Murder in Phukradeung #36
posted on 06 Sep 2008 12:08 by iqdetective in Phukradeung
ตอนที่ 36
ระเบิดกระป๋อง...เป็นอย่างนี้นี่เอง
พออามินดาชี้ไปยังเสื่อซึ่งคือจุดที่ระเบิด ไอคิวก็พอมองภาพออกในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นที่ผาหล่มสัก ฆาตกรที่ฆ่านิกรตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะให้พวกเราพบศพนิกรที่นี่ โดยมีทิวทัศน์ของผาหล่มสักเป็นฉากหลัง
แต่ว่าทุกคนเดินทางมาพร้อมกับเราหมด..แล้วจะฆ่านิกรที่ล่วงหน้ามาก่อนได้อย่างไร
นิกรฆ่าตัวตายอย่างนั้นเหรอ..
ถ้านิกรฆ่าตัวตายจริง ๆ แล้วเรื่องระเบิดกระป๋องจะอธิบายว่ายังไง ระเบิดกระป๋องต้องมีส่วนอะไรสักอย่างแน่นอน
ในขณะที่ไอคิวนิ่งคิดอยู่นั้น ราเมษวิ่งไปตามร้านค้าต่าง ๆ เพื่อถามหาเจ้าหน้าที่ อามินดาเดินไปที่เสื่อ วาดฝันเดินตามไป จึงเหลืออามันดาที่ยังวิตกจริตยืนอยู่กับไอคิว
ทันใดนั้นเสียงระเบิดก็ดังสนั่นหวั่นไหว..
ตูม !!!...
เกิดระเบิดขึ้นห่างจากไอคิวและอามินดาไปเพียง 8-10 เมตรเท่านั้น แรงระเบิดพาเอาฝุ่นจากพื้นดินและสะเก็ดหินคละคลุ้มไปหมด ไอคิวหันไปทันพอที่จะเห็นก้อนหินริมผาก้อนหนึ่งกำลังเคลื่อนหล่นลงเหว
ระเบิดถูกซ่อนอยู่ตรงก้อนหินก้อนนั้นเอง เพราะแรงระเบิดจึงทำให้มันเอนจนตกหน้าผาไป ก้อนหินก้อนนั้นมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่คงหนักราว ๆ 70-80 กิโลกรัม ซึ่งแน่นอนว่าถ้าใช้แรงคนดันแล้วก็สามารถซ่อนระเบิดไว้ใต้ก้อนหินหรือซอกระหว่างพื้นดินได้
เสียงอันดังสนั่นนั้นทำให้อามันดาตื่นตระหนกมากยิ่งขึ้น ราเมษวิ่งมาที่อามันดา คงไม่ต้องไปตามหาเจ้าหน้าที่อีกต่อไป เพราะเจ้าหน้าที่กำลังวิ่งมาที่จุดระเบิดริมหน้าผาห่างจากชะง่อนหินไปราว 10 เมตร
น่าแปลกที่ไม่มีนักท่องเที่ยวคนใดอยู่ในบริเวณก้อนหินที่โดนแรงระเบิดนั้น
แต่แล้วจู่ ๆ มีเสียงกรีดร้องของผู้หญิง ตามมาด้วยเสียงเอะอะโวยวายของนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่วิ่งสวนไอคิวไป วาดฝันและอามินดาวิ่งตามมาติด
“นั่นมัน” อามินดามองตามเจ้าหน้าที่ไป
ไอคิวที่มัวแต่มองพื้นที่ระเบิด ไม่ได้ใส่ใจชะง่อนหินที่อยู่ใกล้ ๆ พอเขาหันไปมองต้นสนที่ชะง่อนหินก็แทบผงะถอยหลัง
มีสิ่งแปลกปลอมห้อยอยู่ตรงกิ่งขนาดใหญ่ของต้นสน แสงอาทิตย์ของยามเย็นส่องสะท้อนให้เห็นเป็นเงาดำทะมึน...ร่างของพสกที่เคยอยู่ใต้ชะง่อนหิน บัดนี้ถูกห้อยอยู่ใต้กิ่งสนที่ยื่นไปทางหน้าผาโดยไม่มีเชือกผูกติด
อามันดาค่อย ๆ หันไปมอง แต่ไอคิวกลับจับไหล่เธอหมุนตัวเธอหันหลัง
“อย่ามองเลย”
อามันดามองเขา พยักหน้าช้า ๆ “นิกรใช่มั้ย..”
“อืม..ศพของนิกรถูกแขวนอยู่บนต้นสน..ไ ม่สิ เหมือนลอยอยู่ใต้ต้นสนมากกว่า”
แต่ทว่าศพของนิกรมาปรากฏให้เห็นได้เพียงแค่ไม่ถึงนาที ศพกลับตกลงไปอีกครั้งพร้อมกับเสียงร้องของนักท่องเที่ยวที่ดังกว่าเดิม
ไอคิวเองก็ตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“นี่มันอะไรกันเนี่ย..”
เจ้าหน้าที่ตรงไปทางชะง่อนหินนั้น จากนั้นก็บอกให้นักท่องเที่ยวหลบออกห่างจากหน้าผาแล้วหาทางไต่ลงผาไปที่ศพ นักท่องเที่ยวที่นั่งพักอยู่ตามจุดต่าง ๆ กรูกันเข้ามามุงดูเหตุการณ์ แต่คงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างนอกจากได้ยินเสียงระเบิด เพราะอยู่ไกลเกินกว่าจะเห็น
ไอคิวประคองอามันดาเดินออกห่างจากตรงจุดนั้น ราเมษ อามินดาและวาดฝันพอเห็นก็เดินตามมา เหลือแต่โยนินที่ยืนดูอยู่ใกล้ ๆ
...อย่างนี้นี่เอง...ไอคิวรำพึงอยู่ในใจ..ฆาตกรจงใจอยากให้พวกเราเห็นศพในสภาพแบบนี้ ในสภาพที่น่าเวทนา ทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้ประจักษ์แก่สายตา..
อามันดายืนไม่ไหวย่อตัวลงกองกับพื้นและน้ำตาเอ่อท้น
“เลือดเย็นเกินไปแล้ว” อามินดากัดฟันเอ่ยขึ้น มองพี่สาวที่ทรุดลงไป “แบบนี้มันไม่ใช่มนุษย์แล้ว ใครกันที่ทำเรื่องแบบนี้ได้ลงคอ”
วาดฝันรีบเข้ามาประคองอามันดา
ราเมษมองอามินดา เขาเองคงแอบสงสัยอามินดาอยู่เช่นกัน “ใช่..คนที่ฆ่าน่ะคงไม่ใช่มนุษย์หรอก น่าจะเป็นปีศาจซะมากกว่า เป็นปีศาจที่กระหายความตาย”
โยนินวิ่งเข้ามา “เราควรไปเสนอตัวกับเจ้าหน้าที่นะ ยังไง ๆ พวกเจ้าหน้าที่ก็ต้องรู้ว่านิกรมากับเราน่ะ”
“ไม่นะ ฉันไม่อยากถูกสอบสวนอีกแล้ว” อามันดามองโยนินอย่างหวาด ๆ “ฉันไม่อยากยุ่งอะไรอีกแล้ว”
ราเมษมองอามันดาอย่างสงสาร เขาเข้าไปประคองตัวเธอ ไอคิวจึงผละออกมา “ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริง ๆ เธออดทนอีกนิดนะ”
“แน่ใจเหรอว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายน่ะ” วาดฝันตวาดใส่ราเมษอย่างไม่มีเหตุผล “แน่ใจเหรอว่าพวกเราจะไม่เป็นอย่างนั้นน่ะ” เธอชี้ไปที่ต้นสนต้นนั้น
ราเมษมองวาดฝัน ถอนหายใจมองปลายนิ้วของเธอ “เท่านี้ก็พอรู้แล้ว ว่าคนที่ฆาตกรต้องการเอาชีวิตคือสามคนนั้น ธาริน พสกและนิกร พวกเราน่ะ คงไม่เกี่ยวหรอก แล้วถ้าให้เดา..คนที่จบเรื่องทุกอย่างก็คือ ตัวนิกรเอง”
ไอคิวชะงักในคำพูดของราเมษ นี่เขาหมายถึง...
“เขาถึงหลบหน้าพวกเรา เดินทางมาที่ผานี่ เพื่อจบเรื่องทั้งหมดนี้ไง โดยไม่ให้เราได้เกี่ยวข้องยังไงล่ะ”
“ไม่จริงน่า..” โยนินร้อง “เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เรอะ”
อาจจะใช่อย่างที่ราเมษว่าก็ได้...ไอคิวคิดทบทวน...ถ้าคิดแบบที่ราเมษคิด หลังจากฆ่าพสกพี่ชายฝาแฝดของตัวเองแล้ว จัดฉากให้อามินดาเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะอามินดาบังเอิญอยู่กับธาริน จึงเป็นคนเดียวที่น่าจะทำให้คนอื่นไขว้เขวคิดว่าอามินดาเป็นฆาตกรจริง ๆ โดยที่ไม่ได้สงสัยตัวเองเลย เมื่อเป็นแบบนั้นแล้วนิกรก็จึงไม่ถูกจับตามองมากนักและแอบเดินทางมาที่นี่ก่อน และจบเรื่องทุกอย่างนี้ด้วยตัวเองด้วยฆ่าตัวตายและใช้ทริกระเบิดเรียกความสนใจ ถ้าเป็นแบบนั้นต้องมีจดหมายลาตายสารภาพเรื่องทั้งหมดแน่
ไ อคิวหันไปทางหน้าผา ลุ้นว่าเมื่อไหร่เจ้าหน้าที่จะยกศพของนิกรขึ้นมา แต่ก็รู้ดีว่าการขนศพคงไม่ง่ายนัก ดังนั้นเขาจึงเห็นแค่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งไต่ขึ้นมาแล้วยื่นของบางอย่างให้แก่เจ้าหน้าที่อีกคนที่ยืนอยู่ริมหน้าผา ไอคิวค่อย ๆ ก้าวเดิน หวังให้ตัวเองเห็นชัดเจนว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่เขามองทุกอย่างเบลอไปหมด จึงหยิบแว่นตาจากกระเป๋ากางเกงออกมา
“นั่นมัน...”
“อะไรหรือครับพี่ไอคิว” โยนินสังเกตเห็นจึงเอ่ย ถาม
“นั่นใช่กระดาษหรือเปล่า กระดาษที่น่าจะเป็นจดหมายลาตายน่ะ”
โยนินเพ่งมองตามไอคิว แล้วก็ต้องตกใจ “ใช่ครับ..แผ่นกระดาษที่ฉีกออกมาจากสมุด แต่ว่ามีอีกอย่างด้วยครับ”
ไอคิวพยายามเ พ่งไ ม่เ ลิก แต่เขาสายตาสั้นเกินไป
“ไพ่น่ะครับ..สีดำแบบนั้นเป็นได้อย่างเดียวคือไพ่ฆาตกร”
วาดฝันที่เดินเข้ามาหาโยนินร้องถาม “ไพ่ฆาตกรเหรอ”
ไอคิวกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ..ตั้งแต่มาถึงเขายังไม่ได้ดื่มน้ำแก้กระหายเลย
...หรือว่าราเมษพูดถูก..ไพ่ฆาตกรนั่นก็เหมือนกับแสดงตัวตนว่าตัวเองเป็นฆาตกรจริง ๆ...
Tags: detective, iq, iqdetective, mystery, novel, นักสืบ, นิยาย0 Comments