Circle murder #16 (Circle chart)

posted on 05 Feb 2010 09:32 by iqdetective
ตอนที่ 16
หนังสือพิมพ์ถูกกางเรียงอย่างสะเปะสะปะอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่บนพื้นชั้น 1 ของสำนักพิมพ์ แต่เป็นบนโต๊ะยาวในห้องประชุมชั้น 2 โดยมีแค่เพียงปราการและไอคิวเท่านั้นที่อยู่ภายในห้อง
หนังสือพิมพ์ถูกไล่เรียงลำดับวันที่ แต่ไม่ครบทุกวัน ไอคิวพยายามกวาดสายตามองกรอบข่าวพาดหัวเล็กใหญ่ เพื่อให้มั่นใจว่าตัวเขาจะไม่พลาดสิ่งสำคัญไป
ปราการเดินวนไปมา 2-3 รอบระหว่างฉบับแรกสุดกับฉบับท้ายสุด สุดท้ายจึงมาหยุดตรงที่ฉบับรองท้ายสุด ชี้ไปที่กรอบข่าวใหญ่
นักข่าวสำนักพิมพ์ดังถูกลักพาตัว หนีรอดออกมาได้อย่างหวุดหวิด เผยเห็นคนร้ายฆ่าเหยื่อลักพาตัวอีกรายตายต่อหน้าต่อตา
“นี่ข่าวของเธอ” ปราการบอกไอคิว
ในฉบับเดียวกันนั้นก็มีภาพตึก Advance Restoring ที่มีพลุอยู่เหนือยอดตึก
“และต่อมาก็เป็นข่าวการเสียชีวิตของคุณธีรสิน” ปราการเลื่อนนิ้วไปชี้กรอบข่าวบนหนังสือพิมพ์ฉบับสุดท้าย “ต่อจากฉบับนี้ข่าวนี้ถูกเล่นข่าวอยู่หลายวันจนได้รับการตรวจสอบล่าสุดว่ามีคนชื่อนี้วนเวียนอยู่ในตึกก่อนวันที่คุณธีรสินเสียชีวิต” เขาเลื่อนนิ้วชี้ไปเหนือหนังสือพิมพ์ มีการกระดาษสีขาวแผ่นหนึ่งเขียนชื่อบุคคลหนึ่งด้วยปากกาหมึกซึมเส้นหนา
“..ทัดไชย..” ไอคิวมองกระดาษแผ่นนั้นพร้อมกับเอ่ยชื่อออกมา
“จึงเป็นไปได้ว่าคนชื่อทัดไชยอาจจะเป็นฆาตกรฆ่าคุณธีรสิน  โดยอาจจะปลอมตัวเป็นช่างรับเหมาก่อสร้างที่ซ่อมแซมชั้น 29 แต่ทางหัวหน้าช่างรับเหมาเองก็บอกว่าไม่มีลูกน้องของตนคนไหนที่แอบอยู่ค้างคืน แสดงว่าทัดไชยคนนี้ต้องแอบซุ่มอยู่รอเวลาที่ไหนสักแห่งภายในตึก”
“ตอนนี้ตำรวจตามตัวคนที่ชื่อทัดไชยได้หรือยังล่ะครับ”
“ตำรวจบอกกับทางนักข่าวของเราว่าตามไม่ได้ เพราะว่าคนที่ชื่อทัดไชยไม่มีตัวตนอยู่แล้ว”
“เปลี่ยนชื่องั้นหรือครับ”
“เขาเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้วต่างหาก”
“เอ๊ะ..ถ้าอย่างนั้นแล้วชื่อที่พี่ปราการบอกเมื่อเช้านี้ตอนผมเพิ่งตื่นล่ะครับ”
“นั่นเป็นชื่อใหม่  แต่ชื่อใหม่หรือเก่าไม่สำคัญ มันสำคัญตรงที่คน ๆ นี้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อหลายวันก่อนหน้าที่คุณธีรสินจะถูกฆ่า ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเป็นคนฆ่าคุณธีรสิน แต่ถ้าจะบอกว่าเขาฆ่าให้ได้ก็คงต้องบอกว่าเป็นวิญญาณมาฆ่า”
“หมายความว่าคนที่ชื่อทัดไชยก็ถูกฆ่าตายด้วยหรือเปล่าครับ”
“ถูกต้อง” ปราการก้าวเดินไปชี้ที่หนังสือพิมพ์อีกฉบับ “โดยฝีมือของกฤติกร ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง”
ชายปริศนาถูกเผาทั้งเป็นในกระท่อมกลางนา ตำรวจพบหลักฐานสำคัญที่สามารถชี้ชัดฆาตกรได้ในที่เกิดเหตุ
“เผาทั้งเป็น..ศพก็คงไหม้เกรียมจนดูไม่ออกว่าเป็นใคร”
“ถูกต้อง แม้แต่ฟันของศพก็ช่วยพิสูจน์ไม่ได้ เพราะคน ๆ นี้แทบไม่มีประวัติทำฟันที่ไหนแน่ชัด ศพเองก็เหลือแต่โครงกระดูก เนื้อหนังก็ถูกไหม้ไปไม่เหลือ ส่วนกระโหลกก็ไหม้เกรียมผุกร่อน ซึ่งถ้าจะพิสูจน์ตัวตนจริง ๆ ก็คงใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน แต่สาเหตุที่รู้ก็เพราะใต้ศพมีจี้ห้อยคออันหนึ่งที่อยู่ในตลับทำจากเซรามิกจึงไม่ได้โดนเผาหลอมละลายไปด้วย จี้ห้อยคอนั้นพอเปิดรูปหัวใจออกมาจะมีรูปของทัดไชยและภรรยาอยู่ข้างใน เดาว่าเจ้าตัวคงเก็บตลับบรรจุจี้หอยคอนั้นไว้กับตัวตลอดเวลา พอไฟเผาไหม้เสื้อผ้า ตลับนั้นก็ร่วงหล่นออกมาตกถึงพื้นก่อนที่ร่างของเขาจะตกลงมาทับอีกที”
ไอคิวอดนึกภาพเหตุการณ์ตามคำพูดของปราการไม่ได้ ยึ่งมโนภาพก็ยิ่งหดหู่มากขึ้น เพลิงไฟโหมลุกไหม้กระท่อมกลางนา มันลุกลามรวดเร็วยากที่จะระงับ ร่างไร้วิญญาณร่างหนึ่งถูกไฟโลมเลียผิวหนังแตกปริ ส่งกลิ่นเหม็นไหม้และควันคละคลุ้ง เนื้อกายค่อย ๆ มอดไหม้จนเห็นกระดูกขาวโพลน..เขาไล่ความรู้สึกนั้นออกไปแล้วเริ่มต้นคำถามที่ยังคลางแคลงใจอื่นๆ ต่อ
“แล้วที่พี่ปราการบอกว่ากฤติกร ผู้ประกาศข่าวเองก็ไม่ได้ฆ่าตัวตายตามที่ข่าวบอก แต่ถูกฆาตกรรมเหมือนกัน”
“ใช่..นั่นล่ะ ถ้าคิดว่ากฤตกรผู้ประกาศข่าวถูกฆาตกรรมด้วยล่ะก็เรื่องนี้จะกลายเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่แปลกพิสดารคดีนึงเลย”
“ฆาตกรรมกันเป็นทอด ๆ ใช่มั้ยครับ” ไอคิวหันมองปราการ
“ใช่..” ปราการเดินมาที่หนังสือพิมพ์ฉบับแรกสุดอีกครั้ง “ฆ่ากันเป็นทอด ๆ นายเอฆ่านายบี นายบีฆ่านายซี นายซีฆ่านายดี...ไม่ใช่สิ ต้องพูดกลับกันว่า นายซีฆ่านายดี แล้วนายซีก็ถูกนายบีฆ่า  แล้วนายบีก็ถูกนายเอฆ่าอีกที..”
“เอ บี ซี ดี อี” ไอคิวเอ่ยขึ้นลอย ๆ
ปราการเดินไปอีกด้านของห้อง มีกระดานไวท์บอร์ดผืนใหญ่ติดผนังอยู่ เขาหยิบปากกาไวท์บอร์ดขึ้นมาเริ่มต้นขีดเขียนสัญลักษณ์ 
A > B , B > C ,C > D, D > E

A > B > C > E

E < C < B < A

“ยังมีเอื้อกูลและพิมายที่นายอาจจะยังไม่รู้ ไอคิว..ถ้าแทนทุกคนที่เกี่ยวข้องก็จะได้เป็นแบบนี้”

กฤติกร < เอื้อกูล < พิมาย < ธีรสิน < ทัดไชย

“คนที่ฆ่ากฤติกรผู้ประกาศข่าวนั่นก็คือ เอื้อกูล เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่สร้างฉากให้เหมือนรถของกฤติกรพุ่งลงเหว ส่วนเอื้อกูลเองก็ถูกพิมายซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันฆ่า ต่อมาพิมายเองก็ถูกธีรสินฆ่าด้วยเหมือนกัน และท้ายที่สุดทัดไชยก็ฆ่าธีรสินในคืนที่นายถูกลักพาตัวอยู่ในบ้านร้างนั้น”
“แต่ว่าทัดไชย..” ไอคิวชี้ไปที่ชื่อนั้นบนกระดาน
“แบบที่นายคิดนั่นล่ะ ความจริงแล้วแผนผังมันควรจะเป็นแบบนี้” ปราการขัดขึ้นอย่างรู้ทัน
 

“เป็นวงกลม..” ปราการวาดแผนผังวงกลมขึ้นมา “แต่การที่มันเป็นวงกลมก็จะมีความเป็นไปไม่ได้เกิดขึ้น นั่นคือการที่กฤติกรฆ่าทัดไชย”
“ทัดไชยจะถูกกฤติกรฆ่าได้ยังไง ก็ในเมื่อเขาฆ่าธีรสินเป็นคนสุดท้าย” ไอคิวตั้งข้อสงสัย
“นั่นแหละ ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะแบบนี้เอง ตำรวจถึงยังไม่เปิดเผยข้อมูลอะไรมากนัก”
“ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าทัดไชยคนที่ฆ่าคุณธีรสินไม่ใช่ตัวจริงน่ะสิครับ เพราะว่าตัวจริงได้ตายไปแล้ว” ไอคิวเพ่งมองแผนผังบนกระดาน “คนที่ปลอมตัวเป็นทัดไชย วางแผนฆ่าคุณธีรสินด้วยเหตุผลบางอย่าง”
“ถ้าคน ๆ นั้นต้องการปลอมตัวเป็นทัดไชยให้เราเข้าใจผิดจริง แล้วทำไมถึงต้องปกปิดใบหน้าตอนไปฆ่าคุณธีรสินบนชั้น 29 ล่ะ”
“นั่นสิ..” ไอคิวเห็นด้วย “..แต่บางทีก็อาจจะคิดว่าควรจะหลบซ่อน รปภ.ที่เฝ้าสังเกตุการณ์สักหน่อย”
จากนั้นทั้งสองคนนิ่งคิดไม่พูดอะไรทั้งสิ้น จ้องมองแผนผังบนกระดานครู่ใหญ่
จนในที่สุด ไอคิวเอ่ยถามออกมา
“แล้วเอื้อกูลกับพิมายนั่นล่ะครับ คดีเป็นยังไงหรือครับ”
“อ้อ เรื่องนั้น” ปราการเดินไปที่หนังสือพิมพ์ที่กางไว้เรียงรายอีกครั้ง พยายามไล่นิ้วชี้หาพาดหัวข่าว “อันนี้..และอันนี้..เด็กหนุ่มที่ชื่อเอื้อกูลถูกเพื่อนที่ชื่อพิมายฆ่าตายบริเวณบึงน้ำใกล้บ้านของเขาเอง ปรากฏรอยเลือดของเอื้อกูลบริเวณท่าไม้เล็ก ๆ ที่ต่อยืนออกไปในบึง แต่ไม่พบศพเขา คิดว่าพิมายคงขนศพไปทิ้งที่อื่นหรือไม่อย่างนั่นก็คงถูกปลากัดกินไป หลักฐานที่รู้ว่าพิมายลงมือฆ่าก็คือร่องรอยที่เขาเข้าไปในบ้านของเอื้อกูล แม้จะไม่มีรอยนิ้วมือเพราะคงระวังเป็นอย่างดี แต่ก็ยังเหลือเส้นผม คราบเหงื่อของเขา ที่ทางตำรวจเปรียบเทียบกับเส้นผมในที่พักของพิมายโดยตรง
“ส่วนตัวพิมายเองก็ถูกพบเป็นศพบนรถไฟเที่ยวไปแม่ฮ่องสอน เขาตายเพราะดื่มน้ำอัดลมที่ผสมยาพิษเข้าไป แต่ไม่มีพยานใด ๆ เลยในโบกี้นั้นที่พอจะเห็นตอนที่เขาอยู่กับคนร้าย”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงรู้ว่าคุณธีรสินเป็นคนฆ่าละครับ”
“คนขับรถของคุณธีรสินยอมเปิดเผยว่าในวันนั้นคุณธีรสินสั่งให้ขับรถออกจากบริษัทไปจอดในห้างแห่งหนึ่ง ซึ่งคงตบตาว่าไปทำธุระหรือพบลูกค้าในห้างนั้น แต่จริง ๆ แล้วปลอมตัวเรียกแท็กซี่ไปดักรอหน้าที่พักของพิมายและติดตามพิมายไปยังสถานีรถไฟ
แถมยังมีข้อมูลเบื้องลึกถึงสาเหตุที่น่าจะเป็นแรงจูงใจอย่างมากว่าลูกชายของคุณธีรสินที่เสียชีวิตไป มีพิมายเป็นส่วนเกี่ยวข้องสำคัญ”
“ยังไงหรือครับ”
“พิมายหลอกลูกชายของคุณธีรสินให้ค้าอวัยวะ”
“เป็นแบบนั้นเอง..แล้วลูกชายของคุณธีรสินก็เสียชีวิตเพราะการผ่าตัดผิดพลาดอะไรแบบนั้นใช่มั้ยครับ”
“ทำนองนั้น แต่น่าจะเป็นไม่ใส่ใจหลังการผ่าตัดหรือผ่าตัดมั่วซั่วจนบาดแผลติดเชื้อมากกว่า”
“ครับ..ดูเหมือน..ทุกคนจะมีแรงจูงใจในการฆ่ากันหมดเลย  แต่ว่ามันออกจะบังเอิญเกินไปหรือเปล่าที่คิดอยากจะฆ่าในเวลาไล่เลี่ยกันขนาดนี้”
“เรื่องนั้นตำรวจเองก็สงสัย แต่ยังเปิดเผยอะไรไม่ได้มาก ส่วนวิธีการลงข่าวเองก็พยายามไม่บอกใบ้ให้แก่ผู้ดูหรือผู้อ่านว่าคดีหลายคดีนี้เชื่อมต่อกันอยู่ นอกจากว่าจะมีคนที่รู้เองว่ามันเชื่อมต่อกัน ตำรวจคงกลัวเสียหน้าที่ทำให้คดีเลยเถิดมามากขนาดนี้”
“หรือไม่ก็คงอยากจะปกปิดคนร้ายไม่ให้รู้ว่าตำรวจสืบไปถึงไหน” ไอคิวกวาดสายตามาหนังสือพิมพ์ทุกฉบับไปมา
“เธอหมายถึงอะไร”
“ก็อย่างที่ผมบอกตอนที่พี่ปราการโทรศัพท์มาหาผมตอนเช้า  ผมว่าคดี 5 คดีนี้ รวมกับคดีของผมอีก 1 คดีเป็น 6 คดีต้องมีจุดเชื่อมต่อกันอยู่ที่จุดหนึ่ง อาจจะเป็นแผนของใครบางคนที่พยายามบีบเค้นให้คนทั้ง 5 คนเกิดแรงจูงใจอยากที่จะฆ่าเหยื่อของตน”
“นั่นสินะ”
“พี่ปราการพอจะมีข้อมูลอย่างละเอียดของแรงจูงใจของ 5 คนนี้หรือเปล่าครับ  ผมอยากจะรู้ให้แน่ใจว่าแท้ที่จริงแล้วใครเป็นคนเริ่มต้นก่อนกันแน่”
“..พอมี”
“ขอบคุณครับ แล้วเรื่องที่ให้ปล่อยข่าวนั่นล่ะครับ”
“เรียบร้อยแล้วเหมือนกัน เหลือแต่รอดูผล ว่าแต่นี่ตกลงเธอจะไปที่บ้านร้างนั่นจริง ๆ น่ะหรือ”
“จริงสิครับ ผมแน่ใจว่าฆาตกรต้องไปที่นั่นหลังจากรู้ข่าวที่เราปล่อยออกไป”
“อยากได้คนเสริมมั้ย”
“ก็ดีครับ แต่ว่าต้องไม่ให้อีกฝ่ายจับพิรุธได้ ต้องไม่มีรถจอดอยู่นอกบ้านร้างให้เห็นเด็ดขาด ถ้าคนร้ายรู้ตัวว่าโดนหลอกล่ะก็ คงยิ่งหนีเตลิดไป”
“นายจะไปเมื่อไหร่”
“คืนนี้ครับ ผมจะไปดักรอที่นั่น นอนในห้องเดิมที่เคยถูกขังอยู่ และเฝ้าดูคนร้ายจากช่องกำแพงที่ผมเป็นคนทุบมัน”
ไอคิวและปราการเดินออกมาจากห้องประชุมพร้อมกับหนังสือหลายฉบับ เขาวางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะรับแขกหลังแยกกับปราการที่เดินกลับไปที่โต๊ะทำงานเพื่อหยิบเอกสารชุดหนึ่งให้เขา
นั่นคือเอกสารประวัติของบุคคลที่เกี่ยวข้องใน 6 คดีนี้...

Circle murder #15 (6 Case)

posted on 29 Oct 2009 09:21 by iqdetective
ตอนที่ 15 : 6 คดี
กว่าหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้า..
พลุถูกจุดขึ้นบนยอดตึก Advance Restoring 
ตั้งแต่ลูกแรกที่พลุแตกกระจายบนท้องฟ้า สายตาของปราการก็มองเห็นมันได้อย่างชัดเจน
ห่างจากตึก Advance Restoring ไปเพียงแค่กวาดสายตา มีคอนโดมีเนียมสูงตระหง่านตั้งอยู่ ปราการอาศัยอยู่ที่นั่นบนชั้น 20 เขามีเวลาว่างแค่เพียงช่วงนี้ของวันนี้เท่านั้น จึงกลับมาอยู่ที่คอนโดอันเงียบสงบลำพังก่อนออกไปที่สำนักพิมพ์อีกรอบตอนเที่ยงคืนเพื่อหัวหมุนกับหนังสือพิมพ์กรอบเช้า เขากำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้กึ่งนอนพลาสติกแสนสบาย จิบไวน์ชั้นเลิศ อ่านหนังสือพิมพ์คู่แข่งไปพลางบนระเบียงที่มีลมเย็นโกรกเข้ามาตลอดเวลา
เขาจับสังเกตได้ในทันทีว่าพลุนั้นถูกจุดขึ้นที่ตึกไหน พอรู้แบบนั้นก็พยายามนับจำนวนพลุว่าจุดกี่ครั้ง จำนวน 15 ครั้งบนยอดตึก Advance Restoring จำนวน 14 ครั้งบริเวณโรงเรียนมัธยม
ต้องเกิดเรื่องไม่ดีบางอย่างขึ้นแน่ ปราการคิดแบบนั้นด้วยสัญชาติญาณของนักข่าว
“เออนี่..” เขาโทรศัพท์หาช่างภาพคนหนึ่ง “นายคงจับภาพได้ใช่มั้ย”
“ได้ครับ ไม่พลาดอยู่แล้ว”
“ดีมาก แต่อย่างเพิ่งลงข่าวล่ะ รอให้ฉันตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าพลุจุดเพราะอะไร”
“รับทราบครับ”
oooo
ไอคิวฟังสิ่งที่ปราการเล่าอย่างละเอียดถึงคืนวันที่ปราการเห็นพลุ 29 นัด หรือก็คือคืนวันเดียวกับที่เขายังคงถูกขังอยู่ในบ้านร้าง
“ถ้าอย่างนั้นใครเป็นคนฆ่าเจ้าของตึกนั่นล่ะครับ”
“ไม่รู้สิ..ใครฆ่าคุณธีรสินตอนนี้ก็ยังตามหาตัวไม่ได้” ปราการกล่าวเหนื่อยอ่อนเมื่อนึกถึงการตามค้นหาความจริงเรื่องนี้
“ตึกใหญ่โตแบบนั้นมันน่าจะมีร่องรอยอะไรบ้างไม่ใช่หรือครับ อย่างพวกกล้องวงจรปิดหรือถามจาก รปภ. หรือใครก็ได้ที่พอสังเกตเห็น”
“กล้องวงจรปิดน่ะมี แต่ว่าคนร้ายน่ะรู้ทันสวมหน้ากากปกปิดใบหน้า รูปพรรณสัญฐานก็บอกแน่ชัดไม่ได้ เพราะรูปร่างแบบนั้นมีออกเกลื่อน”
“รปภ. ไม่เห็นบ้างเลยหรือครับ”
“ไม่เห็น..รปภ. บอกว่าไม่เห็นมีใครลงมาจากชั้นหนึ่งหลังจากเวลาที่คุณธีรสินถูกฆ่าตายเลย พนักงานและคนอื่นออกจากตึกกันหมดเวลาทุ่มกว่า นอกจากคุณธีรสินเท่านั้นที่ยังอยู่”
“ถ้าอย่างนั้น..แปลว่าคนร้ายอาศัยอยู่ในตึกจนถึงเช้าหรือครับ”
“ใช่..คิดว่างั้นนะ แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นทั้งพนังงานบริษัท ทั้งลูกค้า ทั้งคนนอกก็เยอะไปหมดจนจับผิดใครไม่ได้ และตำรวจเองก็คงไม่คิดจะเรียกสอบปากคำทุกคนด้วย อีกอย่าง กว่าจะรู้ว่าคุณธีรสินนอนตายอยู่ในห้องก็ปาเข้าไป 9 โมงเช้า ป่านนั้นคนร้ายคงหนีไปไกลแล้วล่ะ”
“แล้วบนดาดฟ้าได้ตรวจสอบหรือเปล่าครับ ว่าเหลือร่องรอยอะไรบ้าง”
“ตรวจแล้ว ก็มีแค่ซากพลุที่ถูกจุดเท่านั้น นอกนั้นก็เป็นพวกเศษอุปกรณ์สำนักงานเก่า ๆ กับเศษอิฐปูน เพราะพอดีว่าช่วงนั้นชั้น 29 กำลังปรับปรุง”
“ปรับปรุงหรือครับ แบบนี้ก็มีพวกคนงานรับเหมาป้วนเปี้ยนในตึกด้วยสิครับ”
“อืม..แต่ตรวจสอบแล้วทุกคนไม่มีใครหลบอยู่ในตึกในคืนนั้น และก็ไม่มีใครน่าสงสัยด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นก็คงมีสองทางเลือกที่จะหลบหนีได้ อย่างแรกก็คืนรอจนเช้าแล้วหลบหนีปะปนไปกับคนอื่นๆที่เข้าออกขึ้นลงลิฟท์ อย่างที่สองก็คือยอมเสี่ยงปืนลงมาจากตึก”
“จริงสิ..ที่เธอพูดก็เป็นไปได้ ถ้าใช้วิธีปีนลงมาล่ะก็ ในเวลากลางคืนแบบนั้นคงไม่มีใครสังเหตเห็น”
“ครับ แถมจุดสนใจยังเป็นที่พลุ 29 นัดนั่นด้วย”
หลังจากไอคิวและปราการสนทนากันในวันนั้น วันต่อมาปราการก็โทรมาหาไอคิวอีกครั้งขณะเข้ายังงัวเงียอยู่บนเตียงนอน
“ข่าวใหม่อะไรหรือครับ” ไอคิวพยายามควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้ปราการรู้ว่าเขาเพิ่งตื่น
“เธอต้องไม่เชื่อแน่ ๆ พี่เพิ่งได้ข่าวจากตำรวจว่าผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งของคนที่ขึ้นลงลิฟท์ในช่วงเวลาก่อนที่คุณธีรสินถูกฆ่าในตึกนั้นน่ะ มีคน ๆ หนึ่งที่ไม่ควรจะอยู่ที่นั่นด้วย”
“ใครหรือครับ”
ปราการเอ่ยชื่อหนึ่งออกมา..
“อะไรนะครับ” ไอคิวหายง่วงทันที “ไม่ผิดแน่ใช่มั้ยครับ  แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไง”
“ที่สำคัญ การตรวจสอบครั้งนี้ทำให้รู้ว่ามีคน ๆ นี้มีใบหน้าคล้ายผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกผู้ประกาศข่าวชื่อดังเผาทั้งเป็นในกระท่อมกลางทุ่งนา”
“กระท่อมกลางทุ่งนา  ข่าวนั้นนี่ครับ  หมายความว่ามันเกี่ยวข้องกันหรือครับ”
“ใช่น่ะสิ ไม่น่าเชื่อว่าคดีนี้จะไปเกี่ยวข้องกับคดีของกฤติกร”
“แต่ว่าไม่ใช่คน ๆ เดียวกันแน่ใช่มั้ยครับ ทำไม่ถึงใช้คำว่าใบหน้าคล้ายล่ะครับ”
“ถ้าไม่คล้ายก็คงเป็นฝาแฝดล่ะ นายลองลำดับเวลาแล้วจะรู้ คนที่ถูกกฤติกรผู้ประกาศข่าวนั่นฆ่าตายน่ะ ตายก่อนที่นายถูกลักพาตัวและก่อนที่คุณธีรสินถูกฆ่าตายนะ  ถ้าเป็นคน ๆ เดียวกันล่ะก็ต้องเป็นผีแน่นอน”
“อ้ะ..จริงด้วยสิครับ” ไอคิวผุดลุกขึ้นยืน “เป็นไปได้ยังไงกัน”
“แบบนี้นายก็คงรู้แล้วนะว่าทำไมนายถึงถูกลักพาตัว”
“ผมก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนงั้นหรือครับ”
“นายลองคิดทบทวนดูดี ๆ แล้วก็ลองจับต้นชนปลายดูว่าคดีไหนเกี่ยวข้องกันบ้าง พี่ว่าที่แน่ๆต้องมีมากกว่า 2 คดีที่เกี่ยวข้องกัน”
“มากกว่า 2 คดีหรือครับ หมายความว่ายังไง”
“ถ้าคิดว่าเรื่องที่กฤติกรขับรถตกเหวไม่ใช่ฆ่าตัวตายแล้วล่ะก็ มีมากกว่า 2 คดีแน่นอน”
คราวนี้ไอคิวฉุกคิดได้ทันที เขาสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวเกือบทุกอย่างได้ภายในเสี้ยววินาที “..แปลว่ามีอยู่ 6 คดีงั้นหรือครับ”
“หือ..ทำไมเธอรู้ว่า 6 คดี”
“ตอนนี้ยังแค่คาดเดาเท่านั้นนะครับ  แต่ก่อนที่ผมจะถูกลักพาตัวไปผมติดตามข่าวที่ดัง ๆ ที่ระบุว่าฆาตกรตายต่อเนื่องกันตลอด ตอนนั้นผมยังนึกสงสัยว่าทำไมเป็นแบบนั้น คือพอฆาตกรฆ่าคนหนึ่งตายไป ฆาตกรคนนั้นก็กลับถูกฆ่าอีกเหมือนกัน  มีข่าวฆ่าซ้อนกันแบบนี้อยู่ 2 ข่าว ถ้ารวมกันกับ 2 คดีนี้ก็เป็น 6 คดี”
“จริงสินะ พี่เองก็พอจะนึกออก”
“แปลว่านี่เป็นการวางแผนฆ่าคนต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ..ไม่ใช่สิ..เป็นวงกลม”
“วงกลมหรือ”
“โชคดีจริง ๆ ที่ตำรวจตรวจอย่างละเอียดได้ว่าคน ๆ นั้นอยู่ในตึกในวันที่ผมถูกลักพาตัว ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้คงไม่กระจ่าง”
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว ๆ ไอคิว พี่เริ่มจะตามไม่ทัน  ตอนแรกพี่บอกเธอ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าเธอรู้ไปไกลกว่าพี่แล้วอย่างนั้นหรือ”
“เดี๋ยวผมจะอธิบายอีกครั้งนะครับพี่ปราการ ผมจะรีบแต่งตัวออกไปที่สำนักพิมพ์เดี๋ยวนี้”
“โอเค เจอกัน”
“ว่าแต่พี่ปราการปล่อยข่าวได้ไหม..”
“จะให้ปล่อยข่าวอะไรงั้นหรือ” ปราการพอรู้ว่าไอคิวต้องการจะทำอะไร
“ผ่านมาหลายวัน ตำรวจก็คงเก็บกวาดหลักฐานทุกอย่างในบ้านร้างหลังนั้นไปหมดแล้ว  ขอแค่ปล่อยข่าวไปว่ายังหลงเหลือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตำรวจยังไม่รู้”
“ไอคิว..เธอคิดจะเผชิญหน้ากับฆาตกรหรือ”
“ครับ คราวนี้มีแต่ต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา  หมอนั่นจะได้ดิ้นไม่หลุด”
ปราการคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบออกไป “เอาสิ..นายอยากให้ช่วยอะไรเพิ่มก็บอกมาเลย”
3 ชั่วโมงต่อมาบ้านร้างนั้นถูกเปิดอีกครั้ง ใครคนหนึ่งพยายามรื้อกองไม้อัดที่สุมกันอยู่มุมห้อง แล้วหย่อนสิ่งหนึ่งลงไป..

Recommend