Murder in Phukradeung #26

posted on 03 Jul 2008 11:42 by iqdetective  in Phukradeung
ตอนที่ 26
    ผานกแอ่น 05.40 น.
    บริเวณผานกแอ่นมีนักท่องเที่ยวมากมายที่ต่างจับจองพื้นที่ขอบผาเพื่อตั้งกล้องถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น บ้างก็นั่งกับพื้นกอดอกแน่นเพราะความหนาวเพ่งมองบริเวณขอบฟ้าดำมืดที่เริ่มมีแสงเรื่อง ๆ ไกลออกไป
    ไม่นานนักขอบฟ้าก็เริ่มเห็นเด่นชัดและมีแสงสีส้มทอแสงเหมือนออกมาจากใต้พื้นโลก มีสัยงฮือฮาดังทั่วบริเวณและเสียงกดชัตเตอร์ก็ดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
    นิกรยืนกอดอกนิ่งมองออกไปเบื้องหน้า เขาไม่ได้เอาอุปกรณ์ถ่ายภาพมาด้วย  เพราะเรื่องการตายของธารินยังคงวนเวียนอยู่ในหัวจนไม่มีอารมณ์ถ่ายภาพ  แต่พอเขาเห็นแสงเรืองรองจากพระอาทิตย์ที่ขึ้นมาสู้ความมืด เขากลับเปลี่ยนใจอยากกลับไปเอากล้องมาเดี๋ยวนั้น  เขาหันซ้ายขวามองหาพสกแต่ยังไม่มีวี่แววว่าพสกจะมา
    โยนินพยายามตั้งกล้องของตัวเองแบบมือสมัครเล่น เขาเกือบทำกล้องหน้าคะมำหลายครั้งกว่าจะถ่ายได้แต่ละรูป  เขาไม่ยอมเข้าใกล้หน้าผายืนอยู่ห่างราว 2 เมตรกว่า ซึ่งก็ทำให้นักท่องเที่ยวคนอื่นเข้าใจว่าไม่มีใครจองจึงเดินเข้ามาบังสายตา  วาดฝันจึงต้องไปสะกิดไหล่นักท่องเที่ยวเหล่านั้นหลายคนให้หลีกทาง
    ไม่มีใครสังเกตเห็นอามินดา...
    อามินดาไม่ได้อยู่ที่นี่  ทั้ง ๆ ที่เดินทางมาด้วยกัน แต่กลับไม่มีวี่แววของอามินดาเลยสักนิด  อามันดาเองก็ไม่ทันได้ใส่ใจ ยังคงคิดว่าอามินดาคงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลและคงอยากอยู่คนเดียวซะมากกว่า
    วาดฝันหันซ้ายหันขวาจนเจอบอดี้การ์ดของธารินที่หน้าตาเหงาหงอยเดินเข้ามา
    “อ้าวพสก..มานั่งด้วยกันเถอะ”
    “หืม..อ่อ ครับ” เขานั่งลงข้าง ๆ
    “นายไม่ได้เอากล้องมาหรอกหรือ”
    “ใช่ครับ..ผมล่วงหน้ามารอก่อนก็เลยไม่ได้หยิบกล้องติดมือมา”
    “เสียดายจังนะ  ว่าแต่นิกรไปไหนล่ะ”
    “นิกรเหรอครับ...ก็คงอยู่แถวนี้ล่ะครับ  ผมเองก็ไม่ได้อยู่กับเค้าเหมือนกัน”
    “อย่างนั้นเหรอ..” วาดฝันยิ้มแย้ม แล้วหันไปมองพระอาทิตย์ที่เห็นเกือบเป็นครึ่งวงกลมแล้ว
    ห่างออกไปไม่กี่ก้าวมีสายตาหนึ่งจับจ้องมายังกลุ่มของโยนิน  เขาแกล้งเดินเอื่อย ๆ ผ่านด้านหลังคนทั้งสามแล้วเดินเลยไปผ่านคู่ของราเมษ  จากนั้นเดินไปจนสุดขอบผาแล้วย้อนกลับมายืนที่เดิม
    “มีคนหายไปนี่นา” ไอคิวเอ่ยลอย ๆ
    “หืม..” เพื่อนเก่าของราเมษละสายตาจากพระอาทิตย์มามองไอคิว
    “ในกลุ่มรุ่นน้องเพื่อนของนายน่ะ  มีคนหายไป”
    “พี่ไอคิวหาไม่เจอเองหรือเปล่า”
    “คงจะเป็นอย่างนั้น  แต่ว่าพี่ก็เดินดูรอบ ๆ แล้วก็ไม่เห็นมีนะ ยิ่งเป็นฝาแฝดก็กนยิ่งดูง่าย แต่ไม่เห็นเจอ”
    “แต่เมื่อกี้ผมก็เห็นคู่เพื่อนทางอินเตอร์เน็ตของผู้หญิงที่ตายไปอยู่แถวนี้นะครับ”
    “อ้อ เห็นเหรอ  ไม่ทันได้สังเกตสองคนนั่น”
    “เห็นมั้ยละครับ..คนที่พี่ไม่เห็นก็คงอยู่แถว ๆ นี้ล่ะ”
    “นั่นสินะ..” ไอคิวมองพระอาทิตย์ แต่ในใจกลับคิดเรื่องอื่น
    คู่เพื่อนทางอินเตอร์เน็ตของธารินอยู่ห่างจากจุดที่ไอคิวยืนอยู่เพียงไม่กี่เมตรจริงอย่างที่เพื่อนเก่าของราเมษบอก  ทั้งคู่กำลังนั่งเกยกันเหมือนนกเพนกวินคู่ดูพระอาทิตย์  ไม่สนใจรอบข้างแม้แต่น้อยและคงลืมไปแล้วว่ามีการตายเกิดขึ้นเมื่อวาน
    “สวัสดีครับ..” เสียงหนึ่งแทรกความสุขของทั้งสองเข้ามา  ทั้งคู่หันไปมอง
    “คุณ..” ชนาภาจำหน้าได้ แต่ก็นึกชื่อไม่ออก
    “พสกครับ..”
    “อ๋อ..ค่ะ” ชนาภานึกขึ้นได้ รวมถึงเรื่องการตายของธารินด้วย “มี..อะไรหรือเปล่าคะ”
    “ผมขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยครับ”
    “ค่ะ..” ชนาภาหันกลับไปมองแฟนหนุ่มครู่หนึ่ง แล้วหันกลับมา
    “ที่คุณบอกว่าเป็นเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตของธารินน่ะครับ  คุณพอจะจำนามแฝงของธารินที่ใช่ในอินเตอร์เน็ตได้หรือเปล่า”
    ชนาภาชะงัก “เอ่อ..นามแฝงหรือคะ  เอ่อ..ฉันจำไม่ได้แล้วน่ะค่ะ  ในอินเตอร์เน็ตมีคนใช้นามแฝงมากมายฉันจำได้ไม่หมดหรอก”
    “ใช่นกพิราบขาวหรือเปล่าครับ”
    “นกพิราบขาว..ก็มีชื่อนี้นะคะ  แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นของเธอหรือเปล่า”
    “นกพิราบขาวหมายถึงอิสรภาพน่ะครับ  คุณหนูอยากได้อิสระภาพจากที่เป็นอยู่จึงตั้งชื่อว่านกพิราบขาว”
    “อย่างนั้นหรือคะ”     ชนาภาเริ่มรู้สึกว่าคู่สนทนากำลังแย่งเวลาการดูพระอาทิตย์ไป
    “แล้วจำอีกชื่อได้มั้ยครับ..ชื่อผู้พิทักษ์วิหก”
    “อ๋อ..ค่ะ ฉันคุยบ่อยเลย  อย่าบอกนะค่ะว่าก็เป็นธาริน”
    “ไม่ใช่ครับ...ผมต่างหาก ผมคือผู้พิทักษ์วิหกในอินเตอร์เน็ตนั่นแหละครับ”
    ชนาภาอ้าปากค้างมองคนของธาริน “ถ้าอย่างนั้นคนที่ชื่อ ผู้ปกป้องสีขาวก็เป็น..”
    “ใช่ครับ..นั่นเป็นนามแฝงของนิกรน้องชายของผมเอง”

    ห่างออกไปจากผานกแอ่น อามินดาลืมตาขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีของยามเช้า เขาเด้งตัวลุกขึ้นรีบปัดดินทรายที่หลังเสื้อและกางเกง แล้วก็ต้องชะงักเมื่อสายตาไปสะดุดกับภาพเบื้องหน้า
    “อะไรกัน..นี่มันอะไรกัน” อามินดาตื่นตระหนกกับภาพที่เห็น
    เขามองรอบตัว ตรงนั้นเป็นลานหินกว้างที่ไม่คุ้นเคย แต่ทัศนียภาพยังคงดำมืดทำให้เห็นแค่ในระยะไม่ไกลนัก  เขาหันกลับมามองบนพื้นเบื้องหน้าอีกครั้ง
    “ทำไม..ทำไม  หมอนี่ถึงมานอนอยู่”
    เขาย่อตัวลงใกล้ ๆ แล้วเขย่าตัวผู้ที่นอนอยู่เบื้องหน้าเบา ๆ
    “เฮ้ย นาย ตื่นสิ...นาย”
    พอคน ๆ นั้นไม่ขยับตัวจากแรงเขย่าเลยแม้แต่น้อยเขาจึงเอาหลังมือไปอังที่ปลายจมูก แล้วเขาก็ต้องผงะหงายหลังจนข้อศอกกรูดก้มพื้นหินเกิดเป็นแผลถลอกที่เขาเองก็ยังไม่รับรู้ว่าเกิดบาดแผลขึ้น
    “ตายแล้ว...ตายอีกคนแล้ว...ตายอีกคนแล้ว” อามินดาพร่ำพูดอยู่อย่างนั้น

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry