Circle murder #14 (Advance Restoring)
posted on 08 Oct 2009 21:45 by iqdetective
ตอนที่ 14 : Advance Restoring
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป..
หลังจากที่ไอคิวหลุดพ้นหนีออกมาจากการถูกลักพาตัวโดยความช่วยเหลือของปราการ รุ่นพี่สมัยเรียนที่ทำงานเป็นบรรณาธิการและนักข่าวในสำนักพิมพ์ของหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่ง ไอคิวได้ทราบว่าแท้ที่จริงแล้วการที่เขาถูกลักพาตัวนั้นเป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างมหันต์ของใครก็ตามที่วางแผนร้ายนี้ เขาเป็นแค่เหยื่อซึ่งจับผิดตัว แค่เพียงถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นนักข่าวเท่านั้น
ไอคิวพยายามสืบค้นว่าแท้ที่จริงแล้วเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไรกันแน่ มันเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองหรือนักการเมืองบางคนหรือเกี่ยวข้องกับนักข่าวที่ชื่อวิสันต์ คนที่ควรจะถูกจับตัวไปหรือเปล่า
ไอคิวกลับไปยังที่บ้านร้างที่เขาถูกกักขังอีกครั้งหนึ่ง และพบความจริงหลายอย่างที่เขาเองก็ยังคลางแคลงสงสัย บางอย่างยังหาคำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ ทั้งเรื่องของห้องที่ถูกต่อเติมภายหลัง ห้องกรงตาข่าย กล้องวงจรปิด และพฤติกรรมที่แปลกประหลาดของคนร้าย 3 คนที่ลักพาตัวเขาไป..
ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์จนมาถึงวันนี้ เขาเองก็ยังคิดไม่ตกเกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้ที่ผ่านมาเขาจะดำเนินการทุกอย่างตามที่ปราการบอกให้ทำ อย่างการแจ้งตำรวจว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง บ้านร้างนั้นอยู่ที่ไหน พบร่องรอยอะไรบ้างที่พอจะสืบทราบสาวไปถึงตัวคนร้าย รวมถึงว่ามีการตายเกิดขึ้นที่นั่นด้วย
วันนี้ทุกอย่างคลี่คลายลงได้ระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็รู้ว่าผู้เคราะห์ร้ายที่เคยถูกลักพาตัวร่วมกับไอคิวและเสียชีวิตเพราะกระสุนปืนนั้นเป็นใคร ด้วยการสืบประวัติของตำรวจจากเค้าโครงหน้าตาที่ไอคิวบ่งชี้ จึงรู้ว่าชายคนนั้นชื่อทิวากร ไม่เปิดเผยนามสกุล
ตำรวจสืบค้นประวัติของทิวากรเท่าที่มี ทราบว่าชายผู้นี้เปลี่ยนชื่อตนเองหลายครั้ง เนื่องจากก่อหนี้สินมากมายจนเจ้าหนี้ตามทวงไม่เลิกรา ประกอบอาชีพเป็นอาจารย์ประจำโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา แต่ก็ถูกพากษ์ทัณฑ์หลายครั้งจนในที่สุดก็ถูกไล่ออก ต้องตกงานใช้ชีวิตลุ่ม ๆ ดอน ๆ ค้าขายตามที่พอจะหาหนทางได้ แอบเปิดคอร์สสอนพิเศษกับนักเรียนที่เตรียมสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย เพราะยังพอมีความรู้ที่สามารถสอนได้ในระดับหนึ่ง
ไอคิวเห็นรูปถ่ายหน้าตรงซึ่งคงสำเนามาจากข้อมูลทะเบียนราษฎ์ของทิวากร โดยปราการนำมาให้ดู เขาตอบรับว่าใช่คน ๆ เดียวกับที่เคยถูกขังอยู่ด้วยกัน
ทิวากรหน้าตาธรรมดาไม่โดดเด่น อายุราว 35 ปี สูง 175 เซนติเมตร หนัก 70 กิโลกรัม ไว้ผมรองทรงยาวปรกใบหู ผิวคล้ำแดด ซึ่งรูปที่เห็นนั้นตรงกับลักษณะของคนที่ไอคิวระบุทุกประการ
ทว่าสิ่งเดียวที่ตำรวจยังสืบหาไม่พบนั่นคือ ศพของนายทิวากร
จริงอยู่ที่คนร้าย 3 คนที่ลักพาตัวไอคิวนั้นนำร่างของนายทิวากรกลับขึ้นรถตู้หนีไปด้วย ซึ่งคิดว่านั่นคงเป็นการทำลายหลักฐานเพื่อให้ไม่สามารถระบุตัวตนของนายทิวากรได้ แต่ในรัศมี 10 กิโลเมตรจากบ้านร้างนั้น กลับไม่พบร่างของทิวากรถูกทิ้งไว้ ซึ่งตำรวจคาดว่าคนร้ายคนจะโยนทิ้งที่ไหนสักแห่ง อาจจะเป็นในป่าหรือถ่วงน้ำไป
ไอคิวมาเยี่ยมที่สำนักพิมพ์อีกครั้ง ปราการแค่โบกมือทักแล้วก็วุ่นกับงานที่ยุ่งทุกวันเช่นเคย เขาจึงลงมือค้นหาหนังสือพิมพ์เก่าย้อนหลังตั้งแต่วันที่เขาถูกลักพาตัวด้วยตนเอง ว่ามีข่าวพาดหัวอะไรบ้าง ซึ่งนี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงที่เขาเดินทางมาที่สำนักพิมพ์แห่งนี้
เขาหยิบกองหนังสือพิมพ์มาคลี่ออกมาวางเรียงเป็นแถวยาวกับพื้นมองพาดหัวข่าวเล็กใหญ่ไล่เรียงไป มีนักข่าวบางคนที่คุ้นหน้าไอคิวแต่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวมองเขาอย่างนึกสงสัยว่าเขาต้องการจะทำอะไร แต่ก็มีบางคนที่รู้ว่าเขาถูกลักพาตัวจึงเอ่ยทักพร้อมกับชี้บอกข่าววันที่เขาหายตัวไป
“วันนั้นน่ะ” นักข่าวชายคนหนึ่งชี้ไปที่ฉบับหนึ่งบนพื้น ซึ่งมีรูปภาพข่าวเป็นยอดตึกเด่นชัด “คืนวันนั้นมีพลุถูกจุดขึ้นบนยอดตึก โชคดีที่พี่ตากล้องที่นี่จับภาพไว้ได้ เลยเอามาลงเป็นข่าว ไอ้แค่พลุจุดน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่มันดันจุดจากยอดตึกของบริษัท Advance Restoring”
ไอคิวพนักหน้าขอบคุณที่บอก แต่เขาไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกับเรื่องของเขาตรงไหน
“ไม่ใช่แค่นัดเดียวนะ หลายนัดเลย เห็นพี่ตากล้องบอกว่าต่อจากนั้นก็มีพลุถูกจุดจากโรงเรียนใกล้ ๆ แถวนั้นเลียนแบบตาม”
“หรือครับ..” ไอคิวมองรูปตึกของบริษัท Advance Restoring ที่มีพลุแตกกระจายอยู่บนยอดตึก “แล้ววันต่อมามีอะไรอีกหรือเปล่าครับ”
“ก็มีข่าวทั่วไป อ้อ..ที่เด่น ๆ คงเป็นเรื่องพบศพของผู้ประกาศข่าวชื่อดังที่ชื่อกฤติกรหรืออะไรนี่แหละพาดหัว เพราะสัปดาห์นั้นทั้งสัปดาห์หลายสำนักพิมพ์เล่นเรื่องนี้”
“ศพหรือครับ..ผู้ประกาศข่าวคนที่ชื่อกฤติกรตายแล้วหรือครับ”
“อือ..ใช่ ข่าวฮือฮามากนะ แต่ก็เหมือนอยู่ได้แค่วันสองวันก็ถูกทางสถานีโทรทัศน์ช่องนั้นสั่งระงับ แบบว่าขอร้องแกมบังคับอย่าออกข่าวไปมากกว่านี้ ทางช่องนั้นเองก็ไม่เล่นข่าวนี้มากนักนะ หนังสือพิมพ์เองก็ลงน้อยลง นายเองคงไม่ได้ตามใช่มั้ยล่ะ”
“ครับ..ผมไม่ได้ดูทีวี ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์มาหลายวันแล้ว” ไอคิวพูดตามจริง เพราะหลายวันที่ผ่านมาเขามัวแต่คิดถึงเรื่องการตายของอีกคนที่ถูกขังด้วยกัน เปิดโทรทัศน์เป็นบางครั้งช่วงหลังหกโมงเย็นเท่านั้น อีกอย่างงานที่คั่งค้างไว้ก็ต้องรีบสะสางให้เสร็จ (ยังไม่ระบุแน่ชัดว่าไอคิวทำงานอะไร)
“แล้วนายรู้หรือเปล่าล่ะว่าทำไมทางช่องถึงสั่งระงับ” นักข่าวถามไอคิวแบบรู้คำตอบอยู่แล้ว
“ทำไมหรือครับ”
“ก็กฤติกรคนนั้นเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตายน่ะสิ”
“อ๋อ..พอจะได้ยินมาบ้างครับว่าผู้ประกาศข่าวคนนั้นพูดข่าวตะกุกตะกัก ในวันที่ตำรวจไปตามตัวถึงสถานีโทรทัศน์ แต่ว่าก็หนีหายไปก่อน”
“ใช่..นั่นแหละ ถูกพบเป็นศพที่หน้าผาติดทะเล ดูเหมือนว่าจะฆ่าตัวตายหนีความผิด จงใจขับรถดิ่งลงเหว”
“ฆ่าตัวตายหรือครับ”
“อืม..เพราะดูจากรถแล้ว ไม่มีส่วนใดถูกทำให้เสียหรือขาด เบรคหรือสายเบรคก็ไม่ได้ถูกตัด หนำซ้ำขาข้างหนึ่งของผู้ตายก็คาอยู่ที่คันเร่ง หน้าจมบนพวงมาลัย แขนก็ตกลง”
“ไม่ได้ถูกมัดหรือครับ”
“มือไม่ได้ถูกอะไรมัดเลย จะมีก็แต่ขาที่ถูกมัด แต่เดาว่าผู้ตายมัดขาตัวเองเพื่อไม่ให้ตัวเองตัดสินหนีออกจากรถตอนจมลงทะเล แบบว่าเกิดกลัวตายเปลี่ยนใจขึ้นมา ซึ่งก็จริง เพราะว่าเชือกที่มัดขาบางส่วนก็หลุดออกแล้ว แต่คงสิ้นใจก่อน ที่สำคัญนะ..สิ่งที่ตำรวจมั่นใจก็คือลักษณะการมัดของเชือกบ่งบอกว่าเขาเป็นคนมัดเอง คือเงื่อนอยู่ด้านบนค่อนไปทางขา ไม่ได้อยู่ด้านล่างหรือใต้ขาตรงฝ่าเท้า”
“อย่างนั้นหรือครับ แล้วจดหมายลาตายอะไรพวกนี้มีหรือเปล่าครับ”
“ไม่มีหรอก คนหนีความผิดน่ะ คงไม่ได้ทันคิดหรืออยากจะเขียนจดหมายอะไรหรอกมั้ง”
“ก็จริงนะครับ ว่าแต่ว่า..ผู้ประกาศข่าวคนนั้นฆ่าใครหรือครับ”
“อืม..ขอนึกก่อนนะ ดูเหมือนว่าช่วงนี้จะมีข่าวการฆาตกรรมเยอะเหมือนกัน น่าจะเป็นข่าวที่มีการวางเพลิงเผาทั้งเป็นน่ะนะ..อ้อ..ใช่ ข่าวประมาณว่าพบศพหนึ่งถูกเผาดำเป็นตอตะโกไปพร้อมกับกระท่อมบริเวณนาข้าว เพลิงเผาลุกลามไปติดต้นข้าวจนไหม้ไปทั่ว แม้แต่ป้ายขายที่ดินที่อยู่ข้างหน้าก็ถูกเผาเป็นรูโบ๋ไปด้วย”
“หรือครับ” ไอคิวพยายามนึกภาพตาม “แล้วทราบหรือเปล่าครับว่าทำไมผู้ประกาศข่าวคนนั้นถึงได้ฆ่าคน ๆ นั้น”
“ไม่รู้สิ..แต่ว่าเจ้าหมอนี่ก่อนมาเป็นผู้ประกาศข่าวดังแบบนี้ก็ใช่ย่อยอยู่นะ คนในวงการนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ต่างก็รู้ดีว่าหมอนี่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหมอนี่ก็มีความสามารถอยู่จริง ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้เป็นผู้ประกาศข่าวดังขนาดนี้”
“ทำทุกอย่างที่ว่า..ก็รวมถึงการฆ่าคนเพื่อปิดบังความผิดอะไรทำนองนั้นหรือเปล่าครับ”
“ก็คงทำนองนั้นล่ะมั้ง”
“เมื่อกี้นี้พี่บอกว่า พลุถูกจุดบนยอดตึกอะไรนะครับ”
“ตึกบริษัท Advance Restoring แล้วก็ตามมาด้วยแถวโรงเรียนมัธยมใกล้ ๆ”
“ที่ว่าใกล้ ๆ นั่นประมาณกี่กิโลเมตรหรือครับ”
“ราวสามกิโลเมตรได้”
“กี่โมงหรือครับ ที่พลุถูกจุด”
“ประมาณสองทุ่มนะ ถ้าจำไม่ผิด”
“กี่ครั้งทราบมั้ยครับ”
“จุดกี่ครั้งน่ะเหรอ ไม่รู้หรอก ใครจะไปนับล่ะ”
อันที่จริงไอคิวไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก เขาแค่ถามไปอย่างนั้นเพราะเห็นว่าข่าวลงในหนังสือพิมพ์ อีกอย่างก็เป็นวันเดียวกับที่เขาถูกลักพาตัวไปด้วย เขากล่าวขอบคุณนักข่าวคนนั้นแล้วกลับมาให้ความสนใจกับหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่วางแผ่บนพื้นต่อ..
“ว่าไง..มาสืบข่าวหรือ” เสียงปราการดังมาจากข้างหลัง
ไอคิวหันกลับไปสวัสดีรุ่นพี่ของเขา “ใช่ครับ..แต่ก็ยังจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกเลย”
“ไม่เห็นต้องจับต้นชนปลายอะไรนี่ เรื่องทุกอย่างก็จบแล้ว คนที่ถูกขังกับนายที่ตายไปก็รู้แล้วว่าเป็นใคร ส่วนคนร้ายสามคนนั้นที่จับตัวนายตอนนี้ก็สืบจนรู้แล้วว่าเป็นใคร”
“รู้แล้วหรือครับ”
“อ้อ..นายยังไม่รู้นี่นา ลืมไป ข่าวมันปิดอยู่ สามคนนั้น่ะถูกจับกุมแล้ว กำลังสาวตัวไปถึงคนบงการ เพื่อไม่ให้คนบงการรู้ตัวก็เลยปิดข่าวเอาไว้ก่อนแต่ก็คงนำเสนอภายในพรุ่งนี้ล่ะ เพียงแต่ว่าอาจจะเป็นแค่กรอบเล็ก ๆ เพราะผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ข่าวนี้ไม่ดังแล้ว”
“งั้นหรือครับ..ข่าวของผู้ประกาศข่าวนั่นกับพลุปริศนาคงดังกว่า”
“พลุปริศนาอะไร”
“ก็พลุที่ถูกจุดบนตึก Advance Restoring นั่นไงครับ”
“อ๋อ..พลุนั้นน่ะหรือ พี่น่ะนั่งดูมันอยู่จนจบเลยล่ะ”
“เหรอครับ แล้วพี่รู้หรือเปล่าว่าใครจุดทำไม”
“ไม่รู้สิ รู้แค่ว่ามี 29 นัด รวมกันทั้งสองจุดที่ถูกจุดน่ะ มี 29 นัดพอดี”
“แล้วมันยังไงเหรอครับ”
“ก็ตึก Advance Restoring มี 29 ชั้น”
“งั้นคงเป็นประมาณว่าจุดเอาโชคลาภหรือเปล่า”
“คงไม่ใช่หรอก จุดคำสาปมากกว่า”
ไอคิวหันกลับไปมองภาพข่าวบนหนังสือพิมพ์อีกครั้ง แล้วหันมาถามปราการ “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอะไรแบบนั้นหรือครับ”
“ไอคิวไม่รู้อะไรน่ะสิ จริง ๆ ข่าวนี้ควรจะดังกว่าไอ้พลุบ้านั่นอีก แต่เพราะเล่นข่าวพลุนี้เลยไม่เล่นอีกข่าวหนึ่ง หรือก็คือถูกปิดข่าวนั่นเอง สำนักพิมพ์เราก็โดนให้ปิดเพราะ Advance Restoring มีสัญญาโฆษณากับเราอยู่ครึ่งปี”
ไอคิวเอียงคอมองรุ่นพี่ปราการอย่างสงสัย
“ประธานบริษัท คุณธีรสิน เสียชีวิตในคืนนั้นหลังจากพลุจุดนั่นล่ะ”
ไอคิวนิ่งอึ้งมองปราการ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำให้เขาสนใจใครรู้เรื่องของพลุและธีรสินเอามาก ๆ ในทันทีที่ได้ยินว่าธีรสินเสียชีวิตจากปากของปราการ ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่มีพลุจุดขึ้นและธีรสินเสียชีวิตในวันเดียวกันกับที่เขาถูกลักพาตัว ออกจะเป็นเรื่องไกลตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกันด้วยซ้ำ
แต่ไอคิวกลับรู้สึกว่าเขาต้องตามเรื่องนี้