Murder in Phukradeung #40

posted on 21 Sep 2008 16:33 by iqdetective  in Phukradeung
 
ตอนที่ 40
เขาคนนี้ชื่อพลนาท..
พลนาทเหม่อมองท้องฟ้าที่ดำมืดเคียงข้างกับหญิงสาวที่ตนรัก
ต้นสนสามใบ..เป็นสิ่งที่..ไม่น่าจดจำสำหรับเขา
เมื่อสองปีก่อน เขาดีใจเหลือเกินที่พี่ชายของตัวเองพ้นโทษออกจากคุกมาได้  แต่ความดีใจนั้นก็เจือปนไปด้วยความเสียใจ ความเศร้าใจและความรู้สึกผิดอย่างมหันต์
เนื่องจากพี่ชายที่รักเขามากยอมรับโทษแทนเขา..โทษของการมีสิ่งเสพย์ติดไว้ในครอบครอง  
เพราะอย่างนั้น พี่ชายชองเขาจึงได้พูดออกมาในตอนนั้นว่า.. “คุกน่ะเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของฉันเลยล่ะ”
หลังจากที่พี่ชายของเขาพ้นโทษมาได้ไม่ถึงสองเดือน  พี่ชายของเขากลับต้องเสียชีวิตลงด้วยน้ำมือของผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนกัน ไม่สิ..อาจเป็นเพราะเขาเองก็ได้
ย้อนไปตอนนั้น..ที่ยอดเขาสูง  ที่ผาหนึ่งที่มีชื่อว่า..ผายินดี
“ผม..” พลนาทอึกอักที่จะพูดออกมา “ผม..ตลอดหนึ่งปีเต็ม ๆ ที่พี่อยู่ในคุก  ผมรู้สึกแย่มากเหลือเกิน”
“พอเถอะน่า  เรื่องมันผ่านมาแล้ว”
พลนาทเอามือข้างที่ถนัดล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายอย่างประหม่า “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ..แต่พี่รู้อะไรมั้ย  สายตาของคนในละแวกบ้านที่มองผมกับพ่อและแม่  มันเหมือน..” เขาเงยหน้าขึ้นมองต้นสนสามใบที่สูงเสียดฟ้า ท้องฟ้าสีฟ้าสดของยามเที่ยง
“ตัวประหลาด..” พี่ชายของเขาพูดแทน “พี่รู้ดี”
“มันแย่ยิ่งกว่าการที่ต้องถูกขังคุกเสียอีก  สู้เอาผมไปอยู่ในคุกซะยังจะ..”
“แกพูดอะไรรู้ตัวบ้างหรือเปล่า  แกอยากติดคุกมากนักรึไง  คิดว่าในคุกมันน่าอยู่มากงั้นรึไง”
พลนาทล้วงเข้าไปในกระเป๋าลึกขึ้นอีก  ต้นแขนเกร็งแน่น
“แล้วเรียกขึ้นมาที่ผานี่มีเรื่องอะไร  อย่าบอกนะว่าแค่ต้องการจะพูดแค่นั้น” พี่ชายของเขากัวศีรษะที่ตัดผมสั้นเกรียน ยืนมองออกไปทางหน้าผา “หรือว่าอยากจะมาสารภาพผิดอะไรเหมือนเมื่อก่อน”
“..เปล่า..แต่เป็นเรื่องของพี่มากกว่า  พี่แอบไปสอบให้คนพวกนั้นอีกแล้วใช่มั้ย”
พี่ชายของเขาหันควับ จ้องหน้าน้องชาย “ใครบอกแก”
“พวกนั้น..”
พี่ชายของเขาเดินเข้ามาใกล้ แล้วตะคอกใส่หน้า “อย่าไปยุ่งกับพวกนั้นอีกเข้าใจมั้ย”
“แล้วพี่จะรู้อะไรล่ะ” พลนาทตะคอกใส่บ้าง “ตลอดหนึ่งปีเต็มที่พี่ไม่อยู่ ครอบครัวเราก็ต้องพึ่งคนพวกนั้น  ตั้งแต่ได้ชื่อว่ามีพี่ขี้คุก ไม่ว่าพ่อหรือแม่จะทำอะไรก็ไม่มีใครอุดหนุนสักอย่าง”
พี่ชายตบหน้าพลนาทฉาดใหญ่ ดวงตาเบิกกว้าง คิ้วขมวดเข้าหากัน “ขี้คุกอย่างนั้นรึ..นี่แกกล้าว่าพี่ชายตัวเองที่ยอมติดคุกแทนแกว่าขี้คุกอย่างนั้นรึ”ห
“แต่ผมก็ไม่ได้ทำผิด” พลนาทเอามืออีกข้างกุมแก้มตัวเอง “ ผมเองก็ถูกไอ้พวกนั้นมันกลั่นแกล้งเอายาเสพย์ติดมายัดใส่เหมือนกัน พี่เองก็รู้ว่าพวกนั้นมันข่มเราทุกทาง  แล้วทำไมพี่ถึงยังจะไปช่วยพวกมันอีก”
“ก็เพราะออกจากคุกมามันทำอะไรไม่ได้ยังไงล่ะ   ฉันก็เลยใช้สมองที่เหลืออยู่ทำให้แกมีข้าวกินยังไง”
“แน่สิ..ก็พี่เป็นคนเก่งนี่นา  ใช้หัวสมองของตัวเองทำให้มีผมมีข้าวกิน ทำให้ครอบครัวมีเงินใช้  ส่วนผมมันก็แค่ตัวอะไรสักตัวที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย แถมยังทำให้พี่ต้องเข้าคุกไปซะอีก กำลังจะบอกแบบนั้นใช่รึเปล่าล่ะ”
พี่ชายของเขาถมึงตาใส่ด้วยความโกรธ “เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว  แกเอาความคิดแบบนี้มาใส่สมองได้ยังไง”
“ต่อจากนี้ไปพี่ไม่ต้องแล้วล่ะ..ผมจะดูแลครอบครัวเอง  ผมจะหาเงินด้วยตัวของผมเอง”
พลนาทดึงมือออกจากกระเป๋าสะพาย เผยให้เห็นกระบอปปืนในมือ
พี่ชายของเขามองปืนที่น้องชายครอบครองอย่างงุนงงมากกว่าที่จะตกใจ “แกเอาปืนมาทำไม”
พลนาทยกปืนขึ้นจ่อที่ศีรษะตัวเอง..
“เฮ้ย..อย่าทำบ้า ๆ นะ  ไหนแกบอกว่าจะหาเงินเองไม่ใช่รึ”
“ใช่..” พลนาทหดมือที่ถือปืนลง  แล้วยืดแขนไปตรงหน้าชี้ไปทางพี่ชาย “ผมบอกว่าผมจะหาเงินเอง”
คราวนี้พี่ชายของเขาตกใจจริง ๆ ด้วยความที่ไม่คิดว่าน้องชายที่เขารักจะทำแบบนี้  เขาพูดอะไรไม่ออกได้แต่อ้ำอึ้งในลำคอ
“อีกเดี๋ยวพวกนั้นคงมาที่นี่” พลนาทบอก “..มาดูให้เห็นกับตาว่าพี่ตายจริง ๆ”
พี่ชายของเขายกมือสองข้างไปข้างหน้าห้ามปรามน้องชาย พลางถอยหลังเข้าใกล้หน้าผา “ทำไมล่ะ  แกไม่เห็นพี่เป็นพี่เลยหรือไง”
พลนาทยิ้ม ความรู้สึกเหมือนได้ชนะพี่ชายครั้งใหญ่ “..เพิ่งรู้หรือไง..”
“พล..อย่านะพล” เขาเปลี่ยนมาเรียกชื่อน้องชาย คิดว่าคงจะทำให้น้องชายได้สติกลับคืนมา
“ตั้งแต่พี่ติดคุก  พลก็เหมือนตกไปอยู่ในนรก  ไม่สิ..จริง ๆ แล้วก่อนที่พี่จะติดคุก  มันก็เหมือนพลกำลังค่อย ๆ ไต่ลงนรกลึกลงเรื่อย ๆ  พ่อแม่ไม่เคยแยแสพลเลยนี่ รักแต่พี่ที่ได้เรื่องได้ราวทุกอย่างที่พ่อแม่ต้องการ  ยิ่งพอพลเป็นต้นเหตุให้พี่ต้องติดคุก  พลก็เหมือนอยู่โดดเดี่ยวไม่มีใครสนใจ..ทั้งคนภายนอก  และคนภายใน”
“พล..พี่ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะ”
พลนาทพยายามข่มน้ำตาเอาไว้ เพราะมันจะทำให้เขาเล็งไม่ชัด
“พอมีข้อเสนอดี ๆ เข้ามา  มันก็จี้จุดที่ตรงใจพอดี..ว่าถ้าไม่มีพี่อยู่  พลก็คงจะรู้สึกดีขึ้น”
“พวกนั้น..”
“พวกนั้นไม่ได้สั่งให้ผมฆ่าพี่หรอก  แค่สนับสนุนการฆ่า ด้วยปืนกระบอกนี้”
“พล..อย่านะ  แกกำลังถูกพวกนั้นหลอกใช้อยู่รู้ตัวหรือเปล่า”
“เลิกเห็นพลเป็นเด็กโง่ซะที..” พลนาทตะโกน “พลไม่ได้ถูกใครหลอกใช้  พลกำลังทำในสิ่งที่พลอยากทำ”
พี่ชายของเขาก้มตัวลงโกยเอาใบสนแห้งปาใส่น้องชายแล้วเบี่ยงตัววิ่งอ้อมไปทางด้านหลังน้องชาย  แต่ยังไม่ทันที่จะถึงตัว เสียงปืนก็ดังลั่นขึ้น
กระสุนพุ่งตรงไปยังหน้าผาที่ไร้สิ่งกีดขวางใด ๆ และคงจะตกลงไปอย่างไรผลใด ๆ
พลนาทถูกล็อคตัวจากด้านหลัง แขนทั้งสองถูกทำให้อยู่ในท่ากอดอกแน่น พยายามสอดปืนเข้าไปใต้รักแร้ตัวเองเพื่อยิงพี่ชายที่อยู่ด้านหลัง
“หยุด..หยุด” พี่ชายของเขาตะโกนกรอกหู
แต่มันยิ่งกระตุ้นให้เขาลงมือเหนี่ยวไก
ปัง !!
ทั้งสองหยุดชะงัก..ความกลัวบังเกิดขึ้น
เลือดไหลซึมเปรอะเปื้อนคนทั้งสอง..
พลนาทพยายามประคองตัวเองแต่ก็ต้านทานความเจ็บปวดไม่ไหวล้มฟุบหน้าลงกับพื้นดิน  พี่ชายของเขาตะโกนลั่นเมื่อเห็นน้องชายเผลอยิงตัวเองที่สีข้างจนมีเลือดออกมากมาย  เขาแย่งปืนจากมือน้องชายเหวี่ยงไปไกลตัว แล้วพลิกร่างของน้องชายให้นอนหงาย  สองมือจับที่แก้มพลางเรียกซ้ำไปซ้ำมา
“พล..พล..อดทนไว้นะ”
“พวกนั้นกำลังจะขึ้นมา..” พลนาทเอามือป้องที่สีข้าง เลือดไหลเอื่อย ๆ
“ช่างพวกนั้นเถอะ..พลลุกไหวรึเปล่า..ลุกขึ้นนะ”
“ไม่ ๆ พี่ไม่เข้าใจ  เราอาจจะตายกันทั้งคู่  เราต้องแกล้งพวกนั้น..แกล้งตาย”
พี่ชายของเขามองอย่างไม่เข้าใจ “แกล้งตาย..ยังไง”
“พาผมไปซ่อน..เสื้อพี่มีเลือดผมติดอยู่  พี่ไต่ลงเหวไปแกล้งเหมือนถูกยิงตกลงไปตาย  ส่วนผมก็แอบหนีไปแล้ว..”
พี่ชายของเขาลังเล “ไปซ่อนด้วยกันดีกว่า”
“ไม่ ๆ แบบนั้นพวกมันก็จะคิดว่าผมไม่ได้ทำตามแผน  ทำตามที่ผมบอกเถอะ  ผมยังไม่เป็นอะไรตอนนี้หรอก  แผลมันก็แค่เฉียด ๆ” พลนาทรู้สึกเจ็บจนต้องหลับตาพูด
“ตกลง..”
พอพี่ชายของพลนาทเอ่ยคำนั้น  พลนาทก็ถูกพาไปหลบซ่อนใต้พุ่มไม้ใกล้ ๆ  จากนั้นเขาจัดการขยี้พื้นดินตรงที่มีเลือดหยดแล้วเอาใบสนมาคลุมทับเกลี่ยให้เสมอกัน  สุดท้ายเขาไต่ลงเหวไปนอนหงายตรงก้อนหินใหญ่เบื้องล่าง
ผ่านไป 10 นาที..
ปืนล่ะ..ปืนอยู่ไหน
เขาลืมปืนเอาไว้ข้างบนหน้าผา  ปืนที่เขาเหวี่ยงมันออกไปให้พ้นจากน้องชาย
เขาตัดสินใจปีนขึ้นไปเพื่อหยิบปืน..ปืนถูกเหวี่ยงมาตกอยู่ไม่ไกลจากหน้าผา  ถูกสอดเข้าไปซ่อนอยู่ในใบสนที่เผยอขึ้น  ไม่นานเขาหาพบและหยิบมันขึ้นมาแกะลูกโม่เอากระสุนออกมาใส่ในกระเป๋าแล้วเอาลูกโม่กลับเข้าเหมือนเดิม
“กำลังทำอะไรอยู่หรือจ้ะ” เสียงผู้หญิงดังจากเบื้องหลังเขา
พี่ชายของพลนาทสะดุ้งเฮือก พยายามซ่อนปืนตอนหันหน้ามาประจันกับผู้หญิงผู้เป็นต้นเสียง
“สวัสดีจ้ะ..ขอบใจมากนะเรื่องสอบน่ะ เอ๊ะ..เธอไม่ควรจะยืนอยู่ตรงนี้นี่นา  ไหนน้องชายของเธอล่ะ”
เขากัดฟันกรอดมองหน้านางมารร้ายเปื้อนยิ้มตรงหน้า
“น้องชายที่คิดฆ่าพี่ชายตัวเอง..” เขาบอกหญิงสาวกับผู้ชายอีกสามคนที่มาด้วยกัน “ฉันฆ่ามันไปแล้วล่ะ”
“นี่นาย..จริง ๆ น่ะรึ” หนึ่งในชายสามคนที่มากับหญิงสาวเอ่ยขึ้น
เขามองชายผู้เป็นเพื่อนร่วมเรียนอย่างไม่สะทกสะท้าน ยกขอบเสื้อเปื้อนเลือดให้ดู “นี่น่ะไม่ใช่เลือดฉัน แต่เป็นเลือดของน้องฉันเอง  อยู่ในคุกมันสอนอะไรฉันมากมาย  สอนว่าไม่ควรไว้ใจใครแม้แต่น้องของตัวเอง”
“กล้าหาญจริง ๆ” หญิงสาวปรบมือ “ฉันธารินขอยอมรับเธอจริง ๆ ที่กล้าฆ่าน้องชายตัวเองได้ลงคอ”
“แต่ก็คงเลือดเย็นสู้เธอไม่ได้หรอก  คอยบงการน้องฉันให้ฆ่าฉัน”
ธารินเอามือป้องปากแสร้งทำเป็นรับไม่ได้กับคำพูดของเขา “ใครกันบ่งการ  ฉันไม่เคยบ่งการน้องเธอหรอกนะ  ที่น้องเธอทำก็เพราะน้องเธออยากทำเอง  ไม่ได้เกี่ยวกับฉันหรอก..อ้อ..ปืนที่ถือน่ะ มันเป็นของอันตรายนะ เพราะฉันเอามันมาจากคลังของผิดกฏหมายอีกที  เพื่อเอามาให้น้องชายนายใช้”
“เราลงมือกันได้หรือยังล่ะ” หนึ่งในสามคนเดิมเอ่ยอีกครั้ง
พี่ชายของพลนาทมองเพื่อนคนนั้นอย่างสงสัย “ลงมืออะไร..”
“นายหักหลังฉัน หักหลังทุกคน  อย่านึกว่าฉันไม่รู้เรื่องนะ”
พี่ชายของพลนาทรู้ดีว่าเพื่อนของเขาหมายถึงอะไร  แต่กระนั้นเขาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น “อะไร..”
“นายตั้งใจจะบอกเรื่องที่พวกเราทุจริตการสอบ เพื่อฉีกหน้าพวกเราอย่างนั้นใช่มั้ย  ฉันไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นหรอกนะ”
“เพ้อเจ้ออะไรของนาย”
“ฉันจะไม่มีวันยอมให้ไอ้ขี้คุกอย่างนายมาทำชีวิตฉันป่นปี้หรอก  อนาคตของฉันยังอีกยาวไกล”
เพราะคำพูดว่า ขี้คุก นี้เองที่ทำให้เขาเลือดขึ้นหน้า  เขาเงื้อปืนขึ้นยิงทันที
แต่ทว่าคนทั้งสี่ไม่มีทีท่าว่าจะกลัว
“ตายจริง..พวกเราเห็นหรอกนะว่านายเอากระสุนออก” ธารินยิ้มเยาะ “แล้วก็ลืมไปซะเองหรือไง”
เขากัดฟันกรอด ล้วงเอากระสุนในกระเป๋ากางเกงออกมา
ตอนนั้นเองที่เพื่อนของเขากระโจนเข้าไปตะครุบตัวเขาแล้วปัดกระบอกปืนให้กระเด็นไปทางอื่น พร้อมกับกระสุนสองเม็ดที่เขาเพิ่งเอาออกมา
ทั้งสองตะลุมบอนผลัดกันขึ้นคร่อมซัดอีกฝ่ายไปมา  จนพี่ชายของพลนาทออกแรงถีบท้องของเพื่อนจนกระเด็นหงายหลังออกไป   เขาจึงสบโอกาสมองหาปืนแล้วคว้ามันมาพร้อมกับสะบัดลูกโม่ยัดกระสุนที่เหลือในกระเป๋าใส่อีกครั้ง  วิ่งมาที่เพื่อนของเขาที่พยายามยันตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกับถอยร่นไปจนเกือบจะชนต้นสนริมหน้าผา
พี่ชายของพลนาท เหนี่ยวไกปืนค้างไว้ เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่าเขาพร้อมจะยิงได้ทุกเมื่อ
เพื่อนของเขาเหยียบลูกสนที่เพิ่งหล่นจากต้นแม่เสียงดังกรอบแกรบจนเสียหลัก งอเข่าข้างหนึ่งและเซไปพิงต้นสนริมหน้าผา
“อย่า..อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ขอร้องล่ะ”
...เสียงอ้อนวอนนั้นเป็นเสียงสุดท้ายที่ดังก้องในโสตประสาทของพลนาท ก่อนที่เขาจะถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์โดยชนาภาแฟนสาวของตัวเอง
เขาเองชื่อพลนาท..
“เป็นอะไรไป  เดินไปใจลอยไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว..”
พลนาทหันมาสบตาแฟนสาว “มะ..ไม่มีอะไร..ฉันแค่รู้สึกเหนื่อยเท่านั้นเอง..”
พลนาทยิ้มให้ชนาภาด้วยอาการอิดโรย..รู้สึกเหนื่อยเหมือนอย่างกับตอนนั้น...
ตอนที่ปืนลั่นโดนที่สีข้างของตัวเอง..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

^#^ เข้ามาเยี่ยมครับ ^_^

ฟรี ฟังเพลง โหลดเพลง
http://vidoclipclub.exteen.com

#2 By ฟังเพลง on 2008-10-06 20:09

Recommend