Murder in Phukradeung #22
posted on 20 Jun 2008 19:42 by iqdetective in Phukradeungตอนที่ 22
“อ้อ...ขอโทษคุณฝาแฝด นั่นสิอยู่ดี ๆ ใครก็ไม่รู้มาบอกว่าเพื่อนตัวเองถูกฆาตกรรมก็คงจะเชื่อยาก”
ทันใดนั้นวาดฝันหันไปมองไอคิวทันที คน ๆ นี้เอ่ยกับพสกนิกรว่าฝาแฝด เขารู้แม้กระทั้งว่าสองคนนี้เป็นแฝดกันอย่างนั้นหรือ
ไอคิวขยับผ้าพันคอขึ้นลงจนพอดีเพราะรู้สึกหนาวขึ้น แล้วพูดกับทุกค
“ผมเป็นรุ่นพี่ปีที่ 21 ของพวกคุณ ชื่อว่าไอคิวน่ะครับ”
“ไอคิวหรือ..” โยนินโพล่งออกมา “เหมือนเคยได้ยินแฮะ” เขามองหน้าผู้มาเยือนไปมาเหมือนกำลังทบทวนความจำ “ใช่จริง ๆ ด้วย ในบอร์ดเกียรติคุณของมหาวิทยาลัยมีรูปพร้อมชื่อติดเอาไว้ว่าเป็นคนที่ทำคะแนนทุกวิชาได้สูงสุดในรอบสิบปีและยังไม่มีใครลบสถิติได้...นั่นแหละ..ใช่จริง ๆ ด้วย”
“อย่างนั้นเหรอ” อามันดาเผลอเอ่ยออกมา
“ขอบคุณมากที่จำพี่ได้นะ แต่ว่าเรื่องนั้นช่างมันเถอะ มาเรื่องนี้ดีกว่า” ไอคิวมองโยนิน รู้สึกขอบคุณมหาวิทยาลัยที่มีชื่อตัวเองติดหรา “เพื่อนของพวกนายถูกฆาตกรรม แต่ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ก็คือ ฆาตกรรมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการฆาตกรรมเพราะความหุนหันพลันแล่น”
“หุนหันพลันแล่น..ไม่ได้เป็น...อย่างนั่นหรือ” พสกมองไอคิวอย่างเชื่อถือ
“อืม..อีกเดี๋ยวเจ้าหน้าที่ก็คงจะรู้ว่านี่ไม่ใช่การตายตามธรรมชาติ คงเพราะไม่คิดว่าจะมีการฆ่ากันตายบนภูกระดึงแห่งนี้และร่องรอยบนศพนอกจากแผลที่เจ้าหน้าที่บอกว่าเกิดจากเครื่องช็อตไฟฟ้าแล้วก็ไม่มีอะไรอีก แต่ว่านี่เป็นการฆาตกรรมจริง ๆ นั่นแหละ แถมยังเป็นการฆาตกรรมที่วางแผนมาอย่างดีซะด้วยซ้ำ”
“ไม่จริง..” นิกรกล่าวออกมา “ถ้าคุณหนูไม่ได้หนาวตาย แล้วอะไรล่ะ”
“เรื่องนั้นคงบอกตอนนี้ไม่ได้ คงต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์อย่างละเอียดซะก่อน อีกอย่าง” ไอคิวหยุดพูดแล้วมองหน้าทุกคน “คนที่ฆ่าเธอคนนี้อาจจะเป็นใครก็ได้ทั้งนั้น”
“จริงสิ” อามินดาพูดขึ้น “ธารินบอกว่าจะมีเพื่อนมาภูกระดึงด้วยไม่ใช่เหรอ แล้วไหนล่ะเพื่อน” เขามองพสกและนิกร
“แกจะพูดอะไร”
“เพื่อนที่ธารินว่าจะมาพบกันที่นี่น่ะ ไปไหนซะล่ะ” อามินดาพยายามขยับปากไม่ให้โดนแผลด้านในปาก
“เราสองคนไม่รู้ เป็นเพื่อนของคุณหนูเราไม่รู้จัก”
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็นสองคนนั่นแหละ ตอนที่พวกนายพี่อามันกับราเมษไปดูพระอาทิตย์ตก ฉันเองก็ไม่ได้อยู่เฝ้าธารินตลอด หลายนาทีที่ฉันเดินเที่ยวอยู่ใกล้ ๆ แถวนี้ บางทีธารินอาจจะโทรนัดให้มาพบกันหรือไม่ก็สองคนนั่นโทรเข้ามาหาธารินเอง” อามินดาพูดคล่องแคล่ว
พสกลังเลในสิ่งที่อามินดากล่าว “...ถ้าเป็นอย่างที่แกว่า ฉันจะตามหาสองคนนั่นเอง มือถือของคุณหนูยังอยู่ในตัวคุณหนูใช่มั้ยครับ” เขาหันไปทางไอคิว
“ไม่ได้อยู่ครับ คิดว่าน่าจะอยู่ในกระเป๋าเป้ของเธอ ผมไม่ได้ดูในนั้น” ไอคิวบอก
“ฉันดูให้เอง” อามันดาลุกขึ้นก้าวเข้าไปในเต้นท์หยิบกระเป๋าเป้ของธารินออกมา จากนั้นล้วงเอามือถือออกมากดดูเบอร์โทรล่าสุด เธอหันไปยิ้มกับอามินดา “มีอย่างที่อามินดาบอกจริง ๆ ด้วย มีเบอร์โทรล่าสุดที่ไม่ใช่พวกเรา ชื่อว่า ชนาภา”
“ลองโทรไปหาดูสิ” อามินดาบอก
อามันดากดโทรออก จากนั้นรอสายอยู่ครู่ใหญ่ มองทุกคนก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ไอคิวแล้วปลายสายจึงรับ “ฮัลโหล ธารินหรือเปล่า ฉันโทรหาเธอตั้งนานแล้ว”
“เอ่อ..คือว่าไม่ใช่ธารินค่ะ เป็นเพื่อนที่มาเที่ยวด้วยกัน”
“อ้าว...แล้วธารินไปไหนล่ะคะ ขอสายธารินหน่อยสิ”
“เอ่อ..คือ” อามันดาพูดอะไรไม่ออก อยู่ดี ๆ ไอคิวก็ยืนมือไปหาอามันดา เธอจึงเอาโทรศัพท์มือถือให้
“สวัสดีครับ คุณชนาภา ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นกับเพื่อนคุณที่ชื่อธารินน่ะครับ คุณอยู่แถวนี้หรือเปล่าช่วยมาเจอกันหน่อยนะครับ...อยู่ใกล้นี่เองครับ สังเกตตรงอาคารที่เช่าผ้าห่มน่ะครับ เดินมาอีกหน่อยก็จะเห็นเต้นท์สามเต้นท์สีชมพู สีส้มและสีฟ้าหันหน้าชนกัน...โอเคครับ เราจะรอ” ไอคิววางสายแล้วยื่นมือถือกลับคืนให้อามันดา “ความจริงเราไม่ควรสัมผัสสิ่งของ ๆ ผู้ตายโดยตรงนะครับ แต่ไม่เป็นไร”
“เพื่อนของคุณหนูจะมาหรือ” พสกถาม
“ใช่ครับ เพื่อนของคุณธารินมีสองคนเป็นผู้หญิงกับผู้ชาย เข้าใจว่าคงจะเป็นแฟนกัน”
“ทำไมผมถึงไม่เคยรู้จักเพื่อนสองคนนี้มาก่อน” พสกพูดกับตัวเอง “ทั้ง ๆ ที่ผมก็ไปไหนมาไหนกับคุณหนูเกือบตลอดเวลา”
“ก็ใช่ว่าพวกนายจะต้องไปรู้จักกับเพื่อนของเธอซะหมดนี่” อามินดาพูดกวน
พสกทำท่าจะโผเข้าหาอามินดาอีกแต่นิกรรั้งไว้
ไม่นานผู้หญิงที่ชื่อชนาภากับแฟนหนุ่มก็เดินเข้ามาที่เต้นท์ แต่พอไม่เห็นธารินก็ทำท่าจะเดินออกไป แต่ไอคิวพูดรั้งเอาไว้ก่อน
“ใช่คุณชนาภาหรือเปล่าครับ”
“ค่ะ..” ชนาภาหยุด หันกลับมามองทุกคน “แล้วธาริน”
“คุณเป็นเพื่อนกับเธอทางอินเตอร์เน็ตหรือเปล่าครับ”
“เอ๋...ทำไมคุณรู้..”
“ผมก็เดาเอาน่ะครับ สมัยนี้มีคนที่เล่นอินเตอร์เน็ตและมีเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตเยอะแยะ ทั้งเห็นหน้าและไม่เห็นหน้า แล้วพอรู้จักกันสักพักก็มักจะชวนมาเจอกันหรือชวนมาเที่ยวกันนะครับ”
พสกกับนิกรมองไอคิวอย่างชื่นชม
“ใช่ค่ะ ฉันเป็นเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตกับธาริน เธอนัดเราที่บังเอิญมาเที่ยวภูกระดึงเหมือนกัน ว่าจะมาเจอกันบนนี้”
“แต่ว่าแฟนของคุณคงไม่รู้จักธารินใช่มั้ยครับ”
“ไม่รู้จักค่ะ ว่าแต่เรื่องใหญ่ที่บอกคือ..”
“คุณธารินเธอเสียชีวิตน่ะครับ”
“ตายจริง...”
ไม่ทันไรแฟนหนุ่มของชนาภาก็เดินมาเบื้องหน้าตัวเธอ “พวกคุณก็เลยคิดว่าเราสองคนฆ่าเธองั้นสิ”
ไอคิวมองสายตาคมกริบของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ “ใช่ครับ ผมจำเป็นต้องสงสัยเอาไว้ก่อน”
“เราไม่รู้เรื่องอะไรหรอกค่ะ เรายังไม่ได้เจอเธอเลยด้วยซ้ำ”
“พวกคุณได้ไปดูพระอาทิตย์ตกหรือเปล่าครับ” อยู่ดี ๆ ไอคิวก็เปลี่ยนเรื่องถาม
“อะไรนะ..เราเพิ่งมาถึงน่ะ ช้ากว่าพวกคุณ เรามัวกางเต้นท์กัน ไม่ทันได้เดินไปดูหรอก อีกอย่างเธอเองก็เหนื่อยมาก” เขาชี้ที่แฟนสาว
“ฉันเพิ่งจะตื่นเต็มที่ตอนที่พวกคุณโทรมา”
“คุณหลับไปนานเท่าไหร่พอทราบไหมครับ” ไอคิวถามเธอ
ระหว่างการสนทนาของไอคิวและคู่รักทั้งสอง ทุกคนที่อยู่รอบกายไอคิวต่างมองสลับไปมาในบทสนทนาแฝงความนัยของไอคิว อามินดาจ้องไอคิวเขม็ง
“ไม่ทราบสิคะ” ชนาภาย่อเข่าทำท่าจะนั่งลง ทำให้ไอคิวเห็นรอยบางอย่างบนใบหน้าของเธอชัดเจน “น่าจะสักสองชั่วโมง”
“นายคิดจะพูดอะไร” แฟนของชนาภาไม่สบอารมณ์
“เวลาสองชั่วโมงที่ชนาภาหลับ คุณไปอยู่ไหนหรือครับ”
ทั้งหมดมองไอคิวเป็นตาเดียว
“ฉันอยู่กับเธอตลอด ไม่ได้ไปไหนทั้งนั้น”
“ถ้าอย่างนั้นผมขอดูกล้องถ่ายรูปของคุณตอนนี้เลยจะได้มั้ยครับ พาผมไปดูตอนนี้เลยว่าคุณไม่ได้ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกดินมาเลยสักรูป”
เขาชะงัก สายตาลอกแลกไปมา “..ฉันยอมรับก็ได้ว่าไปมา”
ชนาภาหันควับไปมองแฟนหนุ่ม “คุณทิ้งฉันให้นอนคนเดียวเหรอ”
“แต่ก็ไม่เห็นเกี่ยวกับเรื่องฆ่าใครตายนี่” เขาไม่สนใจเสียงของแฟนสาว
“ครับ..ไม่เกี่ยว” ไอคิวยิ้มให้อย่างเป็นมิตรต่างจากเมื่อครู่ “คุณบอกว่าคุณมาช้ากว่าทางฝ่ายนี้ แล้วก็ต้องกางเต้นท์อีกต่างหาก ไหนจะต้องเฝ้าแฟนคุณจนหลับจึงจะปลีกตัวแอบเดินไปที่ผาหมากดูกเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น คงไม่มีเวลามาฆ่าใครตายได้หรอกครับ อีกอย่างก็มีคุณอามันดาที่เดินวนเวียนอยู่แถวนี้ด้วย”
“นายพูดอะไรของนายน่ะ” นิกรถามไอคิวบ้าง “ทีแรกก็ทำท่าว่าจะจับผิด แต่ก็บอกว่าไม่ได้ทำ”
“ใช่ครับ ก็ผมอยากให้พวกคุณเข้าใจแบบนั้น..”
“หมายความว่าไง..” โยนินร้องขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
“ก็หมายความว่า ผมกำลังจะพิสูจน์ว่าสองคนนี้ไม่ใช่คนร้ายในเบื้องต้นน่ะสิครับ ทั้งสองคนไม่รู้จักคุณธารินเป็นการส่วนตัว ฝ่ายหญิงเองที่รู้จักก็แค่ในอินเตอร์เน็ต แถมยังไม่รู้ว่าเต้นท์ของเธออยู่ตรงไหน ฝ่ายหญิงหลับไปเพราะความเหนื่อยล้ามีรอยยับของผ้านวมที่แก้มเต็มไปหมด ขอบตาแดงก่ำและมีฝ่ายชายเป็นพยานได้ ส่วนฝ่ายชายไปผาหมากดูกมีกล้องถ่ายรูปเป็นพยานว่าได้ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกมาจริง เพราะฉะนั้นสองคนนี้ไม่มีทางฆ่าคุณธารินอย่างที่คุณอามินดาสงสัยหรอกครับ”
อามินดาจ้องไอคิวตอบ “...ฉลาดนี่”
อะไรกัน...อามันดามองไอคิวกับอามินดาไปมา...สองคนนี้เหมือนกำลังทำสงครามประสาทกันอยู่ หรือว่าไอคิวรู้อะไรเกี่ยวกับอามินดาอย่างนั้นหรือ
“ดังนั้น คนที่จะสามารถเป็นคนที่ฆ่าคุณธารินได้ ถ้าไม่นับนักเที่ยวโรคจิตที่ไม่น่าเป็นไปได้แล้วก็คงเป็นพวกคุณที่มาด้วยกันนั่นแหละครับ”
“ว่าไงนะ...” นิกรโพล่งออกมาอย่างเหลืออด “นาย...”
“ไม่คนใดก็คนหนึ่งในที่นี้ เป็นคนที่ฆ่าคุณธาริน” ไอคิวกล่าวอย่างหนักแน่น
edit @ 21 Jun 2008 12:29:13 by IQ Detective