Murder in Phukradeung #27

posted on 05 Jul 2008 13:55 by iqdetective  in Phukradeung
ตอนที่ 27
    ลานวัดพระแก้ว  06.00 น
อามินดาตื่นขึ้นพร้อมด้วยอาการเจ็บแปลบที่ศีรษะ เขามองเห็นท้องฟ้าสีเข้มที่ปะปนกับความมืด สะบัดศีรษะแรง ๆ ทีหนึ่งแล้วเอามือยันตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว มือสัมผัสกับหินหยาบแข็ง มีดินทรายเปื้อนที่เสื้อและกางเกงด้านหลัง  เขาเอามือปัดไปมา หมุนรอบตัวเองแล้วก็สะดุดตากับสิ่งหนึ่งบนพื้นหิน
อามินดาร้องออกมาแต่แล้วก็หุบปากโดยพลัน
ร่างของพสกนอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหน้าเขา ดวงตาปิดสนิทและริมฝีปากเผยอเล็กน้อย
อามินดาหันมองรอบตัวเพื่อดูว่าที่ที่เขายืนอยู่ตอนนี้คือที่ไหน แต่เขากลับต้องผิดหวังเมื่อไม่คุ้นเคยกับที่แห่งนี้เลยสักนิด  มองไปทางไหนก็มีแต่ความมืดที่เป็นสีน้ำเงินเข้ม
พสกนอนอยู่ตรงนั้นกับเขาที่เพิ่งลุกขึ้นมา
“ทำไม..ทำไม  หมอนี่ถึงมานอนอยู่”  อามินดาย่อตัวลงเข้าไปใกล้ตัวพสกแล้วเขย่า “เฮ้ย นาย ตื่นสิ...นาย”
แต่พสกกลับไม่รับรู้ถึงแรงหนักหน่วงจากมือของอามินดาเลยแม้แต่น้อย อามินดาจึงเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เขาค่อย ๆ เอามือไปอังที่ปลายจมูกของพสก  ไม่มีแรงลมอ่อน ๆ ที่ออกมาจากร่างกายของพสกเลยสักนิดเดียว  เขาผงะหงายหลังจนข้อศอกกรูดกับพื้นหินเกิดเป็นแผลถลอกที่เขาเองก็ยังไม่รับรู้ว่าเกิดบาดแผลขึ้น
“ตายแล้ว...ตายอีกคนแล้ว...ตายอีกคนแล้ว..”
อามินดาถีบตัวลุกขึ้นเดินถอยหลังจนหงายหลังล้มกองอีกครั้ง คราวนี้เขาเจ็บหลังเพราะกระแทกพื้นหินอย่างแรง บิดตัวไปมาด้วยความเจ็บปวด ขณะที่เอี้ยวตัวไปทางด้านทางเดิน เขาเห็นเท้าคู่หนึ่งเดินเข้ามา
เท้าคู่นั้นหยุดนิ่ง อามินดาจึงเงยหน้ามอง  เป็นนักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่คงเดินมาที่นี่เป็นคนแรก
นักท่องเที่ยวคนนั้นเป็นผู้หญิงตัดผมสั้นท่าทางทะมัดทะแมง ใส่รองเท้าสำหรับเดินป่าโดยเฉพาะ  เธอคนนั้นมองอามินดาอย่างงุนงง ทีแรกคงคิดว่าอามินดาเกิดอุบัติเหตุอะไรสักอย่าง แต่พอเหลือบไปไม่ไกลนักก็เห็นร่างของพสกนอนอยู่
นักท่องเที่ยวหญิงคนนั้นมองสองคนบนพื้นสลับไปมา พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวตามความเข้าใจของตัวเองได้
“ช่วยด้วย...” เธอเริ่มตะโกน “ช่วยด้วย..มีคนตาย ช่วยด้วยมีคนถูกฆ่าตาย”
อามินดาสะดุ้งสุดตัวร้องห้าม “เดี๋ยวคุณ  เดี๋ยว” เขาลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหาหญิงคนนั้น
นักท่องเที่ยวหญิงก้าวถอย “อย่าเข้ามานะ”
“เดี๋ยว ๆ คุณเข้าใจผิดแล้วผมไม่ได้ทำอะไรเขานะ”
“ถ้าอย่างนั้นแล้วเลือดที่แขนนายล่ะ”
“อะไรนะ” อามินดาก้มมองแขนตัวเอง  ตั้งแต่ข้อศอกลงไปจนถึงฝ่ามือมีเลือดไหลเป็นทางเปราะเปื้อนไปหมด “เลือดมาได้ยังไง  อ๋อ..ไม่นะคุณ  ผมเป็นแผล..นี่ไง” เขาชูข้อศอกให้ดู
“เพราะนายต่อสู้กับเขาไงล่ะ  แต่เขาแพ้”
“ไม่ใช่นะคุณ..”
มีเสียงฝีเท้าวิ่งมา  นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งจำนวน 4-5 คนวิ่งเข้ามา
“ช่วยด้วย ๆ ค่ะ  มีคนตาย”
นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นวิ่งไปตามนิ้วชี้ของเธอ  เห็นร่างของพสก “ตายจริง ๆ ด้วย   นายฆ่าเขาอย่างนั้นรึ”
“ไม่ใช่ผมนะ  พวกคุณทุกคนเข้าใจผิด  ผมเองก็เพิ่งตื่นขึ้นมาแล้วก็เห็นเค้านอนอยู่ตรงนั้น”
“พวกเธอไปล็อคแขนเค้าสิ” นักท่องเที่ยวหญิงสั่ง
สองคนจากในกลุ่มจึงวิ่งไปจับแขนอามินดาล็อคแน่น
มีนักท่องเที่ยวทยอยกันมาอีกเรื่อย ๆ ต่างก็งุนงงและตกใจกับภาพตรงหน้า  อามินดาได้แต่ส่ายหน้าส่งสายตาอ้อนวอนไปยังทุกคน  ในขณะที่เขากำลังอ่อนแรงเพราะไม่มีใครเชื่อสักคน  ผู้ชายคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาพร้อมด้วยสีหน้าเงียบขรึมต่างจากคนอื่น
“คุณ..ช่วยผมด้วยสิ”
ผู้ชายคนนั้นมองเขา มองศพของพสก แล้วกลับมามองเขาอีกครั้ง
“คุณไอคิว ช่วยผมด้วยสิ ไม่มีใครเชื่อว่าผมไม่ได้ทำ”
เพื่อนเก่าของราเมษและคนในกลุ่มของไอคิวกรูกันมาอยู่ด้านหลังไอคิว “ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ  ตอนนี้ไม่ว่าอะไรก็ดูจะเป็นใจให้ทุกคนคิดแบบนั้น”
“แต่ว่าผมไม่ได้ทำนะครับ แล้วถ้าเกิดทุกคนเป็นพยานแบบผิด ๆ ผมคง..”
“คุณอามินดา...ถ้าคุณทำก็คือคุณทำ ถ้าคุณไม่ได้ทำก็ไม่ต้องกลัวอะไร  แค่บอกความจริงที่เกิดขึ้นแล้วปล่อยให้เจ้าหน้าที่เค้าตัดสินเองดีกว่า”
อามินดาพยายามขยับตัวแต่สองคนเดิมยังรั้งแขนเขาไว้อยู่ “คุณไอคิว เมื่อวานผมรู้สึกทึ่งในตัวคุณมาก  แต่ถึงอย่างนั้นผมก็พูดขัดคุณตลอด ผมขอโทษจริง ๆ คุณกรุณาช่วยเป็นพยานให้ผมได้มั้ยว่าผมไม่ได้เป็นคนฆ่าพสกน่ะ”
“..ผมจะเป็นพยานให้คุณแน่นอนถ้าคุณไม่ได้เป็นคนฆ่าเขาจริง”
อามินดายิ้มออก “ขอบคุณมากครับ”
ไอคิวเดินเข้าไปในฝูงคนที่มุงดูศพของพสก  อามินดาได้ยินเสียงเขาถามคนที่มุงดูว่ามีใครแตะต้องศพหรือไม่  ระหว่างที่ไอคิวพยายามตรวจดูศพ อามินดามองดูการกระทำทุกขั้นตอนของไอคิว แต่กลับมีใบหน้าหนึ่งมาขั้นกลาง
อามันดายืนอยู่ตรงหน้าเขาดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ
“พี่อามัน” อามินดายิ้มเมื่อเห็นพี่สาวคนที่พอจะพึ่งพาได้ “พี่อามันช่วยอามิน..”
อามันดาไม่ฟังเสียง เธอตบหน้าน้องชายเหมือนที่เคยทำตอนที่ธารินเกิดอุบัติเหตุเหยียบก้อนหินพลาดแล้วล้มลงระหว่างเดินขึ้นภู
อามินดาจึงตระหนักเดี๋ยวนั้นเองว่าไม่มีใครคิดเข้าข้างเขาสักคน  แม้แต่..
“แม้แต่พี่อามัน...” อามินดามองหน้าพี่สาว มีรอยแดงเป็นปื้นใหญ่ที่แก้มด้านขวา  มีเสียงอื้ออึงและสายตามองมาที่เขา
“ทำไมอามิน..ทำไมอามินถึงกลายเป็นคนเลือดเย็นได้แบบนี้”
อามินดาฉุนเฉียว ออกแรงสะบัดแขนจนหลุดจากสองคนที่รั้งเขาไว้ ซึ่งสองคนนั้นเองก็จงใจจะปล่อยเขาเพราะเห็นว่าคงหนีไปไหนไม่ได้ มีนักท่องเที่ยวรายล้อมเต็มไปหมด
“อามินเป็นคนเลือดเย็นมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วนี่”
อามันดาส่ายหน้าในคำพูดประชดประชันของเขา “..พี่เข้าใจว่าเธอไม่ได้เป็นคนทำให้ธารินล้มลงจนเกิดแผล  แต่เธอก็กลับสารภาพออกมาว่าเธอแกล้งให้ธารินเหยียบก้อนหินก้อนที่ไม่มั่นคง  เธอขอเฝ้าธารินเพราะเป็นความรับผิดชอบที่ทำให้ธารินต้องบาดเจ็บและก็ยังแสดงออกว่าเป็นห่วงเป็นใยธาริน  แต่ที่จริงเธอแค่ต้องการหาโอกาสที่จะทำร้ายเธอ” อามันดาพูดพล่ามออกมาเหมือนอัดอั้นมานาน “แล้วคราวนี้...เธอก็มาแกล้งทำเป็นผู้พบศพคนแรก  แกล้งมีบาดแผล ยอมให้ตัวเองเจ็บเพื่อที่จะได้รอดพ้นจากข้อสงสัย”
อามินดาอ้าปากค้าง เขาแทบไม่อยากเชื่อว่าพี่สาวของเขาปะติดปะต่อเรื่องราวขึ้นเองได้ถึงเพียงนี้
“แล้วใครบอกคุณว่าน้องชายของคุณพบศพคนแรก” ไอคิวเอ่ยขึ้นด้านหลังอามันดา
อามันดาหันหลังไปทันที “...ก็ในเมื่อฉันเห็นอามินถูกจับอยู่แบบนี้ แล้วสายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่เขา จะให้ฉันคิดเป็นอย่างอื่นไปได้ยังไงล่ะ”
“อันที่จริง..” ไอคิวพูดเสียงราบเรียบมองอามินดาที่ยืนโงนเงนเหมือนไม้สูงไร้ฐานตั้ง “นอกจากที่เขาจะเป็นคนพบศพคนแรกแล้ว  เขายังหลับหมดสติอยู่ข้าง ๆ ศพด้วยซ้ำ”
อามันดาได้ฟังถึงกับอึ้ง หันกลับมาหาอามินดา “เธอคิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง  ถึงขนาดแกล้งนอนหมดสติ”
อามินดาได้แต่ส่ายหน้า ไม่อยากจะพูดแก้ตัวอีกต่อไป
ราเมษโผล่เข้ามายืนอยู่ข้าง ๆ อามันดา จับมือเธอแน่น  อามินดามองเห็นก็ยิ่งเจ็บใจ
“ทีไอ้ผู้ชายคนอื่นน่ะพี่เชื่อแบบหัวปักหัวปำ  แต่กับน้องชายของตัวเอง  ไม่ว่าจะพูดยังไงก็ไม่มีวันเชื่อ”
“อามิน..” อามันดาทำท่าจะเงื้อมือขึ้นตบหน้าน้องชายแต่ก็ระงับไว้ “ก็เพราะว่าพฤติกรรมของเธอตั้งแต่เด็ก ๆ มันทำให้พี่คิดแบบนั้นน่ะสิ”
ไอคิวหันมาสนใจอามันดาทันที  เธอบอกว่าพฤติกรรมตอนเด็กของอามินดาทำให้เชื่อว่าเขาจะทำเรื่องรุนแรงแบบนี้ได้
“พี่ยังจำได้ดี ไม่เคยลืม  เธอถือมีดไล่ฟันทุกคนที่เข้ามาขอเงินพ่อ  เธอแทงเพื่อนของพ่อคนหนึ่งต่อหน้าพ่อและพี่  เธอแอบผสมยาถ่ายลงไปในแก้วน้ำของคนที่มา เธอเอาตะปูขึ้นสนิมวางไว้บนเก้าอี้ที่เธอเลื่อนให้แขก...แล้วมาตอนนี้ก็เปลี่ยนจากตะปูเป็นเครื่องช็อตไฟฟ้า เปลี่ยนจากยาถ่ายเป็นยาพิษไซยาไนต์   เปลี่ยนจากไล่ฟันเป็นลงมือฆ่า”
ไอคิวมองสองพี่น้องสลับไปมา  เขาเองสับสนไม่น้อยกับเบื้องหลังของคนทั้งสอง
อามินดาพยักหน้าช้า ๆ ซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น “นั่นสิ  อามินทำแบบนั้นจริง ๆ แต่ว่าทั้งหมดที่ทำไปก็เพื่อปกป้องพี่กับพ่อไม่ใช่หรือไง  ที่พ่อบอกตลอดว่าให้อามินปกป้องพี่น่ะ ปกป้องอีกร่างหนึ่งของตัวเอง”
อามันดาชะงัก..พ่อของเธอเคยพูดแบบนั้นจริง  บอกให้อามินดาปกป้องเธอซึ่งเป็นอีกร่างหนึ่งของเขา
“พอเถอะ..” เสียงวาดฝันดังอยู่เบื้องหลังอามินดา  มีโยนินยืนอยู่ข้าง ๆ
    ทุกคนหันไปมองวาดฝันขณะที่เธอเดินเข้ามาหาอามินดา “ถ้าเธอไม่ได้ทำก็คือไม่ได้ทำ เพราะฉะนั้นเลิกเถียงกันซะที  เจ้าหน้าที่กำลังจะมา  จากนี้ไปก็ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็นเถอะ”
    “นั่นสิอามันดา  เลิกต่อว่าน้องของเธอซะที” โยนินเอ่ย “บางทีอาจจะมีคนใส่ร้ายเพื่อทำให้เธอคิดแบบนั้นก็ได้”
    “ว่าแต่...” ไอคิวแทรกขึ้น “อีกคนไปไหนล่ะครับ”
    “อีกคน..” ราเมษมองไอคิว
    “ก็อีกคนที่เป็นฝาแฝดกับคนที่เสียชีวิตน่ะครับ”
    ราเมษและทุกคนหันมองรอบตัว แต่ไม่วี่แววของนิกรอยู่ที่ลานวัดพระแก้วแห่งนี้เลย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry