Murder in Phukradeung #15
posted on 15 Jun 2008 18:04 by iqdetective in Phukradeung
ตอนที่ 15
หลังจากผ่านซำแคร่ไปเป็นทางสูงชันอย่างที่อามันดาว่าไว้ ต้องใช้เท้าก้าวสูงเหยียบก้อนหินที่เกยกันไปมา แต่โชคยังดีที่ก้อนหินนั้นเป็นแค่ก้อนหินแห้งแล้งไม่มีความชื้นหรือเมือกลื่น ๆ จากพืชตระกูลมอส
ในตอนนี้อามันดารวมทั้งทุกคนก็แทบจะไม่ได้คิดอะไรอื่นนอกจากจะต้องผ่านทางทรหดนี้ไปให้ได้ บันไดสูงชันที่ทำจากเหล็กที่ทางอุทยาน ฯ สร้างเอาไว้ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้มาก แต่ก็ทำให้เกิดคอขวดจากบรรดานักท่องเที่ยวที่ออกันเพื่อขึ้นบันไดคับแคบนั้น เพราะมีทั้งคนที่กำลังจะขึ้นภูและคนที่กำลังจะลงภูอีกเช่นกัน
วาดฝันฝืนเดินจนปวดข้อเท้า ท่อนขาของเธอผอมบางเหมือนไม่ตะเกียบซึ่งไม่ต่างจากแชนของเธอเอง โยนินต้องคอยประคองตามหลังอย่างใกล้ชิด
อามินดาเดินดุ่ม ๆ ไม่สนใจใครนำหน้าทุกคนพ้นบันไดไปยืนอยู่ด้านบน เขาหันมาแล้วย่อตัวยื่นมือเพื่อช่วยคนที่เหลือ แต่พอคนสุดท้ายเป็นราเมษก้าวขึ้นตามมา อามินดาชักมือกลับแล้วเดินแซงหน้าคนอื่น ๆ ไปอีกครั้ง อามันดาส่ายหน้า แต่ก็ทำใจในพฤติกรรมของน้องชาย พร้อมกับตบบ่าราเมษเบา ๆ ไม่ให้คิดอะไรมาก
ธารินร้องโวยวายลั่นเมื่อของในกระเป๋าเป้เธอร่วงหล่นตอนก้าวขึ้นบันไดที่อยู่สูงขึ้นไป เครื่องสำอาง ตลับแป้ง และของอื่น ๆ กระจายเต็มพื้นดิน
อามินดาหันกลับมาช่วยเก็บพร้อมกับที่พสกนิกรย่อตัวลงเก็บ เขาหยิบวัตถุสีดำอันหนึ่ง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อรู้ว่ามันคืออะไร
“เธอเอาที่ช็อตไฟฟ้ามาทำไม” อามินดาถามทันที
ธารินหันไปมอง เธอทำตาโตตกใจที่เครื่องช็อตไฟฟ้าอยู่ในมืออามินดา “เอ่อ...ก็ ป้องกันตัวน่ะ ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า...” ธารินพูดไหลลื่น “ฉันน่ะยิ่งสวย ๆ อยู่ด้วย ขืนมีผู้ชายห้ามใจไม่ไหวขึ้นมาจะทำไง”
อามินดาหัวเราะ “นั่นสินะ”
ราเมษที่อยู่เบื้องหลังมาทั้งคู่อย่างนึกอิจฉา “เข้ากันดีตั้งแต่เมื่อไหร่”
“น้องชายฉันน่ะแทคแคร์ผู้หญิงเก่งมาก”
“เธอรู้ได้ไง ไหนเธอบอกว่าน้องชายเธอไม่มีใคร นอกจากพี่สาวคนเดียว”
“ใครบอกล่ะ อามินดาเคยมีแฟนอยู่คนนึงน่ะ เป็นรักแรกของเค้าเลย แต่ว่าก็ต้องมีอันให้แยกจากกัน” อามันดาสีหน้าหม่นลง “เค้าก็เลยหันมาทุ่มเทกับฉันน่ะ”
“แปลก ๆ”
“ก็สำหรับอามินดาน่ะ ใครก็ไว้ใจไม่ได้ แม้แต่คนรักก็ไว้ใจไม่ได้ เค้าก็เลยเป็นแบบนี้”
“อะไรที่ว่าไว้ใจไม่ได้ ”
อามันดาถอนใจ “อย่ารู้เลย..เรื่องของเค้าน่ะ กลายเป็นคนสอดรู้สอดเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
ราเมษทำปาดเชิดใส่ “โธ่...เห็นเป็นน้องของเธอหรอกถึงได้ถาม”
“ช่างเถอะ ๆ อย่ารู้เลย” อามันดาสะบัดมือไปมา “จริงสิ ว่าแต่ เรื่องที่บอกว่าพสกกับนิกรเป็นแฝดกันน่ะ จริงเหรอ”
“กลายเป็นคนสอดรู้สอดเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” ราเมษย้อน “อยากรู้ก็ไปถามเอาเองสิ เกี่ยวอะไรกับฉัน”
อามันดาเม้มปากแน่น แต่ก่อนที่จะเปิดปากพูดอะไรก็ได้ยินเสียงบางอย่างกระแทกพื้น เธอปรายตาไปมองแล้วก็พบว่าเป็นธารินที่นอนหงายอยู่บนพื้นหินปลายบันไดเหล็ก อามันดาเกือบจะร้องกรี๊ด แต่แล้วเมื่อมองเหนือร่างธารินขึ้นไป ผ่านบันไดเหล็กขึ้นไป เห็นอีกร่างหนึ่งที่ยืนนิ่งมองลงมา
อามินดายืนมองธารินอยู่บนปลายบันไดขั้นสุดท้าย
เสียงอึกทึกจากนักท่องเที่ยวรอบ ๆ เริ่มดังขึ้น แต่อามันดากลับหูอื้อได้ยินเพียงเสียงอื้ออึงฟังไม่เป็นสรรพ เสียงของธารินร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เสียงนั้นทำให้อามันดาได้สติกลับมามองธารินอีกครั้ง
“เป็นอะไรมากหรือเปล่า” ราเมษผละจากอามันดาตรงรี่เข้าไป
“เจ็บน่ะ ฉันเจ็บหลังมากเลย โอ๊ย..” ธารินโอดครวญ
วาดฝันกับโยนินที่อยู่เยื้องขึ้นไปมองลงมา แต่ก็ไม่พูดอะไร เพราะเห็นว่าธารินยังมีแรงพูดได้
ธารินบิดตัวไปมา เป้ที่สะพายด้านหลังถูกกดทับอีกที และเพราะเป้ที่มีสิ่งของกระจุกกระจิกก็ทำให้หลังของเธอเจ็บมากขึ้น พสกนิกรค่อยประคองเธอเบา ๆ มือหนึ่งของนิกรช้อนใต้แผ่นหลังของเธอ พร้อมกับประคองร่างเธอยกขึ้นนั่ง
“เอาออกที” ธารินเอ่ยขึ้น เสียงขาดห้วง
“อะไร” ราเมษจ้องหน้า
“ในกระเป๋า ช่วยเอาออกที”
“ของหรือ” พสกเอ่ยแล้วรีบดึงสายกระเป๋าสะพายออกจากไหล่ของเธอ
“ไม่ใช่” ธารินหน้าซีดเผือด “เครื่องช๊อตไฟฟ้าน่ะ...มันทิ่มหลังฉัน”
“เครื่องช็อตไฟฟ้าเหรอ”
“ฉันรู้สึกว่าเลือดจะออกด้วย แล้ว..อย่าโดนปุ่มเปิดนะ ไม่อย่างนั้น” ธารินหน้าซีดยิ่งกว่าเดิม น้ำตาซึมออกมา
“ก็ได้ ๆ ฉันจะค่อย ๆ เปิดกระเป๋าล้วงมันออกมานะ” ราเมษพยายามปลดซิบกระเป๋าอย่างเบามือ
อามินดาที่ยืนนิ่งจ้องมอง เอ่ยขึ้น “เจ็บมากเหรอ ทำไมไม่ลุกล่ะ”
อามันดาหันควับเงยหน้าไปหาน้องชาย “อามิน ทำไมทำแบบนี้”
อามินดาจ้องพี่สาวตอบ จากสีหน้าที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว บัดนี้เปลี่ยนเป็นเขม็งเกร็ง “พี่คิดว่าอามินทำรึ”
“แล้วเธอทำหรือเปล่าล่ะ เธอผลักธารินตกลงมาหรือเปล่า”
ดวงตาของทั้งคู่แดงก่ำ อามินดาเตะเศษหินจากข้างบนด้วยความหงุดหงิด แล้วเดินตามทางหายไปจากสายตา เศษดินกระเด็นกระดอนมาโดนตัวอามันดา
เศษดินนั้นเกิดจากความหงุดหงิดเท่านั้นไม่ได้จงใจให้โดนใคร
นอกจากอามันดาที่โดนเศษดินแล้ว มือข้างหนึ่งของโยนินที่กำแน่นเกร็งก็โดนเช่นกัน
หลังจากผ่านซำแคร่ไปเป็นทางสูงชันอย่างที่อามันดาว่าไว้ ต้องใช้เท้าก้าวสูงเหยียบก้อนหินที่เกยกันไปมา แต่โชคยังดีที่ก้อนหินนั้นเป็นแค่ก้อนหินแห้งแล้งไม่มีความชื้นหรือเมือกลื่น ๆ จากพืชตระกูลมอส
ในตอนนี้อามันดารวมทั้งทุกคนก็แทบจะไม่ได้คิดอะไรอื่นนอกจากจะต้องผ่านทางทรหดนี้ไปให้ได้ บันไดสูงชันที่ทำจากเหล็กที่ทางอุทยาน ฯ สร้างเอาไว้ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้มาก แต่ก็ทำให้เกิดคอขวดจากบรรดานักท่องเที่ยวที่ออกันเพื่อขึ้นบันไดคับแคบนั้น เพราะมีทั้งคนที่กำลังจะขึ้นภูและคนที่กำลังจะลงภูอีกเช่นกัน
วาดฝันฝืนเดินจนปวดข้อเท้า ท่อนขาของเธอผอมบางเหมือนไม่ตะเกียบซึ่งไม่ต่างจากแชนของเธอเอง โยนินต้องคอยประคองตามหลังอย่างใกล้ชิด
อามินดาเดินดุ่ม ๆ ไม่สนใจใครนำหน้าทุกคนพ้นบันไดไปยืนอยู่ด้านบน เขาหันมาแล้วย่อตัวยื่นมือเพื่อช่วยคนที่เหลือ แต่พอคนสุดท้ายเป็นราเมษก้าวขึ้นตามมา อามินดาชักมือกลับแล้วเดินแซงหน้าคนอื่น ๆ ไปอีกครั้ง อามันดาส่ายหน้า แต่ก็ทำใจในพฤติกรรมของน้องชาย พร้อมกับตบบ่าราเมษเบา ๆ ไม่ให้คิดอะไรมาก
ธารินร้องโวยวายลั่นเมื่อของในกระเป๋าเป้เธอร่วงหล่นตอนก้าวขึ้นบันไดที่อยู่สูงขึ้นไป เครื่องสำอาง ตลับแป้ง และของอื่น ๆ กระจายเต็มพื้นดิน
อามินดาหันกลับมาช่วยเก็บพร้อมกับที่พสกนิกรย่อตัวลงเก็บ เขาหยิบวัตถุสีดำอันหนึ่ง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อรู้ว่ามันคืออะไร
“เธอเอาที่ช็อตไฟฟ้ามาทำไม” อามินดาถามทันที
ธารินหันไปมอง เธอทำตาโตตกใจที่เครื่องช็อตไฟฟ้าอยู่ในมืออามินดา “เอ่อ...ก็ ป้องกันตัวน่ะ ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า...” ธารินพูดไหลลื่น “ฉันน่ะยิ่งสวย ๆ อยู่ด้วย ขืนมีผู้ชายห้ามใจไม่ไหวขึ้นมาจะทำไง”
อามินดาหัวเราะ “นั่นสินะ”
ราเมษที่อยู่เบื้องหลังมาทั้งคู่อย่างนึกอิจฉา “เข้ากันดีตั้งแต่เมื่อไหร่”
“น้องชายฉันน่ะแทคแคร์ผู้หญิงเก่งมาก”
“เธอรู้ได้ไง ไหนเธอบอกว่าน้องชายเธอไม่มีใคร นอกจากพี่สาวคนเดียว”
“ใครบอกล่ะ อามินดาเคยมีแฟนอยู่คนนึงน่ะ เป็นรักแรกของเค้าเลย แต่ว่าก็ต้องมีอันให้แยกจากกัน” อามันดาสีหน้าหม่นลง “เค้าก็เลยหันมาทุ่มเทกับฉันน่ะ”
“แปลก ๆ”
“ก็สำหรับอามินดาน่ะ ใครก็ไว้ใจไม่ได้ แม้แต่คนรักก็ไว้ใจไม่ได้ เค้าก็เลยเป็นแบบนี้”
“อะไรที่ว่าไว้ใจไม่ได้ ”
อามันดาถอนใจ “อย่ารู้เลย..เรื่องของเค้าน่ะ กลายเป็นคนสอดรู้สอดเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
ราเมษทำปาดเชิดใส่ “โธ่...เห็นเป็นน้องของเธอหรอกถึงได้ถาม”
“ช่างเถอะ ๆ อย่ารู้เลย” อามันดาสะบัดมือไปมา “จริงสิ ว่าแต่ เรื่องที่บอกว่าพสกกับนิกรเป็นแฝดกันน่ะ จริงเหรอ”
“กลายเป็นคนสอดรู้สอดเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” ราเมษย้อน “อยากรู้ก็ไปถามเอาเองสิ เกี่ยวอะไรกับฉัน”
อามันดาเม้มปากแน่น แต่ก่อนที่จะเปิดปากพูดอะไรก็ได้ยินเสียงบางอย่างกระแทกพื้น เธอปรายตาไปมองแล้วก็พบว่าเป็นธารินที่นอนหงายอยู่บนพื้นหินปลายบันไดเหล็ก อามันดาเกือบจะร้องกรี๊ด แต่แล้วเมื่อมองเหนือร่างธารินขึ้นไป ผ่านบันไดเหล็กขึ้นไป เห็นอีกร่างหนึ่งที่ยืนนิ่งมองลงมา
อามินดายืนมองธารินอยู่บนปลายบันไดขั้นสุดท้าย
เสียงอึกทึกจากนักท่องเที่ยวรอบ ๆ เริ่มดังขึ้น แต่อามันดากลับหูอื้อได้ยินเพียงเสียงอื้ออึงฟังไม่เป็นสรรพ เสียงของธารินร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เสียงนั้นทำให้อามันดาได้สติกลับมามองธารินอีกครั้ง
“เป็นอะไรมากหรือเปล่า” ราเมษผละจากอามันดาตรงรี่เข้าไป
“เจ็บน่ะ ฉันเจ็บหลังมากเลย โอ๊ย..” ธารินโอดครวญ
วาดฝันกับโยนินที่อยู่เยื้องขึ้นไปมองลงมา แต่ก็ไม่พูดอะไร เพราะเห็นว่าธารินยังมีแรงพูดได้
ธารินบิดตัวไปมา เป้ที่สะพายด้านหลังถูกกดทับอีกที และเพราะเป้ที่มีสิ่งของกระจุกกระจิกก็ทำให้หลังของเธอเจ็บมากขึ้น พสกนิกรค่อยประคองเธอเบา ๆ มือหนึ่งของนิกรช้อนใต้แผ่นหลังของเธอ พร้อมกับประคองร่างเธอยกขึ้นนั่ง
“เอาออกที” ธารินเอ่ยขึ้น เสียงขาดห้วง
“อะไร” ราเมษจ้องหน้า
“ในกระเป๋า ช่วยเอาออกที”
“ของหรือ” พสกเอ่ยแล้วรีบดึงสายกระเป๋าสะพายออกจากไหล่ของเธอ
“ไม่ใช่” ธารินหน้าซีดเผือด “เครื่องช๊อตไฟฟ้าน่ะ...มันทิ่มหลังฉัน”
“เครื่องช็อตไฟฟ้าเหรอ”
“ฉันรู้สึกว่าเลือดจะออกด้วย แล้ว..อย่าโดนปุ่มเปิดนะ ไม่อย่างนั้น” ธารินหน้าซีดยิ่งกว่าเดิม น้ำตาซึมออกมา
“ก็ได้ ๆ ฉันจะค่อย ๆ เปิดกระเป๋าล้วงมันออกมานะ” ราเมษพยายามปลดซิบกระเป๋าอย่างเบามือ
อามินดาที่ยืนนิ่งจ้องมอง เอ่ยขึ้น “เจ็บมากเหรอ ทำไมไม่ลุกล่ะ”
อามันดาหันควับเงยหน้าไปหาน้องชาย “อามิน ทำไมทำแบบนี้”
อามินดาจ้องพี่สาวตอบ จากสีหน้าที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว บัดนี้เปลี่ยนเป็นเขม็งเกร็ง “พี่คิดว่าอามินทำรึ”
“แล้วเธอทำหรือเปล่าล่ะ เธอผลักธารินตกลงมาหรือเปล่า”
ดวงตาของทั้งคู่แดงก่ำ อามินดาเตะเศษหินจากข้างบนด้วยความหงุดหงิด แล้วเดินตามทางหายไปจากสายตา เศษดินกระเด็นกระดอนมาโดนตัวอามันดา
เศษดินนั้นเกิดจากความหงุดหงิดเท่านั้นไม่ได้จงใจให้โดนใคร
นอกจากอามันดาที่โดนเศษดินแล้ว มือข้างหนึ่งของโยนินที่กำแน่นเกร็งก็โดนเช่นกัน
Tags: detective, fiction, iq, mystery, phukradeung, นักสืบ, ภูกระดึง0 Comments