เพราะเพิ่งทะเลาะกับพี่อามันดาแล้วเดินนำทุกคนขึ้นบันไดตรงนั้น อยู่ ๆ ธารินก็ตามมา ผมเห็นว่าผู้หญิงคนนี้กำลังสนใจใ นตัวราเมษ ซึ่งผมไม่ชอบขี้หน้าหมอนั่นอยู่ ก็เลยพาลแกล้งผลักเธอ”
“โหดร้ายจริง ๆ” พลนาทลืมตัวกล่าวออกมา โชคดีที่อามินดาไม่ได้ยิน
“แต่ว่าหากไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น ยังไงฆาตกรก็คงต้องหาทางทำให้มันเกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางขึ้นภู เพื่อให้อามินดาอาสาอยู่เฝ้าหรือทำให้อามินดาอยู่ใกล้ตัวธารินมากที่สุด เพราะฆาตกรคาดว่าการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างอามันดาและอามินดา เกี่ยวกับเรื่องการคบหาราเมษคงไม่จบลงง่าย ๆ”
อามินดานิ่วหน้าไม่อยากเชื่อ “นี่หมายความว่าหากผมทะเลาะกับพี่อามันดาก็จะเข้าแผนของฆาตกรด้วยงั้นหรือ”
ไอคิวพยักหน้า อามินดาหันควับปรายตามองทุกคนที่เข้าข่ายว่าน่าจะเป็นฆาตกร
“ฆาตกรรู้ว่านายน่ะ ใจอ่อนกับผู้หญิง รู้ทั้งนิสัยของนาย รู้ทั้งนิสัยของธาริน รู้แทบทุกอย่างเกี่ยวกับตัวละครที่มาที่นี่”
“เดี๋ยวสิ..” โยนินแทรกขึ้น “พี่ไอคิวบอกว่าฆาตกรรู้อย่างนั้นหรือ แต่เมื่อกี้พี่บอกไม่ใช่หรือไงว่าราเมษน่ะรู้จักธารินมาก่อน แต่ไม่ได้รวมถึงฆาตกรนี่”
ไอคิวยิ้ม “ถ้าขนาดที่รู้ว่าอามินดามีตัวตน เรื่องแค่ราเมษรู้จักธารินทำไมจะเป็นไปไม่ได้..ฆาตกรน่ะทำการบ้านได้ดีมาก รู้ประวัติของทุกคนที่นี่หมดนั่นแหละ”
“ไม่อยากจะเชื่อ..” อามันดาเอ่ยลอย ๆ
“ยกเว้นก็แต่ผมและกิตติเท่านั้น”
“นั่นสิ..” ราเมษเห็นด้วย “ฆาตกรไม่น่าจะรู้ว่ากิตติจะมา ถึงรู้ก็คงไม่คิดจะสืบคนที่ติดตามกิตติมาอย่างพี่ไอคิว”
“ครับ..ต้องบอกว่าการที่ผมและกิตติมาที่นี่เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายเอามาก ๆ เพราะว่ากิตติรู้เรื่องทุกอย่างของราเมษ เฉลยเรื่องการมาเที่ยวเพื่อเงินของราเมษ เรื่องการที่ราเมษรู้จักธารินมาก่อน ถ้าไม่มีกิตติอธิบายเรื่องเหล่านี้แล้ว ผมเองก็คงจะไม่รู้เรื่องอะไรใด ๆ เลยเหมือนกัน”
“ถ้าอย่างนั้นแล้วฉันล่ะ” ชนาภาชี้ตัวเอง “ฉันเป็นตัวละครของฆาตกรด้วยหรือเปล่า”
“อ้อ..คุณชนาภา..ผมลืมบอกไป แย่จริง ๆ..คุณน่ะเป็นครับ เรียกได้ว่าจำเป็นต้องมาเลยล่ะ เพราะว่าแฟนของคุณน่ะมีส่วนกับเรื่องนี้ด้วย”
ทุกคนหันไปมองพลนาทที่ยืนเคียงชนาภาอย่างงุนงง แต่แทนที่พลนาทจะตกใจกลัวสายตาของคนทั้งหมด เขากลับยืนนิ่งจ้องตอบทีละคน
“จนถึงตอนนี้คุณเองก็ยังไม่ได้บอกชนาภาหรือครับ ว่าคุณน่ะรู้จักธารินเช่นกัน”